วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569

Login
Login

BEAUTY - ซื้อ

BEAUTY - ซื้อ

จังหวะดีหลังโดนเทขายหนัก

ราคาหุ้น BEAUTY ปรับตัวลงแรง 32.6% จากจุดสูงสุดในวันที่ 30 เม.ย. จากข่าวลือต่างๆที่เข้ามาต่อเนื่อง จากการตรวจสอบของเราพื้นฐานของบริษัทยังคงแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรในครึ่งหลังของปี 2561 อีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2561 ที่เพียง 26.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่
28.6 เท่า เรามั่นใจที่ยังคงคาแนะนำ “ซื้อ” BEAUTY โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ 25.50 บาท

ยอดขายยังคงเติบโตแข็งแกร่ง

ยอดขายในเดือนพ.ค. ขยายตัวดีขึ้นจากเดือนเม.ย. หนุนให้รายได้ในสองเดือนแรกของไตรมาส 2/61 เพิ่มขึ้นราว 25-30% ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเรา ทั้งนี้ยอดขายเดือนมิ.ย. น่าจะเติบโตดีขึ้นอีกเนื่องจากเป็นช่วง midyear sales และช่วงไฮซีซั่นของยอดสั่งซื้อของผู้ค้าส่งในประเทศจีน เรายังคงคาดการณ์ยอดขายเติบโตปี 2561 ที่ 28% ไม่เปลี่ยนแปลง

ข่าวลือเรื่องแต่งตัวเลขยอดขาย

นักลงทุนบางกลุ่มกังวลว่ายอดขายที่ขยายตัวสูงมาก เกิดจากการแต่งตัวเลขยอดขาย เนื่องจากเขาแทบจะไม่เคยเห็นลูกค้าในร้านค้าของบริษัทเลย ทั้งนี้ เรามองว่าการชี้แจงในประเด็นนี้ง่ายมาก โดยในปี 2560 BEAUTY มีร้านค้ารวม 345 แห่งทั่วประเทศ และมียอดขายที่เกิดจากร้านค้าดังกล่าว 2.55 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 2 หมื่นบาท/ร้าน/วัน โดยปกติแล้วร้านเปิด 10 ชั่วโมง/วัน ดังนั้นยอดขายจึงอยู่ที่เพียง 2 พันบาท/ชั่วโมง ส่วนยอดซื้อต่อครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ราว 800 บาท ดังนั้นจึงมีลูกค้าโดยเฉลี่ยเพียง 2-3 ราย/ชั่วโมง ส่วนประเด็นการแต่งตัวเลขนั้น เราเห็นด้วยว่างบกาไรขาดทุนสามารถถูกแต่งตัวเลขได้ แต่การแต่งงบกระแสเงินสดไม่สามารถทำได้ โดยเงินสดจากการดำเนินงานของ BEAUTY ในปี 2560 สูงกว่ากำไรถึง 1.1 เท่า บริษัทไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย เงินสดในมือของบริษัทอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 และ 1.6 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2561 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากมีการแต่งยอดขายจริง บริษัทจะไม่สามารถมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ได้โดยไม่กู้ยืม

ข่าวลือเกี่ยวกับปัญหากการจัดส่งสินค้าจากผู้ผลิต

มีข่าวลือว่าผู้ผลิตสินค้าบางรายมีปัญหา และไม่สามารถส่งสินค้าให้ กับ BEAUTY ได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย จากที่เราพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง ได้รับการยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นปกติ บริษัทจ้างผู้ผลิตหลายรายและสินค้าแต่ละตัวไม่ขึ้นกับแหล่งผลิตเพียงแห่งเดียว นอกจากนี้บริษมีสินค้ามากกว่า 1,000 รายการและมีอ.ย.ทุกตัว ดังนั้นหากสินค้าบางชนิดขาดตลาดไปจริงก็ส่งผลกระทบต่อยอดขายน้อยมาก

มีอัพไซด์ต่อประมาณการในครึ่งปีหลังนี้

BEAUTY อยู่ในระหว่างทดลองสินค้าแบบซองเพื่อที่จะวางขายในร้าน 7-Eleven หากการทดลองสาเร็จ สินค้าของบริษัทจะถูกวางจาหน่ายใน 7-Eleven มากกว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ เทียบกับปัจจุบันที่วางขายเพียง500-600 สาขา  ทั้งนี้ เรายังไม่ได้นำปัจจัยนี้มาคิดในประมาณการ แต่เราเชื่อว่าหากสินค้าแบบซองผ่านการทดสอบจะเป็นอัพไซด์ที่สำคัญต่อประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของเรา