ตร.บุกสังเกตการณ์ 'เพื่อไทย' แถลง4ปีที่ล้มเหลวของคสช.

17 พฤษภาคม 2561
5,423

ตำรวจบุกสังเกตการณ์ ย้ำขัดคำสั่งคสช. หลังพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และคสช. ซัดล้มเหลว 7 ด้าน สร้างความแตกแยก ลิดรอนสิทธิ์ นำประเทศสู่ความมืดมน

วันที่ 17 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคเพื่อไทย ได้จัดมีการแถลง พร้อมออกแถลงการณ์ เรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช. โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสังเกตการณ์ เนื่องจากกังวลว่าการแถลงดังกล่าวจะขัดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงแก้เกมโดยจัดให้มีผู้แถลงเพียง 3 คนแถลงการณ์ 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช. นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย โดยระบุว่า วันที่ 22 พ.ค. 2561 จะเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าและยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   

 

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว

 

          ขณะเดียวกัน คสช.ได้ให้เหตุผลในการยึดอำนาจตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ว่า ต้องการให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ให้ประชาชนเกิดความรัก ความสามัคคี ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ พร้อมกับสัญญาว่าจะใช้อำนาจเผด็จการไม่นาน ต่อมาก็ประกาศว่าจะปราบปรามและแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า 4 ปี ของการรัฐประหารเป็น 4 ปีแห่งความล้มเหลว ใน 7 ด้าน คือ 

          1.ความล้มเหลวในการทำตามข้ออ้างในการยึดอำนาจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แถลงเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 57 ว่าจะมุ่งสร้างความปรองดอง ใน 3 เดือน แต่ความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยังคงมีอยู่ โดย คสช. ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งเอง การคืนความเป็นธรรม ให้ความชอบธรรมกับทุกฝ่ายไม่เกิดขึ้น กลับมีแนวโน้มที่จะทำให้เงียบหายไป ประกาศว่าจะทำให้ประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยใน 15 เดือน แต่ครบ 4 ปีแล้ว ประชาธิปไตยยังไม่เกิดขึ้น หาเหตุเลื่อนการเลือกตั้งมาโดยตลอด ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง แต่กลับมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่ถอยหลังประชาธิปไตยไปไกล ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองใดๆ ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม แต่กลับทำให้คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจนขึ้น กำลังซื้อหดหาย ปัญหาสังคมที่รุนแรงมากขึ้น การปฏิรูปด้านอื่นๆ ก็ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมแม้แต่เรื่องเดียว ทั้งที่ต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปมหาศาล

 

          2.ล้มเหลวในการสร้างความปรองดอง ซึ่งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นขาดความเป็นอิสระมีแต่คนในรัฐบาล ข้าราชการในกองทัพ และข้าราชการอื่นๆ ไม่มีองค์ประกอบในส่วนของภาคประชาชน และเอกชน แนวทางการสร้างความปรองดองถูกควบคุมและเห็นชอบโดยหัวหน้า คสช. การสร้างความปรองดองไม่เป็นไปตามหลักการสากล ไม่ศึกษาสาเหตุแห่งความขัดแย้ง และไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ที่หัวหน้า คสช. และคนใน คสช. เป็นส่วนหนึ่งของคู่ขัดแย้งในอดีต และมาเป็นคู่ขัดแย้งในปัจจุบัน 

 

          3.ล้มเหลวในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น การปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่น ถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างภาพ คสช. แต่งตั้งกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ แต่ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ปัญหาคอรัปชั่น กลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาล และ คสช. ที่ใช้จัดการฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อคนในรัฐบาลถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต เช่น กรณีอุทยานราชภักดิ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ตั้งบริษัทในค่ายทหาร นำเงินราชการลับไปใส่ในบัญชีภรรยา แม้แต่กรณีนาฬิกาหรู ที่ขนาดรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่า หากตนเองถูกเปิดโปงเพียงเรือนแรก ก็จะลาออกไปแล้ว แต่กลับปกป้องพวกพ้องอย่างเห็นได้ชัด ส่วนองค์กรตรวจสอบต่างๆ ก็มุ่งช่วยเหลือปกปิด หรือทำให้ล่าช้า และสุดท้ายก็เงียบหายไป เช่น ป.ป.ช. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับการต่ออายุให้อยู่ครบวาระ และเลยวาระ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ  

 

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว

 

          4.ล้มเหลวในการทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตย พบว่ามีการวางกลไกที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย กำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก ซึ่งประชาชนไม่ได้เลือกเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ เปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งเป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม วางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจ คงอำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช. ใน ม.44 เพื่อให้มีอำนาจพิเศษเหนือองค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงคงคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง รีเซ็ตสมาชิกพรรค และยุบสาขาพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วทั้งหมด 

 

          5.ล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน มีคำสั่งให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร จำกัดและริดรอนสิทธิ เสรีภาพในการเสนอข่าวของสื่อมวลชน ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางเฟสบุ๊คของบุคคล และการแสดงความเห็นของประชาชน นักวิชาการ  6.ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว  

 

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว

 

          7.ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกฯและหัวหน้า คสช. โดยรับปากต่อประชาชนว่าจะเข้ามาชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหา และจะอยู่ไม่นาน แต่กลับอยู่ยาวถึง 4 ปี และมีแนวโน้มจะมุ่งสืบทอดอำนาจต่อไป 

 

          ดังนั้น 4 ปีของ คสช. คือ การนำประเทศไปสู่อนาคตที่มืดมน และอันตราย จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนต้องช่วยกันนำระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกลับคืนมา พร้อมด้วยหลักนิติธรรม ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และไม่ยอมให้เผด็จการทำลายประชาธิปไตยอีกต่อไป.

 

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว 

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ซัด รัฐบาล-คสช. ปฏิรูปเหลว

 

 

 

แชร์ข่าว :
Tags: