ภาคีคนไทยห่วงใยชาติ กลับลำไม่ใช้ม.44รื้อป่าแหว่ง

กลับลำแล้ว!! ภาคีคนไทยห่วงใยชาติจ.เชียงใหม่ แนะชะลอยกระดับชุมนุมเพื่อ "ป่าแหว่ง" ย้ำรอให้ผ่านส่งมอบงานผู้รับเหมา-เบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เสร็จ เชื่อมีข่าวดีปลายเดือนมิ.ย. เสนอล่ารายชื่อหนุนรัฐบาลรื้อบ้านพักศาลแทนใช้ม.44
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร เลขาธิการภาคีคนไทยห่วงใยชาติจังหวัดเชียงใหม่ ได้อ่านแถลงการณ์ ขอให้ชาวเชียงใหม่รอรัฐบาลดำเนินการ เรื่องรื้อบ้านพักตุลาการ เชิงดอยสุเทพ ว่า การที่ชาวเชียงใหม่ออกมาจัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ขอให้รัฐบาลทำการรื้อถอนบ้านพักข้าราชการตุลาการ บริเวณเชิงดอยสุเทพ เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา หากภายใน 7 วันรัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ จะมีการเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง
ในฐานะที่เป็นชาวเชียงใหม่คนหนึ่ง และได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้จากหลายฝ่าย จึงต้องออกมาแจ้งให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวและพิจารณาในการที่จะเข้าร่วมเคลื่อนไหวทำกิจกรรม การที่รัฐบาลจะดำเนินการใดๆ ต่อบ้านพักที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ต้องผ่านกระบวนการส่งมอบงานจากผู้รับเหมา และดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เสร็จสมบูรณ์ตามขั้นตอน จึงจะสามารถดำเนินการตามที่ชาวเชียงใหม่เรียกร้องได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ชาวเชียงใหม่จะต้องเปิดใจยอมรับ เนื่องจากเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายที่รัฐบาลไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยกระบวนการนี้จะเสร็จสิ้นประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากนั้นรัฐบาลจะพิจารณาดำเนินการ "รื้อ" หรือ "ไม่รื้อ" ต่อไป
ดังนั้น จึงอยากให้ประชาชนชาวเชียงใหม่หยุดรอการดำเนินการตามขั้นตอนของทางรัฐบาลก่อน อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวทำกิจกรรม เมื่อถึงเดือนมิถุนายนตามขั้นตอนเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยกลับมาพิจารณาเรื่องการเคลื่อนไหวว่าจะมีการยกระดับหรือไม่ หากมีการเคลื่อนไหวในช่วงนี้เกรงว่าจะไม่เกิดผลดีต่อประเทศชาติ ควรจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมท้องถิ่น ดีกว่ายกระดับการชุมนุม เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องในช่วงนี้
สำหรับเรื่องที่ทางภาคีฯ เคยยื่นหนังสือของให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขตป่า ขณะนี้มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับรัฐบาลว่ายังไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรา 44 เพื่อดำเนินการรื้อถอน การรื้อถอนสามารถนำกฎหมายข้ออื่นมาดำเนินการรื้อถอนได้ ดังนั้นภาคีฯ จึงขอเปลี่ยนการเรียกร้องจากที่เคยให้ใช้มาตรา 44 เป็นการเชิญชวนใช้ชาวเชียงใหม่ลงชื่อสนับสนุนให้รัฐบาลรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแทน โดยจะออกตั้งโต๊ะตามสถานที่สาธารณะ เช่น ตลาดสด ตลาดนัด และตามศูนย์การค้า
นอกจากนั้นการรื้อถอนบ้านพักข้าราชการตุลาการ จะเกิดความเสียหายมูลค่าประมาณ 700-900 ล้านบาท ประชาชนต้องแสดงน้ำใจให้กับรัฐบาลเพื่อรับผิดชอบร่วมกันระหว่างรัฐและประชาชน จึงอยากเชิญชวนภาคประชาชนเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงานจัดหารายได้และร่วมกันรับผิดชอบเงินบริจาคเพื่อส่งให้รัฐบาล เป็นค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น การจัดการรายได้นั้น จะทำในรูปแบบขอรับบริจาคและการจัดกิจกรรม โดยภาคประชาชนจะไม่เป็นรับเงินโดยเด็ดขาด แต่จะประสานไปยังหน่วยงานราชการในการเปิดบัญชีของทางราชการเพื่อรับโอนเงินบริจาค
ส่วนกิจกรรมหารายได้ ขอให้รัฐส่งข้าราชการมาร่วมกิจกรรมเพื่อรับเงินบริจาค โดยมีภาคประชาชนเป็นฝ่ายดำเนินการ ภาครัฐเป็นฝ่ายเหรัญญิก ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้จะปรึกษากับนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจึงจะดำเนินกิจกรรม
สำหรับในช่วงสายของวันนี้ จะเดินทางไปพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าภาคีฯ มีแนวทางในการดำเนินกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สื่อไปถึงประชาชน และกลุ่มเครือข่ายอื่นๆ ที่จะมีกิจกรรมการชุมนุมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ต่อไป หากไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลภายใน 7 วัน หลังจากนั้นวันที่ 6 พ.ค. ภาคีฯ จะมีกิจกรรมสืบชะตาป่า ร่วมกันปลูกต้นไม้ และมีกิจกรรมประชาชนสัมพันธ์ ขอเชิญชวนประชาชนชาวเชียงใหม่มาลงชื่อร้องขอให้รัฐบาลรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ออกจากพื้นที่ป่าดอยสุเทพ







