ผู้ว่าฯ ชุมพร เยี่ยมสองสามีภรรยา ถูกวางยาพิษในน้ำดื่ม

13 กุมภาพันธ์ 2561
2,525

ผู้ว่าฯ ชุมพร รุดเยี่ยมสองสามีภรรยาถูกวางยาพิษในน้ำดื่ม สุดซึ้งก้มกราบขอบคุณที่มาช่วยดูแลชีวิตครอบครัว

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนางสวรรค์ยา บริคช อายุ 35 ปี ชาว จ.ชุมพร ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.สวี ว่า มีเหตุวางยาพิษในแทงค์น้ำดื่มที่บ้านของตน ทำให้บิดาคือ นายสุวรรณ บริคช อายุ 76 ปี และมารดาคือ นางธิดา บริคช อายุ 63 ปี ดื่มน้ำที่ต่อท่อประปาจากแทงค์ดังกล่าว แล้วเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนตั้งแต่ปาก ลำคอ ลำไส้ และเริ่มหายใจติดขัด ต้องรีบนำตัวทั้งสองคนส่ง โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ให้แพทย์ล้างท้องช่วยชีวิต คาดว่ามีคนนำสารเคมีที่ใช้ฆ่าแมลงในสวนปาล์มมาผสมลงในแทงค์น้ำ

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นางธิดา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากตนและสามีดื่มน้ำที่ต่อจากแทงค์น้ำหลังบ้านเข้าไป รู้สึกเจ็บคอ ปวดแสบ ปวดร้อน ปั่นป่วนในช่องท้อง ลูกสาวจึงรีบนำตัวส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ให้แพทย์ล้างท้องจนอาการดีขึ้น แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสารพิษที่พบเป็นสารเคมีอะไร ตนไม่อยากสงสัยว่าใครเป็นคนทำ ไม่ขอถือโทษ และพร้อมจะให้อภัย ไม่คิดอาฆาตใครทั้งสิ้น สำหรับสามีของตนนั้นอาการดีขึ้นกว่าตน และสามารถเดินมาเยี่ยมตนได้ทุกวัน

นพ.ฉัตรชัย ศรีนามวงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เปิดเผยว่า อาการล่าสุดของนายสุวรรณและนางธิดาอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแล้ว คิดว่านอนพักอีก 1 - 2 วัน คงสามารถกลับบ้านได้ ส่วนการตรวจสอบในร่างกายแพทย์ไม่พบสารเคมีในปริมาณมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะแทงค์น้ำมีขนาดใหญ่ จึงทำให้สารเคมีซึ่งมีน้อย ที่ตกลงไปเกิดการเจือจางนั่นเอง

พญ.ศมนันท์ อินทองคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรแพทย์ เจ้าของไข้นางธิดา เปิดเผยว่า วันที่ 8 ก.พ. ลูกสาวของนายสุวรรณและนางธิดาได้นำตัวทั้งสองคนส่ง รพ. ด้วยอาการตกใจมาก แพทย์จึงรีบนำเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อล้างท้องโดยด่วน ส่วนสารเคมีที่พบในร่างกายผู้ป่วยยังไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร แม้ว่าญาติผู้ป่วยจะนำตัวอย่างน้ำซึ่งต้มแล้วที่ทั้งสองคนดื่มเข้าไปมาให้แพทย์ตรวจสอบ

ในเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในร่างกาย คงเป็นเพราะภาวะของร่างกายได้รับสารเคมีอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าไป และจากการตรวจสอบปัสสาวะของผู้ป่วยก็ไปพบสารเคมีพวกพาราควอต จึงประสานไปยังศูนย์พิษ รพ.รามาธิบดี กรุงเทพฯ ตั้งแต่คืนแรกที่รับตัวคนไข้เข้าห้องฉุกเฉิน เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบด้วย ช่วงนี้แพทย์จึงต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิดและรักษาตามอาการ เนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นสารเคมีอะไร จึงไม่สามารถให้ยาต้านเฉพาะเจาะจงได้

“ผู้ป่วยถูกญาตินำตัวส่ง รพ. ตั้งแต่คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ รวม 4 วันแล้ว ในภาพรวมอาการอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเริ่มให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้แล้ว แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสารเคมีที่พบในท้องของผู้ป่วยคืออะไร เพราะผู้ป่วยจำไม่ได้ว่าได้รับประทานอะไรเข้าไปบ้าง และทราบว่าได้มีการส่งตัวอย่างน้ำไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เขต 8 สุราษฎร์ธานีแล้ว”

ต่อมา นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร นางสิริลักษณ์ พลละเอียด นายกเหล่ากาชาดชุมพร นางสาววัลลภา แก้วสวี พมจ.ชุมพร เดินทางไปเยี่ยมอาการนายสุวรรณ เมื่อนายณรงค์เดินถึงเตียงคนไข้ ในวินาทีที่นายสุวรรณหันมาเห็นนายณรงค์ในชุดผู้ว่าราชการจังหวัด นายสุวรรณถึงกับโผลงจากเตียงคนไข้ก้มลงกราบเท้านายณรงค์ ทำเอานายณรงค์ถึงกับก้มลงกอดไม่ให้นายสุวรรรกราบ พร้อมทั้งบอกว่าไม่ต้องกราบ

นายสุวรรณ บอกว่า ขอบคุณท่านที่มาช่วยดูแลชีวิตครอบครัวผม พร้อมทั้งน้ำตาซึม ผวจ.ชุมพร ได้สอบถามรายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายสุวรรณมีท่าทางที่หวาดกลัว ไม่ค่อยกล้าจะเปิดเผยอะไรมากนัก พร้อมทั้งบอกว่าขอให้นักข่าวและตำรวจช่วยค้นหาความจริง เพียงเล่าว่า เคยห้ามปรามผู้ที่มานั่งกินเหล้าที่บ้านแล้วทิ้งขวดเหล้าไว้ เมื่อสามีของลูกสาวมาเห็นอาจจะเข้าใจผิดว่าลูกสาวชวนใครมากินเหล้าที่บ้านอาจทำให้เข้าใจผิดกันและทะเลาะกันได้

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงสาเหตุ นายสุวรรณ บอกว่า ส่วนหนึ่งมาจากผู้ที่อยู่บ้านใกล้กันเห็นว่าที่ดินในบริเวณดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ชาวบ้านมาจับจองนานนับสิบปี จึงจ้องฉวยโอกาสจะรุกที่ดินของตนเอง มีพฤติกรรมมาหยิบทรัพย์สินแบบไม่เกรงใจ คล้ายจะทำให้ครอบครัวตนเองหวาดกลัว แล้วหลบไปอยู่ที่อื่น แต่ตนเองไม่เคยแสดงอาการหวาดกลัว จนนำมาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในส่วนของยาพิษ จากประสบการณ์ พอจะทราบว่า เป็นสารพิษที่ใช้ทางการเกษตร เพื่อฆ่าแมลง หรือ ฆ่าหญ้าในสวนยางพารา จะบรรจุในขวดแก้ว มีตรากะโหลกไขว้ แสดงถึงความรุนแรงของสารพิษ แต่ตนเองไม่รู้ยี่ห้อ เนื่องจากมีหลายยี่ห้อที่ขายกันในหมู่บ้าน

นายณรงค์ กล่าวว่า จะเดินทางไปเยี่ยมนายสุวรรณและครอบครัวให้ถึงบ้านที่เกิดเหตุ หลังจากนายสุวรรณและนางธิดาออกจาก รพ. แล้ว จะได้ดูว่าคนร้ายกล้าจะรังแกชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุทั้ง 2 คน บ้านเมืองมีกฎหมาย และจะติดตามคดีด้วยตนเองผ่านทางผู้บังคับการตำรวจชุมพรด้วย ทำเอานายสุวรรณถึงกับน้ำตาซึมอีกครั้ง

พ.ต.อ.คำสิงห์ ศรียาภัย ผกก.สภ.สวี พร้อมด้วยกำลังตำรวจสายสืบ ได้เดินทางไปเก็บหลักฐานอีกรอบ เพื่อขยายผลออกหมายจับคนร้าย โดยเฉพาะน้ำในแทงค์ได้ส่งน้ำไปแยกสารพิษว่ามีพิษตัวไหนบ้างที่ทำอันตรายต่อร่างกาย ถ้าเป็นสารพิษที่ทำให้เสียชีวิต ก็เป็นการพยายามฆ่า แต่หากเป็นสารพิษที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ก็จะเป็นการทำร้ายร่างกาย ในขณะนี้ได้ส่งตำรวจสายสืบเข้าไปประกบผู้ต้องสงสัย และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปแล้ว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง