ดับฝันลูกหนี้เงินเดือนไม่ถึง2หมื่นคิดชักดาบ!!

18 กรกฎาคม 2560
3,752

"กรมบังคับคดี" ดับฝันลูกหนี้เงินเดือนไม่ถึง 2 หมื่นคิดชักดาบ ชี้มีหนี้ต้องจ่ายอย่าปล่อยดอกเบี้ยท่วมจนถูกฟ้องล้มละลาย ระบุเจตนาหวังช่วยลูกหนี้ดำรงชีพอยู่ได้

น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ชี้แจงการบังคับใช้พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับวันที่ 4 ก.ย.นี้ โดยระบุถึงลูกจ้างบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจซึ่งกฎหมายเดิมกำหนดให้เจ้าหนี้สามารถอายัดเงินลูกหนี้ที่มีเงินเดือนมากกว่า 10,000 บาท ตามอัตราที่ลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถตกลงกันได้ แต่อายัดได้ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน แต่กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้มา 12 ปี ปัจจุบันเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้นจึงเห็นว่าควรปรับอัตราเงินเดือนลูกหนี้อยู่ที่ 20,000 บาท แต่กฎหมายได้เพิ่มเงื่อนไขสำหรับทรัพย์สินที่ไม่สามารถยึดหรืออายัดได้ ประกอบด้วยทรัพย์ต่าง ๆ ดังนี้ อาทิ เครื่องนุ่งห่มหลับนอน และเครื่องใช้ส่วนตัวที่มีราคาประเมินไม่เกินประเภทละ 20,000 บาท สัตว์สิ่งของที่ใช้ในการประกอบอีพของลูกหนี้มีราคารวมกันไม่เกิน 100,000 บาท สัตว์ สิ่งของหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนอวัยวะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ทรัพย์สินส่วนตัวประจำวงตระกูลและทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย

ส่วนทรัพย์ประเภทเงินที่ไม่สามารถอายัดหรือยึดได้ เช่น เบี้ยเลี้ยงชีพตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น เบี้ยคนพิการ เบี้ยคนชรา เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ เบี้ยหวัดหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างในหน่วยงานราชการ และบำเหน็จหรือค่าชดเชยอื่นจำนวนไม่เกิน 300,000 บาท รวมทั้งเงินฌาปนกิจจากการตายของบุคคลอื่นด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีเงินเดือนประมาณ 20,000 บาท มีหนี้สินจากบัตรเครติดและบัตรสินเชื่อเงินสด เมื่อถูกฟ้องบังคับคดีแล้วศาลมีคำสั่งให้ชำระหนี้จะออกหมายบังคับคดี เพื่อปิดช่องไม่ให้มีการประวิงคดีเพราะถึงอย่างไรลูกหนี้ก็จะต้องถูกบังคับชำระหนี้และมีภาระจะต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย ไม่ใช่ว่าเงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาทแล้วไม่ต้องจ่ายหนี้ จึงอยากแนะนำให้ผู้มีหนี้สินชำระหนี้ตามกฎหมายไม่เช่นนั้นดอกเบี้ยจะทบต้นแล้วจะเป็นภาระในการที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อใดที่ปล่อยให้มีหนี้สินล้นพ้นตัวเกิน 1 ล้านบาท ก็จะถูกฟ้องล้มละลายทันที ในการชำระหนี้เจ้าหนี้และลูกหนี้จะต้องตกลงกันให้ได้เรื่องการชำระหนี้ขั้นต่ำ แต่หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่เห็นด้วยก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีกลไกอื่นมาช่วยไกล่เกลี่ยได้

"สำหรับลูกหนี้ที่ถูกบังคับคดีตามกฎหมายเดิมยังต้องชำระหนี้ตามเดิมจะอ้างว่ามีเงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาทไม่ได้ ยอมรับว่า กฎหมายที่ออกมามีผลสะท้อน 2 ด้าน ฝ่ายลูกหนี้อาจจะดีใจคิดว่าไม่ต้องชำระหนี้ ขณะที่เจ้าหนี้ก็คิดว่าจะไม่ได้หนี้คืนเพราะไม่รู้จะบังคับหนี้อย่างไร แต่สิ่งที่กรมบังคับคดีเป็นห่วงคือ กลัวประชาชนจะไม่มีวินัยทางการเงิน อยากทำความเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ออกมาเพื่อปลดหนี้ แต่ช่วยดูแลให้ลูกหนี้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ และยืนยันว่าเมื่อเป็นหนี้ยังต้องชำระ ไม่เช่นนั้นดอกเบี้ยก็จะท่วม และควรจะเลือกการผ่อนจ่ายหรือเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อลดต้นและลดดอก ซึ่งกรมบังคับคดีพร้อมจะดูแลทั้ง 2 ฝ่าย" อธิบดีกรมบังคับคดีกล่าว

ส่วนข้อกังวลว่ากฎหมายดังกล่าวจะผลักคนที่มีเงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาทต้องไปกู้หนี้นอกระบบนั้น อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ผู้มีรายได้น้อยยังสามารถขอยื่นกู้กับสถาบันการเงินได้ตามปกติ เพียงแต่อาจถูกเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือหาบุคคลมาค้ำประกันหนี้ ซึ่งกรณีดังกล่าวในส่วนของสถาบันการเงินได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว เพราะขั้นตอนการยกร่างกฎหมายได้ผ่านการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว

แชร์ข่าว :
Tags: