ออริจิ้นชูมิกซ์ยูส1.2 หมื่นล้านหนุนรัฐบูมลงทุน‘อีอีซี’

5 พฤศจิกายน 2560
3,341

รัฐหนุนเอกชนขับเคลื่อน“อีอีซี”ดันพื้นที่สู่“เวิลด์คลาส-อีโคโนมิค โซน” ด้าน“ออริจิ้น”รุกลงทุนอสังหาฯครบวงจร"คอนโด-โรงแรม-คอมมูนิตี้มอลล์"มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ชี้ศรีราชาทำเลทองขึ้นแท่น“โอซาก้าเมืองไทย”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศตามยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ 4.0” โดยรัฐจะเดินหน้าลงทุน 5 ปีแรกมูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ให้กลายเป็น “World-Class Economic Zone”  ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายให้ประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่ด้วย​

“แนวทางพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ของภาคเอกชน จนทำให้เกิดเมืองหรือคอมมูนิตี้ ขึ้นมารองรับการลงทุนคู่ขนาน จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนและพัฒนาอสังหาฯในพื้นที่อีอีซี”

ทั้งนี้ คาดว่ากลไกความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในพื้นที่อีอีซี จะช่วยกระตุ้น การตัดสินใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น ทำให้อีอีซีกลายเป็น “เมืองยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ” ที่เติบโตสร้างรายได้และการเติบโตให้ประเทศได้ตามเป้าหมาย และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น“ไทยแลนด์ 4.0”ต่อไป

สำหรับการลงทุนในอีอีซีระยะยาว จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ย 5% ต่อปี สร้างการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ 1 แสนอัตราต่อปี สร้างฐานภาษีใหม่ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 4.5 แสนล้านบาทต่อปี

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าในฐานะภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาฯ มองว่าโครงการอีอีซี จะช่วยยกระดับพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกให้กลายเป็น “World-Class Economic Zone” ได้ตามเป้าหมายภาครัฐ  บริษัทจึงสนับสนุนการพัฒนาภูมิภาคนี้ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ผ่านการพัฒนาโครงการอสังหาฯในรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่อีอีซี รวมมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการใน ศรีราชา จ.ชลบุรี มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท และจ.ระยอง  2,300 ล้านบาท

โครงการในศรีราชา ได้เริ่มพัฒนาไปแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ มิกซ์ยูส ชื่อ“ออริจิ้น ดิสทริค แหลมฉบัง-ศรีราชา” มูลค่า 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย คอนโด เคนซิงตัน แหลมฉบัง 1 เคนซิงตัน แหลมฉบัง 2 นอตติ้ง ฮิลล์ แหลมฉบัง โรงแรมฮออลิเดย์ อิน แอนด์ สวีทและคอมมมูนิตี้มอลล์ “พอร์โทเบลโล มอลล์”

นอกจากนี้ยังมีคอนโด“ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา” มูลค่า 2,500 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯที่ซื้อไว้เพื่อลงทุนปล่อยเช่า เนื่องจากตลาดเช่าของศรีราชาเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่าญี่ปุ่นที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอัตราค่าเช่าค่อนข้างสูง อยู่ที่กว่า 30,000 บาทต่อเดือน

“ศรีราชาถือเป็นทำเลที่โดดเด่นในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นเมืองท่าลำดับที่ 22 ของโลกเชื่อมโยงการขนส่งไทยเข้ากับประเทศต่างๆ มีการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนถูกขนานนามว่าเป็นลิตเติ้ล โอซาก้า ในอนาคตหลังภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการดิจิทัล พาร์คไทยแลนด์ในศรีราชาตามโครงการอีอีซี มีสัญญาณที่ดีว่าจะมีนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาเพิ่มขึ้น ศรีราชาจะไม่ใช่แค่ลิตเติ้ล โอซาก้า แต่จะกลายเป็น โอซาก้าเมืองไทย” นายพีระพงศ์ กล่าว

สำหรับโครงการที่ จ.ระยอง มีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปี 2561 และเพื่อความต่อเนื่องในการพัฒนาโครงการในพื้นที่อีอีซี บริษัทยังมองหาที่ดินแปลงอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนและส่งเสริมการดำเนินนโยบายของภาครัฐ

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง