"เซ็นทรัล" ชูเครือข่ายห้างหรูทั่วโลกดึงลูกค้า ‘ช้อปข้ามทวีป’

13 กันยายน 2560 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
2,658

เซ็นทรัลเขย่าคู่แข่งค้าปลีกทั่วโลก วางโรดแมพต่อยอด “เครือข่ายห้างหรู” ผ่านแพลตฟอร์ม “โอ วิลส์ ดูมองค์”   หนุนลูกค้าช้อปข้ามทวีป ประเดิม 9 ห้าง ใน 8 เมืองใหญ่ อนาคตเปิดกว้างพันธมิตรสร้างประสบการณ์ชอปปิงไร้พรมแดน

ทุนค้าปลีกไทยยักษ์ใหญ่ “กลุ่มเซ็นทรัล” สร้างปรากฎการณ์ระดับโลกโดยใช้ความได้เปรียบของห้างสรรพสินค้าหรูในเครือ ภายใต้ “เซ็นทรัล ลักชัวรี คอลเลคชั่น” ที่ปักหลักให้บริการ ใน 8 เมืองใหญ่ทั่วโลก “ต่อยอด” ด้วยการเชื่อมเครือข่ายเป็นหนึ่งเดียวผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น โอ วิลส์ ดู มองค์ (Aux Villes Du Monde) เครื่องมือการตลาดแห่งอนาคตที่จะมาเปิดประสบการณ์ชอปปิงรูปแบบใหม่ไร้พรมแดนด้วยบริการ On demand

นายทศ จิราธิิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร  และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของกลุ่มเซ็นทรัลช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมามุ่งสร้างเครือข่ายห้างสรรพสินค้าหรู ภายใต้การจัดกลุ่มธุรกิจที่เรียกว่า “เซ็นทรัล ลักชัวรี คอลเลคชั่น” ปัจจุบันครอบคลุม 8 เมือง ใน 4 ประเทศทั่วโลก  ในทำเลที่เป็น “โกลบอลแลนด์มาร์ค” มีนักเดินทางจากทั่วโลกเข้ามาเยือนจำนวนมากตลอดทั้งปี จากนี้้จะเป็นสเต็ปของการต่อยอดเชื่อมโยงเพื่อสร้างศักยภาพและพลังทางการตลาด

“กลุ่มเซ็นทรัลยึดแนวทางในการทำงานที่เรียกว่า Centrality  คือการเป็นศูนย์กลางของเมือง ศูนย์รวมของชีวิต เริ่มต้นที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ในไทย ต่อมาเลือกบริหารห้างสรรพสินค้าหรูในยุโรปที่ล้วนเป็นศูนย์กลางของเมืองหลักทางเศรษฐกิจและสังคม”

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลได้พัฒนาแพลตฟอร์มเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ภายใต้ชื่อ โอ วิลส์ ดู มองค์ (Aux Villes Du Monde หรือ AVDM)  เชื่อมห้างสรรพสินค้าหรูของกลุ่มเซ็นทรัล และห้างพันธมิตรเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อนำเสนอประสบการณ์การชอปปิงระดับโลก พร้อมเปิดตัวบริการ On Demand การชอปปิงข้ามโลกรูปแบบใหม่ ที่ลูกค้าจะสามารถช้อปได้ตามใจทุกที่ทุกเวลาเป็นครั้งแรกของโลก รองรับลักชัวรีไลฟ์สไตล์

สำหรับห้างหรูในเครือข่ายเซ็นทรัล  ลักชัวรี คอลเลคชั่น และพันธมิตร ประกอบด้วย ห้างเซ็นทรัลชิดลม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในกรุงเทพฯ และ ห้างเซ็นทรัล ภูเก็ต ที่พร้อมให้บริการในปี 2561 ลา รินาเซนเต้ (Rinascente) ที่เปียซ่า ดูโอโม ใจกลางกรุงมิลาน และแฟลกชิพสโตร์แห่งใหม่ ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เตรียมเปิดบริการวันที่ 12 ต.ค.นี้ คาเดเว (KaDeWe) ในกรุงเบอร์ลิน โอเบอร์พอลลิงเกอร์ (Oberpollinger) ในมิวนิก และ อัลสเตอร์เฮ้าส์ (Alsterhaus) ในฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โกลเดนเนส ควอเทียร์ (Goldenes Quartier) ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และ อิลลุม (Illum) ในโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

นายทศ กล่าวอีกว่า ใน 3 ปีข้างหน้าจัดสรรงบประมาณ 8,000 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงธุรกิจห้างหรูในยุโรปให้มีความทันสมัยทั้งด้านสินค้าและบริการรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ 

ช้อปข้ามโลกครั้งแรก

นางยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า กล่าวต่อว่า  AVDM จะทำหน้าที่เชื่อมประสบการณ์การชอปปิงของผู้คนในสังคมเข้าด้วยกัน ผ่านเรื่องราวการท่องเที่ยว อาหาร แฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรรม พร้อมกับบริการ ออนดีมานด์ (On demand) การชอปปิงข้ามโลกรูปแบบใหม่ให้เลือกช้อปผ่าน WhatsApp ด้วยการแชตสดกับเจ้าหน้าที่ของห้าง ซึ่งไม่มีใครเคยทำมาก่อน

"ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีผลต่อการพัฒนาและคงความเป็นศูนย์กลางของเมืองมีส่วนส่งเสริมให้เกิดความมั่งคั่งในเชิงพาณิชย์และสังคม อันเป็นผลจากการเรียนรู้ ปรับตัว ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในพื้นที่"

ทั้งนี้  AVDM ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จากไลฟ์สไตล์ของสังคมเหล่านี้ผ่านห้างหรูและห้างพันธมิตรของกลุ่มเซ็นทรัล ด้วยเครือข่ายดิจิทัล เพื่อทำให้ห้างเหล่านี้กลายเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปเยือนเมื่อมาถึงเมืองนั้นๆ ที่ไม่เพียงเป็นจุดหมายแห่งการชอปปิง แต่ยังมีส่วนส่งเสริมสินค้า อาหาร วัฒนธรรม และกิจกรรมต่างๆ ของเมืองนั้นๆ อีกด้วย

‘ดิจิทัลแมกกาซีน’คู่มือใช้ชีวิต

AVDM เปรียบเสมือน ดิจิทัล แมกกาซีน ประกอบด้วย คู่มือการใช้ชีวิตอย่างมีระดับใน 8 เมืองสำคัญ ด้วยรูปแบบนิตยสารดิจิทัล 8 ภาษา ดำเนินงานโดย Condè Nast Italia สำนักพิมพ์และเจ้าของนิตยสารท่องเที่ยวระดับโลก บทความใน AVDM จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองทั้ง 8 รวมถึงแฟชั่น การออกแบบ อาหาร และวัฒนธรรม โดยจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับสถานที่พิเศษ สถานที่ฮิตใหม่ๆ 

แพลตฟอร์ม AVDM ยังมี จดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (E-newsletter) สำหรับสมาชิกเดือนละ 2 ครั้ง รวมทั้งแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ติดต่อและนัดหมายกับ Concierge รวมถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กสำคัญอย่าง เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม

นอกจากนี้ มีบริการ On demand ลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ทั้งชาวไทย และต่างชาติ สามารถแอดหมายเลข WhatsApp ของห้างที่ต้องการ สามารถแชทกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามและสั่งซื้อสินค้าที่ต้องการ จากนั้นเลือกชำระเงินออนไลน์ แล้วรอรับสินค้าที่จะส่งตรงถึงบ้าน หรือเลือกรับสินค้าในห้างที่สั่งซื้อ เป็นทางเลือกใหม่ของการชอปปิงข้ามโลก

"ลูกค้าชาวไทยสามารถสั่งซื้อสินค้าจากห้างในยุโรป หรือชาวยุโรปก็สามารถสั่งซื้อสินค้าจากห้างเซ็นทรัลชิดลม หรือ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้เช่นกัน แล้วรอรับสินค้าที่บ้าน ถือเป็นประสบการณ์ชอปปิงรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน”

เจาะลูกค้าชาวไทย‘ช้อปตามต้องการ’

นางสิริเกศ จิรกิติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ห้างเซ็นทรัลได้เปิดบริการ CENTRAL On Demand เป็นห้างแรกในไทย รองรับลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดที่มีสาขาของห้างเซ็นทรัล หรือไม่สะดวกเดินทางมาห้าง สามารถชอปปิงด้วยการแชทสอบถาม และสั่งซื้อสินค้ากับเจ้าหน้าที่ หรือ Digital Assistant 

"เหมือนมีเลขาส่วนตัวมาช่วยช้อป บริการนี้แตกต่างจากชอปปิงออนไลน์อื่นๆ ที่ลูกค้าสามารถเลือกหาสินค้าตามความต้องการ ไม่จำกัดในแคตตาล็อก หรือเว็บไซด์ เป็นการนำเอาจุดเด่นของการชอปปิงแบบออฟไลน์ คือการแชmสดกับเจ้าหน้าที่ และชอปปิงแบบออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย มาใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ”

ภายในปีนี้ CENTRAL On Demand จะให้บริการครบ 22 แห่งทั่วประเทศ คาดมียอดฟอลโลว์ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน

แชร์ข่าว :
Tags: