สธ.ยกระดับห้องฉุกเฉิน ปลอดภัย รวดเร็ว ลดอัตราการเสียชีวิต

5 กุมภาพันธ์ 2561
4,130

สธ.ยกระดับห้องฉุกเฉิน ปชช.ได้รับบริการรวดเร็ว ผู้ป่วย-เจ้าหน้าที่มีความปลอดภัย ลดอัตราการเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ที่โรงพยาบาลระยอง จ.ระยอง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้โรงพยาบาลพัฒนาห้องฉุกเฉินให้มีมาตรฐาน ยกระดับห้องฉุกเฉินหรือห้องอีอาร์คุณภาพ (EMERGENCY QUALITY) ประชาชนได้รับบริการอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่มีความปลอดภัย เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า โรงพยาบาลระยองตั้งอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จำเป็นต้องพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมและประชากรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เน้นให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ด้วยทีมแพทย์ สหวิชาชีพพยาบาลวิชาชีพและรถพยาบาลที่ออกรับผู้ป่วยภาวะวิกฤตฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง ให้บริการคัดกรองผู้ป่วยห้องฉุกเฉินภายใน 15 นาทีหากอยู่ในภาวะวิกฤติจะได้รับการรักษาทันที มีห้องแยกสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดเชื้อและสารเคมีปนเปื้อนแยกจากผู้ป่วยทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารให้แก่ญาติผู้ป่วยที่นั่งรอด้านนอกทราบข้อมูลความคืบหน้าการรักษาที่เป็นปัจจุบันผ่านจอโทรทัศน์ทุก 40 วินาที ส่งผลให้ประชาชนมีความพึงพอใจถึงร้อยละ 92 สามารถลดข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่และญาติได้ ทั้งนี้ยังมีการจัดตั้งระบบความปลอดภัยของห้องฉุกเฉิน ด้วยประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยและตำรวจประจำห้องฉุกเฉินในช่วงเวลา 18.00-06.00 น.พร้อมเชื่อมต่อออดขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินไปยัง รปภ. และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดระยอง

สำหรับแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลระยอง ให้บริการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เฉลี่ยต่อวันจำนวน 180 ราย แยกเป็นผู้ป่วยอุบัติเหตุโดยเฉลี่ยจำนวน 35 ราย ผู้ป่วยฉุกเฉินโดยเฉลี่ยจำนวน 155 ราย นอกจากนี้มีการใช้บริการสายด่วน 1669 เฉลี่ยเดือนละ 300 ราย ดังนั้นหากเจ็บป่วยฉุกเฉินประชาชนสามารถโทรสายด่วน 1669 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง