ศาลเลื่อนสืบพยานโจทก์คดีพันธมิตรปิดล้อมสนามบินอีกครั้ง

25 พฤษภาคม 2561
2,855

"สันธนะ" ยกโดนคดีปิดสนามบินโทษประหารยังไม่หนี ขู่เช็กบิล ตร.อ้างมีพฤติการณ์หลบหนี คดีตลาดใหม่ดอนเมือง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 พ.ค. 61 ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดีชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เมื่อปี 2551 หมายเลขดำ รวม 8 สำนวน คดีหมายเลขดำที่ อ.973/2556 , อ.1067/2556 , อ.1204/2556 , อ.1279 /2556 , อ.1316/2556 , อ.1406/2556 , อ.1522/2556 และ อ.1559/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พธม. กับพวกแนวร่วม พธม. รวม 98 คน เป็นจำเลยที่ 1- 98 ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน , มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 , 116 , 215 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2521 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดือน พ.ย.- ธ.ค.ปี 2551 โดยระหว่างพิจารณาคดี นายสุทธิ อัชฌาศัย จำเลยที่ 79 ได้เสียชีวิต และจำเลยอีกคนมีอาการอัมพฤกษ์จากเส้นเลือดในสมองแตก ศาลจึงให้จำหน่ายคดีของจำเลยร่วม 2 คนออกจากสารบบความ ขณะนี้จึงเหลือจำเลยทั้งสิ้น 96 คน

แต่วันนี้ปรากฏว่า มีจำเลยร่วม 1 คนที่ไม่ได้เดินทางมาศาล เนื่องจากมีป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้องทำต่อหน้าจำเลย เมื่อมีจำเลยไม่สามารถมาศาลได้ จึงไม่อาจดำเนินกระบวนการพิจารณาในวันนี้ได้ จึงจำเป็นต้องเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์ออกไปก่อน โดยให้นัดสืบพยานโจทก์ต่อไปในวันที่ 2 พ.ย.นี้ , 13 มี.ค.62 , 3 พ.ค.62 , 12 มิ.ย.62 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. สำหรับพยานที่อัยการโจทก์ ที่รอจะนำมาเบิกความ คือ เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานไทย โดยก่อนหน้านี้อัยการได้ซักถามประเด็นไปแล้ว แต่ฝ่ายทนายความจำเลยยังไม่ได้ซักค้านตามกระบวนการ จึงต้องรอตัวพยานดังกล่าวมาให้ทนายความจำเลยซักค้านต่อไป

ต่อมาเวลา 11.50 น. พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต รอง ผกก.สันติบาล และที่ปรึกษา บริษัท ตลาดใหม่ดอนเมืองฯ หนึ่งในจำเลยคดี พธม.ปิดสนามบินนี้ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีมีหมายเรียก จากพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ไปให้ปากคำที่สโมสรตำรวจ ถ. วิภาวดี ในวันนี้ (25 พ.ค.) คดีกรรโชกทรัพย์ผู้ค้าตลาดใหม่ดอนเมืองว่า ที่มีหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นข้อหาใด แต่เพราะวันนี้ ศาลอาญาก็ได้นัดสืบพยานคดีปิดสนามบินไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ตนจึงขอเลื่อนนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนไปก่อน ตนเรียนหลักพื้นฐานการรบมา คุณรุกผมก็รับ แต่ถ้าพวกคุณยังไม่ร่นถอยตนจะดำเนินการสัปดาห์หน้า ที่ออกหมายจับตน 8 หมายจับแล้วขอออกหมายค้น เหตุทั้งหลายที่ขอศาลนั้นอ้างว่าตนมีพฤติการณ์จะหลบหนี วันนี้พิสูจน์ได้แล้วที่คุณนำพฤติการณ์ไปรายงานศาลเป็นรายงานเท็จ

ผมเป็นจำเลยที่ 11 ในคดีปิดสนามบินมาร่วม 5 ปีมาแล้ว ศาลห้ามดำเนินการยั่วยุปลุกระดม ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หมายถึงว่าไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีตั้งแต่ศาลมีคำสั่ง ผมเดินทางออกนอกประเทศก็ต้องมาขอศาล ศาลท่านก็อนุญาต ผมก็เดินทางมาร่วมร้อยครั้งแล้วกลับมา ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยตลอด ความผิดคดีปิดสนามบินข้อหาที่ถูกแจ้งอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรไม่ต้องมาแจ้งก็โดนอยู่แล้ว ถ้าหนีก็หนีไปนานแล้ว ผมยืนยันที่จะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ พ.ต.ท.สันธนะ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ตำรวจกองปราบปราม บุกจับกุม พุทธะอิสระ ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เมื่อเช้าตรู่วันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมาด้วยว่า การจะปฏิบัติการด้วยความรุนแรงกับเป้าหมายหรือผู้ต้องหานั้น ตามรัฐธรรมนูญยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ อย่างที่เห็นเมื่อวานการจับกุมทั้งที่ยังเป็นพระภิกษุอยู่ และการเข้าไปดำเนินการจับกุม หรือการทำงานจะต้องมีการตรวจสอบว่าเป้าหมายอยู่ในพื้นที่แน่นอน โดยจะต้องประเมินต่อไปด้วยว่าความรุนแรงจะอยู่ในระดับไหนอย่างไรเจ้าหน้าที่ย่อมจะต้องทราบอยู่แล้ว ซึ่งการเข้าจับกุม อดีตพระพุทธะอิสระ เรื่องคดีความตนไม่ทราบ แต่ตนมองการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในลักษณะรุนแรงหรือไม่ แม้การเข้าจับกุมตำรวจจะมีหมายจับ แต่การปฏิบัติก็มองว่าไม่จำเป็นขนาดนั้น เพราะสภาพพื้นที่ที่พักก็ไม่ได้มีบุคคลอื่นหรือใครที่จะมาร่วมต่อต้านอะไร เป็นที่พักปกติธรรมดา ส่วนคดีของตนไม่ต้องพูดแล้วให้สื่อและประชาชนพิจารณาตัดสินเอา

ถ้าประตูไม่เปิดก็เคาะเรียก เมื่อเรียกแล้วไม่เปิด แต่ในทางการข่าวมั่นใจแล้วว่าท่านยังอยู่ในที่พัก แต่จะหลับหรือทำธุระอะไรก็ไม่ทราบ ก็ควรจะให้เวลา เพราะการเอาค้อนไปทุบปังๆ สุดท้ายภาพก็ออกมาฟ้องสังคมว่าท่านยังหลับอยู่ในมุ้ง การเคาะประตูพังแล้วเข้าไปเลยพร้อมอาวุธ แต่ปรากฏว่าภายในก็ไม่มีอะไร ซึ่งตอนนั้นท่านยังอยู่ในสมณเพศ และก็ไม่ได้มีการต่อต้านอะไร ถ้าผมเป็นเจ้าหน้าที่การปฏิบัติการครั้งนี้ไปแค่ 3 คนก็พอ แต่กำลังสำรองที่จะรองรับเหตุการณ์ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งต้องเตรียมการเอาไว้ การดำเนินการก็ต้องไปตามขั้นตอน แต่ภาพที่ปรากฏเจ้าหน้าที่เข้าไปโดยมีอาวุธรุนแรง หมายความว่าวันนี้อำนาจรัฐถ้าจะกระทำกับใครก็ย่อมได้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงบุคคลหรือเป้าหมายว่าเป็นใคร เหมือนที่ปฏิบัติกับตนหรือแม้แต่อดีตพระพุทธะอิสระ

เมื่อถามว่าได้รับการทาบทาม ร่วมพรรคการเมืองบ้างหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ตนยังอยู่ในเงื่อนไขห้ามยุยงปลุกปั่น อย่างกรณีที่ตนไปให้กำลังใจกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ตนก็เชื่อว่าหลายคนอยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง เพราะเห็นแล้วว่าอำนาจรัฐเผด็จการเป็นอย่างไร กระทำกับประชาชนทั่วไป ตนไม่ได้แยกสี แยกเหล่า ถึงไปให้กำลังใจ ก็เป็นการแสดงออกส่วนหนึ่ง ตนก็คำนึงถึงเงื่อนไขของศาล น้อมรับและปฏิบัติตามมาโดยตลอด

แชร์ข่าว :
Tags: