‘ผงล้างหน้า’จากข้าวพื้นเมือง

13 ตุลาคม 2560 | โดย บุษกร ภู่แส
3,095

‘สกิน เฮฟเวน’ นวัตกรรมการล้างหน้าเเบบผงสกัดจากข้าวสายพันธุ์ไทยข้าวเหนียวเขาวง ลืมผัว ข้าวสังข์หยด และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้โดยใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็นเพิ่มคุณสมบัติดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวหน้าและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์

‘สกิน เฮฟเวน’ นวัตกรรมการล้างหน้าเเบบผงสกัดจากข้าวไทยสายพันธุ์ไทยข้าวเหนียวเขาวง ลืมผัว ข้าวสังข์หยด และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้โดยใช้เทคโนโลยีพลาสมา เย็นเพิ่มคุณสมบัติดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวหน้าและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์นำร่องก่อนแตกไลน์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ป้องกันแดดและเมคอัพจากข้าว หวังยกระดับแบรนด์เครื่องสำอางไทยสู่ตลาดโลก


: จากปัญหาสู่นวัตกรรม


จากแนวคิดนำข้าวมาต่อยอดเพื่อทำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตอบโจทย์ของประเทศที่ต้องการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว โดยเริ่มต้นจากการทำความสะอาดผิวหน้า ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในตลาดที่เป็นเจล โฟมล้างหน้าส่วนใหญ่จะเป็นน้ำ ซึ่งมีปัญหาเรื่องการพกพาในการเดินทางไปต่างประเทศนำขึ้นบนเครื่องบินไม่ได้ ‘สุพัฒน์ เลาระวัตร’ กรรมการผู้จัดการบริษัท สกินเทค อินเตอร์โปรดักส์ จึงคิดที่จะพัฒนานวัตกรรมทำความสะอาดผิวหน้าที่มีลักษณะเป็นผงโดยใช้ส่วนผสมจากข้าวพื้นเมือง ได้แก่ ข้าวเหนียวเขาวง จ.กาฬสินธุ์ ข้าวเหนียวลืมผัว จ. เพชรบูรณ์ ข้าวสังข์หยด จ. พัทลุง และข้าว หอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งข้าวแต่ละชนิดเหมาะกับกับสภาพผิวแตกต่างกันโดยกลุ่มข้าวเหนียวเหมาะคนผิวแห้ง หรือกลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนข้าวเจ้าเหมาะกับคนผิวธรรมดาถึงผิวมันทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถครบคลุมทุกสภาพผิว


จากนั้นนำผงแป้งข้าวมาผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีพลาสมา เย็นที่บริษัทร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้ผงข้าวมีพื้นผิวขรุขระสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีคุณสมบัติดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวหน้าดีขึ้น รวมทั้งเป็นการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในผงแป้งข้าว จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ร่างกายและผมในรูปแบบผงแบรนด์แรกในประเทศ


“ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเหมาะกับผู้บริโภคที่เดินทาง เพราะสามารถพกพาสะดวกเนื่องจากเป็นรูปแบบผงแห้งสามารถนำไปผสมน้ำทำความสะอาดหน้า ร่างกายรวมทั้งเส้นผมได้ ที่สำคัญสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวได้ถึง 440 เท่าจากต้นทุนการผลิต 150 บาทต่อขวดสามารถจำหน่ายได้ในราคา 800 บาทต่อขวด” สุพัฒน์ กล่าวและว่า


7ปีที่ผ่านมา ธุรกิจหลักของบริษัทคือการรับจ้างผลิตเครื่องสำอางร่วมกับการพัฒนาสินค้าไปกับคู่ค้า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเขาเล็งเห็นว่ายังมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาต่อยอดได้ จึงพยายามนำเสนอกับลูกค้า แต่ไม่ได้รับความสนใจ หนึ่งในนั้นก็คือผลิตภัณฑ์จากข้าวจึงตัดสินใจลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาภายใต้แบรนด์‘สกิน เฮฟเวน’ (Skin Heaven)ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาลรัฐบาลที่สนับสนุนให้สร้างมูลค่าเพิ่มกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรหลายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะข้าว เพราะส่วนใหญ่ส่งออกในรูปแบบของข้าวสารไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มอะไรทำให้ต้องแข่งขันราคากับคู่แข่ง ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทย ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน


:เพิ่มมูลค่า& ช่วยเหลือสังคม


“ ดังนั้นการแปรรูปข้าวถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งโดยรับซื้อเป็นข้าวเปลือกจากชาวนาแปลงเล็กในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด 2 เท่า จากที่ขายกิโลกรัมละ 5-10 บาท พร้อมให้ชาวนาสีข้าวให้ด้วยจากนั้นทางบริษัทนำข้าวมาใช้ผลิตส่วนหนึ่ง อีกส่วนที่เหลือนำไปบริจาคให้กับทางโรงเรียนต่างจังหวัดไปทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนรับประทาน สมมติ ข้าว1 ตัน บริษัทใช้แค่ 100 กิโลกรัม ที่เหลือบริจาคเหมือนการทำซีเอสอาร์ ฉะนั้นคนที่ซื้อผลิตภัณฑ์สกิน เฮฟเวนเสมือนเป็นการช่วยเหลืออาหารกลางวันให้กับเด็กต่างจังหวัดทางอ้อม”


ปัจจุบันสกินเฮฟเวนจำหน่ายในช็อป บิวตี้ แมกซ์ จำหน่ายเครื่องสำอาง สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน อยุธยาพาร์คซิตี้ โคราช หัวหิน และมณฑล กวางสี ในประเทศจีนผ่านตัวแทนจำหน่าย ที่ผ่านมาสกิน เฮฟเวนเริ่มจำหน่ายเมื่อต้นปีนี้ พบว่าได้ผลตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคที่มาจากธรรมชาติ ให้ความรู้สึกปลอดภัยและรักษ์โลก ส่วนลูกค้าคนไทยจะเป็นกลุ่มเฉพาะ โดยมีสัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศ 50:50 ล่าสุดกำลังจะส่งไปจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน สวิสฯ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายหลากหลายทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงกลุ่มผู้สูง อายุ ส่งผลให้9เดือนที่ผ่านมายอดขายโตต่อเนื่องเริ่มจากโรดโชว์และมียอดขายเพิ่มขึ้น สิ้นปีนี้คาดว่า ยอดขายตกเดือนละ 2 ล้านบาท ปีหน้าคาดว่าจะสามารถมียอดขายเดือนละ 5 ล้านบาทและ ในอนาคตจะแตกและขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ที่กำลังพัฒนาอยู่ คือมิราเคิลวอเตอร์ ที่ใช้บำรุงหลังการทำความสะอาดผิวทำมาจากน้ำหมักข้าวกับน้ำซาวข้าวเป็นภูมิปัญญาคนไทย ซึ่งต้องคัดแยกสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่นำมาหมักจากไบโอเทค คาดว่าออกวางจำหน่ายสิ้นปีนี้


ถัดจากนี้จะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปกป้องผิว เช่น ครีมกันแดด หรือเมคอัพที่ใช้แป้งข้าวมาทำที่ผ่านการใช้เทคโนโลยีพลาสมา เย็นมาต่อยอด ได้หลากหลายผลิตภัณฑ์ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจะไม่ใช้สารกันเสีย ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กังวลในการใช้สารเคมีอาจทำเกิดอาการแพ้ สำหรับเป้าหมายของแบรนด์สกิน เฮฟเวน คือเป็นแบรนด์ไทยที่ต่างชาติยอมรับเหมือนแบรนด์สปาไทยหลายแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักของคนต่างชาติ ดังนั้นช่องทางจำหน่ายต่อไปคือร้านค้า์ในสนามบินให้ชาวต่างชาติซื้อไปเป็นของระลึกหรือของฝาก

  • 1/1
แชร์ข่าว :
Tags: