จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.

17 พฤษภาคม 2561
18,233

ลุยอาร์ซีเอ บุกจับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.

ที่ลานหน้าอาร์ซีเอ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, ตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สน.มักกะสัน ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 11 ปิดล้อมตรวจค้นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม โรงเรียน สถาบันกวดวิชา ที่บุคคลต่างด้าวเป้าหมายอาศัยอยู่ จำนวน 104 เป้าหมาย ทั่วประเทศ แบ่งเป็นเป้าหมายโรงเรียนนานาชาติ 12 เป้าหมาย, สถาบันสอนภาษา 9 เป้าหมาย, โรงเรียนสามัญ 27 เป้าหมาย, เป้าหมายอื่นๆ จำนวน 56 เป้าหมาย สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด37ราย ใน2ข้อหาหลัก จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต” จำนวน 6 ราย ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 27 ราย และข้อหาอื่นๆ จำนวน 4 ราย

 

             นอกจากนี้ยังสามารถจับกุม ผู้ต้องหาที่ลักลอบขายกัญชาได้อีก 2 ราย คือนายพัชรพล หรือโอ จันทกนก อายุ 24 ปี และน.ส.อนุธิดา หรือหนิง ศรีสว่าง อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง กัญชา น้ำหนัก 10 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์การแพ็คยาเสพติดส่งขายทางไปรษณีย์ หลายรายการ  ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

      พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การระดมกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทยถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล กระทบต่อความมั่นคงและการท่องเที่ยว ของประเทศยิ่งในปัจจุบันได้วิธีการเข้ามาอาศัยในประเทศมีการพัฒนารูปแบบไปให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่นการแต่งงานกับคนไทย หรือการแฝงตัวไปทำวีซ่านักเรียนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งการระดมกว่ดล้างครั้งนี้ก็ได้ตรวจในหลายพื้นที่จำนวน104จุด แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ จ.ภูเก๊ต พัทยา หาดใหญ่ เชียงใหม่ และกรุงเทพ ซึ่งวันนี้เราเข้าตรวจที่ อาร์ซีเอ ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้มีการประชุมหารือ กับฝ่ายความมั่งคง และรร.นานาชาติ ว่าหลังจากนี้มีการปรับเกณการเข้ามาอยู่ต่อในประเทศไทย เพื่อป้องกันพวนนอมินีที่แฝงตัวเข้ามา พวกขบวนการหลอกแต่งงานกับสาวไทยเพื่อที่จะได้ทะเบียนสมรสและอยู่ต่อในประเทศ พวกที่ทำวีซ่านักเรียน โดยอาศัย รร.นานาชาติต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งเหล่านี้มักจะมีเอเย่นต์ในการจัดทำจัดหาทั้งนั้น ส่วนผู้ต้องหาที่จับได้ในวันนี้นั้นเราจะบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการเพิกถอนวีซ่า ทำแบล็กลิสต์และผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง ส่วนบุคคลที่วีซ่ายังไม่หมดอายุการอยู่ต่อก็จะทำการสืบสวนอีกที หากพบว่ามาค้าประเวณีก็จะยกเลิกวีซ่าและส่งกลับประเทศ อยากไรก็ตามจากการรวบรวมการปฏิบัติยุทธการ 25 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 3,474 เป้าหมายจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ทั้งหมด 1,161 ราย

     พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ191 ได้ทำการล่อซื้อกัญชา จำนวน11กิโลกรัม จนสามารถจับผู้ต้องหาได้2ราย ซึ่งผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี หลังถูกจับกุมมาก่อนแล้วเมื่อเดือน ต.ค. 2560 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้กระทำผิดซ้ำอีก จึงได้วางแผนเพื่อทำการจับกุม โดยได้เฝ้าสังเกตการณ์ ณ ไปรษณีย์เอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองปรากฎตัวและนำกล่องพัสดุมาส่ง ได้ขอทำการตรวจค้น และพบของกลางดังกล่าว ในกล่องพัสดุเตรียมนำส่งแก่ลูกค้า ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าต้องการนำเงินมาต่อสู้คดี โดยฝ่ายชายจะรับกัญชามาทีละ 50 กก. แบ่งจำหน่ายได้กำไรครั้งละกว่า 40,000 บาท

    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าทั้งนี้แม้ว่าการส่งยาเสพติดหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนผ่านทางไปรษณีย์ จะลดน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีอยู่บ้างเล็กน้อย และอยากจะเตือนผู้ที่กระทำความผิดว่าปัจจุบันไปรษณีมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจน้ำหนักของวัสดุที่ส่งมาดังนั้นยาเสพติดหรือปืนจะถูกตรวจจับได้แน่นอน รอดยาก จึงอยากเตือนให้หยุดกระทำความผิดเสีย

 

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง