ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 12 - 16 ก.พ.61

13 กุมภาพันธ์ 2561 | โดย บมจ.ไทยออยล์
1,172

ราคาน้ำมันคาดจะถูกกดดันจากการปรับเพิ่มของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 57-62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 60-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (12 – 16 ก.พ.  61)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะถูกกดดันจากการปรับเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ตามจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ จากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่ปรับลดลง ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากความเป็นไปได้ที่สหรัฐ จะประกาศคว่ำบาตรอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งอาจกระทบกับการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับจุดคุ้มทุนเฉลี่ยของการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ของสหรัฐ ทำให้ผู้ผลิตปรับเพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ รายงานโดย Baker Hughes สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 ก.พ. 61 ที่ระดับ 791 แท่น ปรับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ระดับ 591 แท่น นอกจากนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ได้ปรับคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ในปี 61 ขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 97 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สู่ระดับ 10.27 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นปรับเพิ่มขึ้นราว 1.26 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 10.59 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบเพื่อไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปมีแนวโน้มปรับลดลงในช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่น ประกอบกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นราว 9 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 420.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน
  • ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ แข็งแกร่งขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed อาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลราคาน้ำมันดิบในสกุลเงินสหรัฐ มีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น และกระทบต่อความต้องการซื้อสัญญาน้ำมันดิบของนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น
  • จับตาความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลาและสหรัฐ หลังสหรัฐ กำลังพิจารณาคว่ำบาตรอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยอาจมีการจำกัดการนำเข้าน้ำมันดิบเวเนซุเอลาสู่สหรัฐ และการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของสหรัฐ สู่เวเนซุเอลา เพื่อกดดันประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ที่ถูกกล่าวขานว่าบริหารประเทศด้วยความไม่ชอบธรรม โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐได้มีประกาศการคว่ำบาตรทางการเงินต่อเวเนซุเอลา รวมถึงประกาศคว่ำบาตรประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางรายของเวเนซุเอลา เพื่อตอบโต้ชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 60 ซึ่งมุ่งเน้นแก้ไขกฎหมายหลักที่รัฐบาลจะสามารถยุบสภาที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก นอกจากนี้ การคว่ำบาตรอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาคาดว่าจะกระทบต่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ซึ่งในเดือนม.ค. 61 ยืนอยู่ที่ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกสหรัฐ ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ และจีดีพีไตรมาส 4/60 ของยูโรโซน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (5 – 9 ก.พ. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 6.25 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 59.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 5.79 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 62.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  หลังถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ตอบสนองตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่อาจปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

---------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999

แชร์ข่าว :
Tags: