(สกู๊ป) เจาะความพร้อมก่อนศึก“คิงส์คัพ”ครั้งที่46

20 มีนาคม 2561
5,983

ใกล้จะเปิดศึกขึ้นแล้วสำหรับมหกรรมลูกหนัง 3 ทวีปอย่างฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 46 เป็นทัวร์นาเมนต์แห่งศักดิ์ศรีที่มีตัวแทนจาก 3 ทวีป

    โดยเป็นทัวร์นาเมนต์แห่งศักดิ์ศรีที่มีตัวแทนจาก 3 ทวีปประกอบด้วย กาบอง , สโลวาเกีย , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทีมชาติไทย เจ้าภาพ
    สำหรับศึกฟุตบอลดังกล่าวที่เป็นการแข่งแบบแพ้คัดออก เริ่มจัดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2511 และมีการจัดต่อเนื่องทุกปีจนถึงปัจจุบันยกเว้นในปี พ.ศ. 2551, 2554 และ 2557 โดยในบางปีจะมีการรับเชิญทีมสโมสรมาร่วมแข่งด้วย ซึ่งทีมที่คว้าแชมป์มากที่สุด คือทัพ “ช้างศึก” ที่คว้าแชมป์ไปแล้ว 15 สมัย 
    ในปีนี้ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่า จะยกระดับการแข่งขันขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานในการแข่งขันให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ ด้วยการจัดการแข่งขันให้อยู่ในช่วงตรงกับปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ เพื่อเก็บคะแนนสะสมอันดับโลก ทำให้ทุกแมตช์ที่ลงทำการแข่งขันมีความเข้มข้นและมีความหมาย รวมถึงทุกทีมที่เข้าร่วมจะจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงแข่งขัน ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญประเดิมศักราชใหม่ของทีมชาติไทย และจะเป็นศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพที่จะไม่เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา
    โดยก่อนที่การแข่งขันจะระเบิดขึ้นในวันที่ 22-25 มี.ค.นี้ แต่ละทีมที่เข้าแข่งขันจะมีความพร้อมเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงโอกาสในการคว้าแชมป์ ทีมใดจะมีสิทธิ์หยิบถ้วยมาครองได้มากที่สุด

ทีมชาติไทย

     เริ่มจากแชมป์ 15 สมัย และเจ้าภาพอย่าง “ทัพช้างศึก” ที่เตรียมความพร้อมในรายการดังกล่าวมานานนับปี พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ในปีนี้ ทีมชาติไทยจะใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ ชุดที่ดีที่สุดลงทำการแข่งขัน และได้มีการพูดคุยกับ มิโลวาน ราเยวัช แล้วว่า คิงส์คัพ ถือเป็นถ้วยเกียรติยศที่คนไทยให้ความสำคัญสูงสุด และทีมชาติไทยเป็นแชมป์มา 2 สมัยติดต่อกัน ก็อยากจะคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกันให้ได้
    ทำให้จากการประกาศรายชื่อ 23 ตัวจริงของทีมที่จะลงแข่งขันในรายการนี้ ปรากฏว่าดาวดังทั้ง ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และธีรศิลป์ แดงดา ติดทีมแบบไม่พลิกโผ นอกจากนั้นยังมีหน้าใหม่อย่าง ชินภัทร ลีเอาะ ปราการหลัง เชียงราย ยูไนเต็ด และสุภโชค สารชาติ ดาวรุ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ติดทีมในครั้งนี้ โดยไม่มีชื่อของ สารัช อยู่เย็น และชาริล ชัปปุยส์ 2 มิดฟิลด์จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
    นอกจากนั้นยังได้ตัว กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง จากสโมสรโอเอช ลูเวิน จากลีก 2 ของเบลเยียม หลังตอนแรกสโมสรต้องการให้ “เจ้าตอง” อยู่ร่วมแข่งขันในรอบเพลย์ออฟ เพื่อแย่งสิทธิ์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก แต่สุดท้ายทางสมาคมฯสามารถตกลงกับ โอเอช ลูเวิน ได้
    สำหรับเป้าหมายของทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้ “บิ๊กอ๊อด” ระบุว่า “สิ่งที่แฟนบอลจะได้รับจากฟุตบอลคิงส์คัพครั้งนี้ คือจะได้ดูเกมที่สนุกสนานกับการต่อกรกับทีมระดับสูงๆ ขณะที่นักเตะไทยก็ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเล่นกับทีมระดับโลก สิ่งสำคัญคือไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรอยากให้แฟนบอลช่วยให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์ เปรียบเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ไม่ว่าจะเชียร์ขอบสนามหรือติดหน้าจอ ก็จะเป็นพลังให้นักเตะได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าหากไปเชียร์ในสนามจะเป็นแรงใจที่สำคัญให้กับนักเตะที่จะนำความสำเร็จมาฝากแฟนฟุตบอลได้เช่นกัน”

กาบอง

     คู่แข่งของทีมชาติไทยในนัดแรก และทีมอันดับ 95 ของโลก โดยทีมชาติ กาบอง ถือว่าเป็นทีมน้องใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาสร้างสีสันในทวีปอแฟริกาเหตุเริ่มมีนักเตะในประเทศได้ไปโชว์เพลงแข้งในยุโรปหลายราย
    โดยแข้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในทีมคงจะหนีไม่พ้น ปิแอร์ เอเมริค-โอบาเมยอง กองหน้า อาร์เซนอล ที่เป็นตัวชูโรงของทีมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเขาติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2009 สมัยที่ยังเล่นกับสโมสร ลีลล์ ในฝรั่งเศส ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และกลายเป็นกองหน้าที่มีฝีเท้าดีที่สุดคนหนึ่งของโลก ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้เขาจะเป็นคีย์แมนสำคัญของทีมในการล่าแชมป์อย่างแน่นอน เนื่องจากเขาคือดาวซัลโวของทีมด้วยการทำ 23 ประตูจากการลงสนาม 56 นัด
    นอกจาก โอบาเมยอง แล้ว กาบอง ยังมีอีกหนึ่งดาวเตะที่น่าจับตามองอย่าง มาริโอ เลมินา กองกลางจอมดุดันของ เซาธ์แฮมป์ตัน โดยการได้ค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดของโลกก็การันตีได้แล้วว่าเขาเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยมขนาดไหน และจากการผ่านการค้าแข้งกับ ยูเวนตุส และโอลิมปิก มาร์กเซย มาแล้ว และในฤดูกาลนี้เขาก็ทำผลงานได้ดีเช่นเดิมทั้งการจ่ายบอลอันแม่นยำ และการตัดบอลในจังหวะสำคัญๆหลายจังหวะแม้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน จนมีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ต้องการตัวเขาไปร่วมทีมในซีซั่นหน้า
    นอกจากนั้นแล้วยังมีแข้งจากยุโรปอีกหลายราย เช่น บรูโน่ แมนกา กองหลัง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี, เดนิส บูอันกา มิดฟิลด์ ลอริยองต์ และดิดิเยร์ เอ็นด็อง ห้องเครื่อง วัตฟอร์ด ที่จะประสานพลังกันเพื่อหวังพาทีมชาติคว้าแชมป์ฟุตบอลนอกทวีปเป็นรายการแรกในประวัติศาสตร์

สโลวาเกีย

     ตัวแทนจากยุโรปทีมดังกล่าว สร้างผลงานในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการจบในอันดับ 2 ของกลุ่มเอฟ ที่มีหลายทีมดังอย่าง อังกฤษ และสกอตแลนด์ ร่วมสาย ถึงกระนั้นพวกเขาต้องโชคร้ายเมื่อเกมสุดท้ายไปพ่ายต่อทีม “วิสกี” 0-1 จนทำให้พวกเขากลายเป็นทีมอันดับ 2 ซึ่งมีแต้มน้อยที่สุดจาก 9 กลุ่มจนหมดสิทธิ์ไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ
    โดยทีมอันดับ 28 ของโลก ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในทัวร์นาเมนต์ ได้รับการจับตามองว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีทีมเวิร์คดีที่สุด ภายใต้การนำทีมของ แยน โคซัค โดยกุนซือรายนี้ดึงส่วนผสมของแข้งดาวโรจน์ กับแข้งจอมเก๋าให้ลงเล่นร่วมกันได้อย่างลงตัว จนมีฟอร์มที่ดีมาจนถึงปัจจุบัน
    สำหรับฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 สโลวาเกีย ถือว่าจัดเต็มอย่างมากเนื่องจาก 24 ผู้เล่นที่จะเดินทางมาไทยนั้นล้วนแล้วแต่เป็นแข้งชุดใหญ่นำทีมมาโดย มาร์ติน สเคอร์เทล อดีตกองหลัง ลิเวอร์พูล ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ เฟเนร์บาห์เช นอกจากนี้ ในรายชื่อ 24 คน ยังมี มิลาน สคริเนียร์ นักเตะของ อินเตอร์ มิลาน รวมถึง สตานิสลาฟ โลบอตกา มิดฟิลด์เซลต้า บิโก รวมอยู่ด้วย
    ถึงกระนั้นพวกเขาต้องเจอปัญหาใหญ่ก่อนการแข่งขันเมื่อ มาเร็ค ฮัมซิค กองกลางจอมทัพของ นาโปลี ได้รับบาดเจ็บในเกมกัลโช่ เซเรีย อา ที่ทีมเฉือนเอาชนะ เจนัว ได้ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ (18 มี.ค.) จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ 20 นาทีแรก และต้องถอนตัวจากทีมเป็นที่เรียบร้อย
    อย่างไรก็ตามด้วยองค์ประกอบที่กล่าวมาจึงไม่น่าแปลกใจหากพวกเขาจะถูกมองว่าเป็นเต็งหนึ่งของรายการ และมีสิทธิ์คว้าแชมป์ในปีนี้ไปครองมากที่สุด

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

     ส่วนทีมสุดท้าย คือ ยูเออี ชาติอันดับ 78 ของโลก และเพื่อนร่วมทวีปเอเชียของ “ทัพช้างศึก” โดยพวกเขาเพิ่งดวลกับทีมชาติไทยมาในฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย หลังจับสลากอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งผลปรากฏว่าเป็น “ยูเออี” ที่เอาชนะได้ที่บ้าน 3-1 ก่อนบุกมาเสมอที่ ไทย 1-1 แต่ไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายทั้งคู่
    โดยในการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งนี้ พวกเขาต้องเจอกับปัญหาตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์ยังไม่เริ่ม เมื่อ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี กุนซือชาวอิตาเลียน ตัดชื่อของ 2 ตัวหลัก ทั้ง โอมาร์ อับดุลราห์มาน จาก อัลไอน์ และ อาลี มับคูต จากอัล จาซีรา จากทีมชุดนี้ เหตุทั้ง 2 คนทำผิดวินัยข้อหาหนีแคมป์ทีมชาติออกจากโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต  ในช่วงก่อนเกมรอบชิงฯศึก กัลฟ์ คัพ ที่ยูเออี แพ้จุดโทษ โอมานไป 4-5 และแม้ทั้งคู่จะพยายามยื่นเรื่องขออุทธรณ์ แล้วแต่สมาคมฟุตบอลยูเออีไม่รับพิจารณา
    ทำให้คาดว่า โมฮัมเหม็ด อัล อัตตาส จาก จาซีรา และ ซาอิฟ ราชิด จากชาร์จา จะถูกเรียกมาทดแทน โดยจะร่วมประสานงานกับ  อาห์เหม็ด คาลิล กองหน้าตัวเก่งที่เป็นดาวซัลโวของทีมด้วยการยิง 48 ประตูจาก 79 นัด แต่ด้วยประสิทธิภาพของทีมโดยรวม ยูเออี ก็ยังถือว่าเป็นอีก 1 คู่แข่งที่น่ากลัวอยู่เสมอ

     สุดท้ายแล้วต้องมาดูกันว่าทีมใดจะสามารถคว้าแชมป์อันทรงเกียรติดังกล่าวไปครอง รวมถึงแฟนๆของทัพ “ช้างศึก” อย่าลืมส่งใจเชียร์ทีมชาติไทยให้คว้าแชมป์สมัยที่ 16 ในบ้านเกิดให้ได้

  • 1/4
  • 2/4
  • 3/4
  • 4/4
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง