(สกู๊ป) รู้จัก"โธมัส ทูเคิล"ว่าที่กุนซือใหม่เปแอสเช

11 เมษายน 2561
2,589

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวลืออย่างหนักว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส ได้ตกลงล่วงหน้ากับ โธมัส ทูเคิล เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน

      ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือคนใหม่แทนที่ของ อูไน เอเมรี เฮดโค้ชชาวสแปนิชในซีซั่นหน้า สำหรับ เอเมรี พาทีมทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วหลังไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ รวมไปถึงเข้าเพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เช่นเดียวกับในซีซั่นนี้ที่ถึงแม้ว่าเขาจะลงทุนซื้อนักเตะเข้าสู่ทีมอย่างมหาศาล แต่ก็ยังมาตกม้าตายในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ ซึ่งถือเป็นถ้วยที่ทีมคาดหวังเอาไว้มากที่สุดเหมือนเดิม

 ส่งผลให้ “อีเอสพีเอ็น” สื่อกีฬาระดับโลก รายงานว่า ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล-ธานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์พระองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท กาตาร์ สปอร์ต อินเวสต์เมนท์ เจ้าของ “เปแอสเช” ได้หมดความอดทนกับ เอเมรี พร้อมทรงเลือกอดีตนายใหญ่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีมแล้ว แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวกับเทรนเนอร์ระดับโลกมากมาย ทั้ง โชเซ่ มูรินโญ, มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และอันโตนิโอ คอนเต้ เป็นต้น

     ทำให้วันนี้เราจะมาทำความรู้จักผู้ชายที่ชื่อ “โธมัส ทูเคิล” กันมากขึ้นว่าเขามีดีอะไรที่จนกลายเป็นว่าที่กุนซือใหม่ของ เปแอสเช ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่ระดับโลก

ผู้เชื่อมั่นในเกมรุก
    สำหรับ ทูเคิล เข้าสู่วงการลูกหนังในฐานะนักฟุตบอลในอคาเดมีของ เอฟซี เอาก์สบวร์ก ด้วยตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก่อนได้ย้ายไปสู่ทีม สตุ๊ทการ์ท คิกเกอร์ส ทีมในลีกา 2 เยอรมัน เมื่อปี 1992 อย่างไรก็ตามเขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักโดยได้ลงสนามเพียง 8 เกมเท่านั้นตลอดช่วง 2 ฤดูกาล จนสุดท้ายเขาก็ย้ายไปอยู่กับ เอสเอสวี ยูแอลเอ็ม ในปี 1994
    โดยกับ ยูแอลเอ็ม เขาถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเนื่องจากสามารถค้าแข้งกับทีมนี้ได้ถึง 4 ปี พร้อมลงสนามไปถึง 69 เกม ถึงกระนั้นเจ้าตัวต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บเข่าอย่างรุนแรงจนต้องตัดสินในแขวนสตั๊ดในปี 1998 ขณะที่มีอายุได้เพียง 25 ปีเท่านั้น
    หลังจากแขวนสตั๊ดไป 2 ปี ทูเคิล ผันตัวไปเริ่มเส้นทางในอาชีพโค้ช โดยเริ่มจากการเป็นกุนซือให้กับทีม สตุ๊ทการ์ท ยู-19 ซึ่งเขาก็สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอด 5 ปีที่อยู่กับทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแข้งดาวรุ่ง ซึ่งน้อยคนที่จะรู้ว่าเขาคือคนที่ปลุกปั้น มาริโอ โกเมซ กองหน้าทีมชาติเยอรมันให้ขึ้นไปสู่ชุดใหญ่ของทีม และมีชื่อเสียงในเวลาต่อมา
    จนในปี 2008 ทูเคิล ได้รับโอกาสให้ขึ้นไปคุมทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกกับ เอฟซี เอาก์สบวร์ก 2 ซึ่งด้วยผลงานอันดุดันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรุกทำให้ ไมนซ์05 ยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธได้ให้กับเขาคือการขึ้นไปเป็นกุนซือของทีมบุนเดสลีกาเป็นครั้งแรกหลังจากเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดของเมืองเบียร์
    ภารกิจของ ทูเคิล กับ ไมนซ์ ในซีซั่นแรกนั้นถือว่าหนักหนาพอสมควร เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งเรื่องงบประมาณการเสริมทัพ รวมไปถึงชื่อชั้นของนักเตะที่คงจะเทียบมาตรฐานกับทีมใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค หรือโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ยาก

     อย่างไรก็ตามบอร์ดบริหารของทีมให้สิทธิ์ขาดในการทำทีมกับ ทูเคิล อย่างเต็มที่ ทำให้เขาสามารถใส่สไตล์ของตนเองเข้าไปได้อย่างที่ต้องการ นั่นก็คือ การเน้นเกมรุก และให้โอกาสเด็กดาวรุ่งในทีมซึ่งนำโดย อดัม ซาไล และอังเดร เชือร์เล ซึ่งผลปรากฏว่า ไมนซ์ รอดพ้นการตกชั้นแบบพลิกความคาดหมายด้วยการจบในอันดับ 9 ของฤดูกาลนั้นอีกด้วย
     ในซีซั่นต่อมา ทูเคิล ยังสานต่อความสำเร็จของ ไมนซ์ อย่างต่อเนื่องด้วยการดันเด็กดาวรุ่งขึ้นมาเพิ่มเติม ทั้ง คริสเตียน ฟุคส์ และลูอิส โฮลบี พร้อมทำผลงานได้โดดเด่นด้วยการพาต้นสังกัดชนะ 7 นัดรวดใน 7 เกมแรกซึ่งหนึ่งในนั้นคือการบุกไปเผาเครื่อง บาเยิร์น มิวนิค ถึงถิ่นอีกด้วย และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 5 ของลีก พร้อมพาทีมไปเล่นในฟุตบอลยูโรปา ลีก เป็นครั้งแรก
    อีกสิ่งหนึ่งที่ ทูเคิล ทำได้ดีคือการหาตัวแทนของนักเตะที่ย้ายออกจากทีม ซึ่งหลังจากที่เข้าต้องเสีย อดัม ซาไล และอังเดร เชือร์เล 2 แข้งตัวหลักไป เจ้าตัวก็ได้ไปดึงตัว เอริค มักซิม ชูโป-โมติง และชินจิ โอกาซากิ มาแทน ซึ่งก็พาทีมประคองผลงานได้แบบน่าพอใจ
จนกระทั่งหลังจากจบฤดูกาล 2013-14 เขาก็ได้รับข้อเสนอจาก 3 ทีมใหญ่ ประกอบด้วย ชาลเก้04, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งสุดท้าย ทูเคิล เลือกที่จะย้ายไปคุมทัพ “เสือเหลือง” พร้อมปิดตำนานการเป็นเฮดโค้ชของ ไมนซ์05 ไว้ที่สถิติชนะ 72 นัด, เสมอ 46 นัด และแพ้ 64 นัด จากการลงเล่นทั้งหมด 182 เกม

สู่บังเหียน “เสือเหลือง”

    แม้จะเป็นกุนซือหนุ่มไฟแรงซึ่งพร้อมรับทุกความเสี่ยง แต่การเข้ามาคุมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่อจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชื่อก้องนั้นก็เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถและกดดันเจ้าตัวพอสมควร เนื่องจากทีมกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติหลังทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามเทรนเนอร์เลือดดอยซ์ ยังคงยึดแนวทางและปรัญชาของตนเองต่อไปคือการเน้นบอลเกมรุก โดยเลือกสร้างดอร์ทมุนด์ในเวอร์ชั่นใหม่ด้วยการให้ทีมเล่นบอลบนพื้น ผสานกับการใช้โจมตีเร็ว ภายใต้แผนการเล่น 4-2-3-1, 4-3-3, และ 3-4-3 ซึ่งต่างกับสไตล์เกมรุกของ คล็อปป์ ที่เน้นการบีบกดดันพื้นที่ของคู่แข่งเป็นหลัก
    ทูเคิล มีความเชื่อว่า การคิดนอกกรอบจะทำให้นักเตะคนหนึ่งเป็นคนที่เก่งกว่าเดิม ดังนั้นเขาจึงมักจะสร้างเซอร์ไพรส์ในระหว่างการฝึกซ้อมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบีบสนามให้เล็กลง หรือบางทีก็ทำให้กว้างขึ้นเพื่อให้นักเตะปรับตัวได้กับทุกสภาพสนาม
    เช่นเดียวกับความสามารถเรื่องการให้โอกาสดาวรุ่งและรีดฟอร์มนักเตะ เจ้าตัวก็ยังทำได้ดีอย่างต่อเนื่องในตอนคุม “เสือเหลือง” เพราะเจ้าตัวทำให้ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง และ เฮนริค มคิทาร์ยาน กลายเป็นคู่หูในเกมรุกสุดอันตรายอีกครั้งหลังฟอร์มหลุดออกทะเลไปไกล
    โดยในซีซั่นแรกนั้นผลงานของเจ้าตัวกับ ดอร์ทมุนด์ ต้องถือว่าน่าพอใจเพราะถึงแม้ว่าจะไม่สามารถหยิบแชมป์ใดๆมาครองได้ แต่การที่สามารถเข้ารอบชิงชนะเลิศของฟุตบอล เดเอฟเบ โพคาล, เข้ารอบรองชนะเลิศของฟุตบอลยูโรปา ลีก รวมถึงจบด้วยการคว้ารองแชมป์ของศึกบุนเดสลีกา ด้วยการยิงรวมไปถึง 140 ลูกรวมทุกรายการจนทีมกลับสู่ความมั่นใจอีกครั้ง ก็ทำให้เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า ทูเคิล คือเฮดโค้ชที่มีฝีมือ และกำลังก้าวสู่ระดับโลกในไม่ช้า

อาณาจักรล่มสลาย

   คำว่า “วิถีฟุตบอล” นั้นมักทำร้ายทีมต่างๆอยู่เสมอ รวมไปถึง ดอร์ทมุนด์ เมื่อฤดูกาล 2016-17 ที่พวกเขาต้องเสีย 3 แข้งกำลังสำคัญที่ย้ายออกจากทีม ทั้ง มัตส์ ฮุมเมลส์, อิลคาย กุนโดกัน และเฮนริค มคิทาร์ยาน ทำให้เจ้าตัวต้องหาตัวแทนของทั้ง 3 คนนี้เข้ามาซ่อมแซมทีมโดยด่วนที่สุด ซึ่งเจ้าตัวก็เลือก อุสมาน เด็มเบเล, มาร์ค บาร์ตรา และราฟาเอล เกร์เรโร เพื่อหวังให้ทีมยังรักษามาตรฐานเหมือนซีซั่นที่แล้วไว้ให้ได้

   แต่แท้จริงแล้ว ฮันส์ โยอัคคิม วัตซ์เก ซีอีโอของ “เสือเหลือง” ได้ออกมากล่าวว่าเขาไม่มีความคิดที่จะปล่อยตัวนักเตะหลักทั้ง 3 คนออกจากทีมแต่เป็นความคิดของ ทูเคิล เองที่อยากจะขายทั้ง 3 แข้งดังกล่าวออกจากถิ่น ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค
    นอกจากนั้นแล้วยังมีรายงานว่า ทูเคิล มีปัญหากับ สเวน มิสลินทัต หัวหน้าแมวมองในเรื่องการซื้อนักเตะเข้าสู่ทีม ดังนั้นเริ่มเห็นได้ชัดว่า ทูเคิล และบรรดาบุคลากรภายในทีมมีความเห็นที่ค่อนข้างแตกต่างกัน และเป็นภัยร้ายที่คืบคลานเข้ามาหากุนซือรายนี้ทุกขณะ รวมไปถึงการบาดหมางกับเหล่าแฟนบอล “กำแพงสีเหลือง” ของทีมบนอัฒจรรย์ทางทิศใต้ของสนามเหย้า ซึ่งเป็นฝั่งที่บรรดากุนซือมักจะไปยืน และขอบคุณแฟนบอล ทว่าสำหรับ ทูเคิล นั้น เขาแทบจะไม่เหยียบไปบริเวณนั้นเลยด้วยซ้ำ และนี่คือเรื่องสำคัญสำหรับแฟนๆ
    ถึงกระนั้นผลงานในสนามของ ดอร์ทมุนด์ ต้องถือว่าเข้าขั้นสุดยอดเมื่อเจ้าตัวพาทีมผงาดคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 2016-17 มาครองได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์รายการแรกของเจ้าตัวตั้งแต่เริ่มคุมทัพ รวมถึงพาทีมจบในอันดับ 3 ของบุนเดสลีกาในซีซั่นนั้น
    อย่างไรก็ตามปัญหาระหว่าง ทูเคิล กับบอร์ดบริหารในเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกันหลายอย่างก็ปะทุขึ้นมาจนถึงจุดสิ้นสุด เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจลาออกจากทีมหลังคว้าแชมป์บอลถ้วยเพียง 3 วัน โดยสื่อหลายสำนักคาดว่าฟางเส้นสุดท้ายที่ส่งผลให้ต้องอำลาตำแหน่ง นั่นก็คือ กรณีที่ ทูเคิล ออกโรงตำหนิ วัตซ์เก จากกรณีที่ให้ ดอร์ทมุนด์ ลงแข่งขันทั้งๆที่เพิ่งเกิดเหตุระทึกขวัญที่รสบัสของทีม “เสือเหลือง” ถูกวางระเบิดขณะเดินทางไปเล่นในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2016-17 รอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ โมนาโก เพียง 1 วัน

เฮดโค้ชเนื้อหอม

   หลังจากที่ ทูเคิล ตัดสินใจแยกทางกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาก็ตกเป็นข่าวกับสโมสรดังในฟุตบอลยุโรปมากมาย ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค ที่ “บิลด์” สื่อดังของเยอรมัน ระบุว่าบอร์ดบริหารของ “เสือใต้” ต้องการให้กุนซือจอมบุกรายนี้เข้ามาสานต่องานของ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส เทรนเนอร์จอมเก๋าที่ส่ออำลาทีมหลังจบซีซั่น เพราะเชื่อว่าสไตล์ของเจ้าตัวจะเข้ากับ บาเยิร์น ได้เป็นอย่างดี
    เช่นเดียวกับ อาร์เซนอล ซึ่งในฤดูกาลนี้ทำผลงานได้ไม่ดีนักภายใต้การคุมทัพของ อาร์แซน เวนเกอร์ ทำให้ “ปืนใหญ่” อยากได้ตัวเฮดโค้ชวัย 44 ปีรายนี้เข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่คนใหม่ของถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ในฤดูกาลหน้า
   รวมไปถึง เชลซี ซึ่งจ่อจะปลด อันโตนิโอ คอนเต้ ออกจากตำแหน่ง เพราะพาทีมทำผลงานได้น่าผิดหวัง หลังเหลือเพียงถ้วย เอฟเอ คัพ ให้ลุ้น พร้อมอาจจะไม่ได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้า ทั้งๆที่เมื่อฤดูกาลก่อนเพื่องพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    อย่างไรก็ตามทีมที่มาแรงมากที่สุด คือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่สื่อดังทั่วโลกประโคมข่าวว่าเจ้าตัวได้ตกลงสัญญาส่วนตัวกับ เปแอสเช เป็นที่เรียบร้อย และเตรียมเข้าไปคุมบังเหียนทีมเงินหนาดังกล่าวในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

    ทั้งหมดที่กล่าวมาคือไทม์ไลน์ชีวิตคร่าวๆของ โธมัส ทูเคิล ว่าที่กุนซือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งจากนี้ต้องมาติดตามกันว่าเจ้าตัวจะได้คุมทัพ เปแอสเช ตามที่สื่อประโคมข่าวกันหรือไม่

  • 1/4
  • 2/4
  • 3/4
  • 4/4
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง