PCSGH - ซื้อ

20 พฤศจิกายน 2560 | โดย บล.บัวหลวง
1,566

ยุคแห่งการเติบโตอย่างน่าตื่นเต้นเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

ประเด็นการลงทุน

เราเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยผู้บริหารมีมุมมองการเติบโตของกำไรอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส4/60 และปี 2561 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ หนุนโดยยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ PCSGH ยังมีคำสั่งซื้อมากขึ้นจากลูกค้านอกกลุ่มยานยนต์ อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะขยายตัวในปี 2560 จากการประหยัดขนาดและต้นทุนที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากการดำเนินงานระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop program) เราเชื่อว่าราคาหุ้นในปัจจุบันจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อ เนื่องจากมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรหากบริษัทมียอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด

คำสั่งซื้อใหม่หนุนยอดขาย

ผู้บริหารเชื่อว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์กอปรกับการเปิดตัวรถปิคอัพรุ่นใหม่ เช่น อีซูซุ บลูพาวเวอร์ และโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว จะช่วยหนุนยอดขายให้เติบโต YoY ในไตรมาส4/60 และเพิ่มขึ้น 5% ในปี 2561 นอกจากนี้ยอดขายนอกกลุ่มรถปิคอัพ (บิ๊กไบค์, รถซีดาน, และรถบรรทุกขนาดใหญ่) ตั้งแต่ไตรมาส4/60 เป็นต้นไปจะขยายตัวจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการรถบิ๊กไบค์ที่มากขึ้นและคำสั่งซื้อที่กลับมาเป็นปกติของรถบรรทุกขนาดใหญ่และผู้ผลิตรถซีดาน เนื่องจากเกิดการสะดุดเล็กน้อยของคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่ล่าช้า นอกจากนี้ PCSGH คาดว่าบริษัทจะมีการเติบโตของยอดขายที่สูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนตร์เนื่องจากบริษัทมีคำสั่งซื้อจากลูกค้านอกกลุ่มยานยนต์ (ชิ้นส่วนสำหรับเครื่องปรับอากาศ, จักรเย็บผ้า เป็นต้น) ในมุมมองของเรา เราเชื่อว่ายอดขายไตรมาส4/60 จะเติบโต 20% YoY และ 8% ในปี 2561

อัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวจากยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น

เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เป็นต้นไป จากการเติบโตของกำลังการผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนตร์หลายประเภท(ชิ้นส่วนประกอบรถยนตร์นอกกลุ่มปิคอัพและนอกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีอัตรากำไรมากกว่าชิ้นส่วนประกอบสำหรับรถปิคอัพ) นอกจากนี้ PCSGH จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจาก Solar rooftop program ซึ่งมีแผนจะติดตั้งกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 5 เมกะวัตต์ มาอยู่ที่ 7 เมกะวัตต์ ในปีหน้า ทั้งนี้เราคาดการณ์อัตรากำไรรวมน่าจะอยู่ที่ 21% ในปี 2561 และ 22.4% ในปี 2562

โครงการ Solar rooftop กำลังการผลิตที่ 2 เมกะวัตต์เลื่อนออกไป

โครงการ Solar rooftop กำลังการผลิตที่ 2 เมกะวัตต์ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจาก PCSGH ยังคงรอดูความชัดเจนของนโยบายเกี่ยวกับการขายไฟฟ้าให้กับกฟภ. โดยกำลังการผลิต Solar rooftop ที่ 5 เมกะวัตต์ของที่บริษัทติดตั้งเมื่อปีที่แล้วไม่สามารถขายให้กับกฟภ.ได้ อย่างไรก็ตาม หากกฟภ.ยังไม่ได้ตกลงซื้อไฟฟ้าจาก PCSGH ในเดือนมี.ค. 2561 บริษัทก็ยังจะติดตั้งแผงโซลาเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานอยู่ดี โดยการเลื่อนการติดตั้งแผงโซลานั้นบริษัทจะได้ประโยชน์จากค่าแผงโซลาที่มีราคาถูกลงและยังมีโอกาสได้รับรายได้เพิ่มเติมหากสามารถขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าได้

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: