สรุปคดีฆ่าโหด 8 ศพ 'ผบ.ตร.'ลั่นเจอประหารแน่!!

17 กรกฎาคม 2560
41,345

สรุปคดีฆ่ายกครัว 8 ศพกระบี่ หลัง "พล.ต.อ.จักรทิพย์" ลงพื้นที่คลี่คลายคดีด้วยตัวเอง "ผบ.ตร." ลั่นไม่อยากจับเป็นแต่ผู้ต้องหาไม่สู้ ยันโทษประหารแน่!!

จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญที่กลุ่มคนร้ายประมาณ 6-7 คนแต่งกายชุดลายพราง พร้อมอาวุธครบมือ บุกบ้าน นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ คุมตัว ลูกเมีย ญาติพี่น้อง นายวรยุทธ ก่อนจ่อยิงศรีษะเสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ต้องลงมาบัญชาการคลี่คลายคดีด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. จัดกำลังชุดสืบสวนระดับพระกาฬลงพื้นที่ทันที ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีได้ทั้งหมด โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ประกาศลั่นต้องประหาร

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ (ศปก.ภ.จว.กระบี่) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมทีมสืบสวน ร่วมกันแถลงผลคลี่คลายคดีนี้ว่า เจ้าหน้าที่จับผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด 8 คน หลังจากติดตามสืบสวนสอบสวนมากว่า 5 วัน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า สำหรับการตอบคำถามสื่อมวลชน จะตอบเท่าที่สามารถตอบได้ หากมีผลกระทบต่อรูปคดีก็ไม่ขอตอบ ให้อยู่ในสำนวน



ชี้ปมขายฝากที่ดินเหตุมรณะ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คนร้ายที่ไปที่เกิดเหตุ มี 7 คน ส่วนอีก 1 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และอยู่ระหว่างพิสูจน์ผู้เกี่ยวข้องอีก 2-3 คน หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดครั้งนี้ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด สาเหตุหลักๆ คือความขัดแย้งการขายฝากที่ดินระหว่างนายวรยุทธ กับ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือ บังฟัต ซึ่งมีที่ดินหลายแปลง มูลค่าหลายล้านบาท ประกอบกับ นายวรยุทธกับบังฟัตมีปากเสียง มีการข่มขู่ท้าทายซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการทะเลาะเรื่องการขายฝากที่ดิน มีการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล โดยมีเรื่องกันตั้งแต่ปี 2559 จากนั้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 59 ทางบังฟัต ก็พยายามมาก่อเหตุแล้ว ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ บางครั้งมาครบทีม 7 คน บางครั้งมากัน 4 คน ซึ่งว่าจ้างมาครั้งละ 1,000 บาท ต่อคน ซึ่งเป็นลูกน้องของบังฟัต บางคนทำงานรับจ้างอยู่สวนยาง ยืนยันไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่ทหาร ขณะนี้กำลังตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบังฟัต แต่เบื้องต้นไม่มีประวัติก่อเหตุ ส่วนของกลางเป็นปืนคนตาย ของบังฟัตมีเพียงปืนบาเร็ตต้า ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ที่เหลือเป็นบีบีกัน

"กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ไม่มีซุ้ม เป็นคนธรรมดา บางคนอดีตเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย( รปภ.) การก่อเหตุคือตั้งใจมาฆ่า ตั้งใจมาสร้างสถานการณ์ โดยจัดฉากว่าผู้ใหญ่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ มีปัญหาครอบครัวการเงิน จึงยิงคนในบ้าน บังฟัตรู้คนเดียว คิดอยู่คนเดียว แล้วหลอกลูกน้องมาร่วมก่อเหตุ บอกว่ามาทวงหนี้ เพราะบังฟัตเป็นนายทุนออกเงินกู้ ที่ดินที่ขายฝากกับคนตาย บังฟัตเป็นคนรับจำนำ พอผู้ใหญ่จะมาไถ่ถอนคืนบังฟัตก็ไม่มีโฉนดคืนให้ เพราะน่าจะขายทอดไปแล้ว จึงเกิดมีปัญหากัน ทางฝ่ายผู้ใหญ่บ้านก็เคยขู่จะฆ่าล้างโคตรบังฟัตเหมือนกันตั้งแต่ปี 59 คดีนี้เชื่อมั่นว่าเอาผิดได้ และเชื่อว่าศาลจะตัดสินประหารด้วย ผมเองภาวนาอยากให้เขาต่อสู้จริงๆ เพราะจะได้ไม่ต้องจับเป็น" พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว

ชดใช้กรรม !โดนประหารชีวิตแน่

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมของบังฟัตถือว่าโหดเหี้ยม อำมหิตมาก ส่วนกรณีที่ฆ่าเด็กนั้น ผมไม่จำเป็นต้องตอบว่าทำไมต้องฆ่าบานปลาย หรือฆ่าเด็ก สิ่งที่ทำอยู่มันก็ตอกย้ำแล้วว่า แก๊งคนร้ายกลุ่มนี้ต้องโดนศาลพิพากษาประหารชีวิตแน่นอน ซึ่งได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ทำสำนวนให้รัดกุมและหลักฐานจะต้องพร้อมเพื่อให้มีการพิพากษาประหารชีวิต ซึ่งในส่วนของหลักฐานต่างๆได้เกือบครบทั้งหมดแล้ว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุก็ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุหาพยานหลักฐาน และระหว่างการรวบรวมกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆก็พบข้อบ่งชี้เส้นทางหลบหนี สิ่งเหล่านี้ไม่เกินความสามารถของตำรวจ บังฟัตมีพฤติกรรมที่โหดเหี้ยว และยังคิดแผนหลอกตำรวจให้ไปที่เกิดเหตุ เพื่อให้เห็นว่าเป็นปัญหาครอบครัว มีการทำลายข้าวของให้เหมือนโวยวาย แล้วฆ่าลูกเมีย ก่อนยิงตัวตายตามของผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจใช้เวลา 5 วันในการสืบสวนจับกุมแก๊งคนร้าย จนประสบความสำเร็จ ยืนยันว่าทุกคดีพยายามทำเต็มที่ ไม่ได้หลับได้นอน เพื่อเรียกศรัทธาประชาชน ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินอย่างแท้จริง ไม่มีอะไรแอบแฝง แต่องค์กรตำรวจถูกด่าประจำ เรียกร้องให้มีการปฏิรูป หลังจากนี้ขยายผลถึงใคร เข้ากฎหมายข้อไหนเอาหมด ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่ออนุมัติหมายจับ เอาข้อหาที่แรง เพราะจะให้โทษถึงประหารชีวิตอย่างแน่นอน คาดว่าไม่เกิน 3-4 วัน จะสามารถออกหมายจับได้



สั่งเก็บหลักฐานให้ครบมัดให้แน่น

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผลทางนิติวิทยาศาสตร์กำลังเร่งทำ ซึ่งคดีนี้ไม่จำเป็นต้องทำแผนรับคำสารภาพ คดีอื่นก็เช่นกัน โดยวันนี้(16 ก.ค.)พล.ต.อ.เฉลิมเกรียติ ก็ไปหาหลักฐานเพิ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ของกลางเป็นปืนจริงและบีบีกัน ก็เร่งตรวจเก็บดีเอ็นเอไว้ตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของบ้านหลังเกิดเหตุนั้นคนร้ายได้เผาทำลายเซิร์ฟเวอร์ไปแล้ว นอกจากนี้ยังต้องขยายผลหาคนที่บงการมากกว่าบังฟัตหรือไม่ ตอนนี้ตัดประเด็นโรงโม่ออกไป และจากการสอบสวนเบื้องต้นทุกคนให้การรับสารภาพว่า บังฟัตเป็นคนลั่นไกยิงคนเดียวทั้ง 11 คน ตาย 8 คน รอดชีวิต 3 คน ซึ่งพวกอีก 7 คนนั้นถูกบังฟัตหลอกให้มาทวงเงินกู้

ญาติขอบคุณ"บิ๊กตู่"

นอกจากนี้จากการพูดคุยกับญาติคนตายเขาก็ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ส่งตำรวจส่วนกลางลงมาทำคดีจนคลี่คลายจับคนร้ายได้โดยเร็ว สร้างความเชื่อมั่น และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจ.กระบี่แต่อย่างใด



รวบหัวโจกพร้อมทีมสังหาร

ก่อนหน้านี้ เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุดังกล่าวครบแล้ว 8 คน ซึ่งหัวโจกที่ก่อเหตุและวางแผน คือ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อยู่บ้านเลขที่ 176 ม.7 ต.แม่นางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา จับได้บ้านเช่าแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต และเป็นคนที่สวมใส่ไอ้โมงยิงทุกคน

ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยที่จับได้ 8 คน นั้นจับได้ที่ จังหวัดภูเก็ต 3 คน จังหวัดพังงา 2 คน จังหวัดระนอง 2 คน และ จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 คน โดยจับคนแรกที่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะขยายผลจับกุมคนที่เหลือได้ทั้งหมด

สำหรับ นายซูริก์ฟัต หรือ บังฟัต คือคนที่ นายวรยุทธ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านนำที่ดินของพ่อตาไปจำนองในราคาล้านกว่าบาท โดยนายวรยุทธได้ใช้หนี้คืนไปหมดแล้ว แต่ทางบังฟัตไม่ยอมคืนโฉนดให้ จึงเกิดมีปากเสียง ทำให้นายวรยุทธได้ขู่ฆ่าบังฟัต กระทั่งต่อมาบังฟัตโมโห มีความพยามอุ้มนายวรยุทธหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนถึงวันเกิดเหตุบังฟัตได้รวบรวมเพื่อนอีก 7 คน ที่เป็นอิสลามด้วยกัน โดยหลอกว่ามาทวงเงิน 3 ล้านบาท พร้อมนัดหมายรวมตัวที่ อ.อ่าวลึก ก่อนเปลี่ยนชุดเป็นลายพรางเหมือนทหาร ซึ่งในตอนแรกคิดจะฆ่าครอบครัวของนายวรยุทธทั้งครอบครัวอยู่แล้ว แต่บังเอิญมีคนมาที่บ้านของนายวรยุทธเยอะจึงเกิดบานปลาย

เผยบังคับเหยื่อจัดฉากลวง

ขณะเดียวกันในระหว่างการควบคุมตัวครอบครัวนายวรยุทธและบรรดาญาติๆ ทางบังฟัตได้บังคับให้นายวรยุทธโทรศัพท์ไปยืมเงิน 5 แสนบาทจากเพื่อน โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีของนายวรยุทธ แล้วให้นายวรยุทธบอกกับเพื่อนที่โทรศัพท์ไปยืมเงินด้วยว่าเดือดร้อน เครียดเรื่องครอบครัว อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องเงิน 5 แสนบาท คือการจัดฉากให้เห็นว่า นายวรยุทธเครียดเรื่องครอบครัว แล้วใช้ปืนฆ่าคนในบ้านทั้งหมด ส่วนรถยนต์โตโยค้ายาริส เป็นชื่อของนายวรยุทธ จึงบังคับให้เซ็นโอนลอย เพื่อให้สอดคล้องกับการจดจำนองที่ดินก่อนหน้านี้ เป็นการตบตาเจ้าหน้าที่ทำคดี และได้เงินไปใช้เล่นด้วย แต่เจตนาจริงๆคือการฆ่ายกครัวครอบครัวนายวรยุทธ



ลูกน้องสารภาพ"บังฟัต" เหนี่ยวไกสังหารเหยื่อ

รายงานข่าวระบุด้วยว่า บังฟัตได้ให้พวกอีก 7 คน ช่วยกันใช้ปืนยิงทุกคนที่ถูกจับตัวไว้ แต่พวกทั้ง 7 คน ไม่เอาด้วย ทำให้บังฟัตลงมือยิงครอบครัวนายวรยุทธรวมทั้งหมด 11 คน หลังเกิดเหตุก็ขับรถออกมา โดยเอารถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์จอดซ่อนไว้ที่ อ.อ่าวลึก ส่วนรถโตโยต้ายาริสของกลุ่มคนร้าย และของนายวรยุทธก็ถูกขับแยกย้ายหนีตามจังหวัดต่างของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งรถของนายวรยุทธที่คนร้ายขับออกมา ถูกนำไปเผาทำลายที่ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา จากนั้นบังฟัตก็นั่งโดยสารรถตู้ไปยัง จ.ภูเก็ต ซึ่งได้เช่าบ้านไว้หลบซ่อน กระทั่งชุดสืบสวนสามารถติดตามจับคนร้ายรายแรกได้ที่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะยอมเปิดปากบอกข้อมูลกระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด โดยมีบังฟัตเป็นหัวโจก

นอกจากนี้เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้นำคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเข้าตรวจค้นเซฟเฮ้าส์ ซึ่งเป็นบ้านของนายซูรีฟัด หรือ บังฟัด ใน ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

"จักรทิพย์" นำทีมทำแผนกลางดึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะกำลังเข้าสู่วันใหม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมตำรวจคณะทำงานนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เดินทางออกจากกองพันทหารราบที่ 1 ไปยังบ้านของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ บ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งมีระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร เพื่อชี้จุดเกิดเหตุและทำเเผนประกอบคำรับสารภาพ

สำหรับทางเข้าบ้านที่เกิดเหตุไม่มีไฟส่องสว่างตลอดเส้นทาง ประกอบกับบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังเดี่ยวอยู่ท่ามกลางสวนปาล์มหลังสุดท้าย ทำให้ตำรวจต้องนำไฟสปอร์ตไลท์ มาติดตั้งบริเวณหน้าบ้านผู้ใหญ่วรยุทธเพื่อทำการส่องสว่าง
คุมผู้ต้องหาชี้จุดเผารถเหยื่อ

ต่อมาเวลา 02.04 น. วันที่ 16 กรกฎาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เปลี่นเส้นทางการเดินทางในการนำตัวผู้ต้องหาทั้งมดมาที่ อ.ทับปุด จ.พังงา เพื่อทำเเผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพในจุดเเรก ซึ่งตั้งอยู่ในซอยบ้านในหงก ริมถนนเพชรเกษม รอยต่อระหว่าง อำเภอทับปุด และ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นสถานที่ไม่มีไฟส่องสว่าง สภาพถนนเป็นดินลูกรัง ทางเข้าบริเวณด้านซ้ายเป็นสวนยางพาราตลอดเส้นทาง ด้านขวาเป็นสวนปาล์ม มีบ้านคนอาศัยห่างกันเป็นระยะๆ ซึ่งในจุดนี้ เป็นจุดที่ผู้ต้องหานำรถยนต์ โตโยต้า ยาริส ของนายวรยุทธมาเผาเพื่ออำพรางคดี หลังจากที่ผู้สื่อข่าวเดินเข้าไปในซอยดังกล่าวก็พบว่ามีตำรวจกว่า 20 นายยืนกั้นเป็นรูปแบบของกำเเพงมนุษย์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวระหว่างการทำเเผนชี้จุดเกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 02.30 น.พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ทางตำรวจสามารถจับกุมผู้ัต้องหาได้ทั้งหมดแล้วสอบสวนทราบว่าเป็นคนธรรมดาไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลมีสีเเต่อย่างใด และมีบางรายที่เป็นคนพื้นที่ในจังหวัดพังงา จึงรู้จุดรู้เส้นทางในการนำรถยนต์คันดังกล่าวมาเผาเพื่ออำพรางปิดบังซ้อนเร้นของกลางหลังก่อเหตุ โดยหลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปชี้จุดเกิดเหตุที่ 2 ซึ่งเป็นที่ผู้ต้องหานำปืนที่ก่อเหตุมาฝังไว้



ทีมสังหารนำค้นหาหลักฐานเจอเพียบ

ต่อมาเวลา 04.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมคณะทำงาน ได้ควบคุมตัวหนึ่งในทีมก่อเหตุ ไปชี้จุดที่ 2 ในพื้นที่บ้านป่ากอ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา เพื่อค้นหาพยานหลักฐาน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวภายหลังการเข้าค้นหาพยานหลักฐานว่า วันนี้ได้นำคนร้าย ซึ่งเป็นเจ้าของที่พักอาศัยอยู่ที่นี่มาชี้ทั้ง 5 จุด โดยจุดแรกพบเมมโมรี่การ์ดโทรศัพท์ จำนวน 5 ชิ้น จุดที่ 2 พบกุญแจมือ ถุงมือ 2 ชั้น ซึ่งพยานได้พบเห็นในที่เกิดเหตุ ป้ายทะเบียนรถ ส่วนจะเป็นของรถคันไหนขณะนี้ยังไม่ทราบ จุดที่ 3 พบอาวุธปืนลูกโม่ จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืน .38 จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืน .357 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนซีแซด ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ลูกกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่งที่วางอยู่ติดกับอาวุธปืนแต่ละชนิด จุดที่ 4 พบปลอกกระสุนปืน และจุดสุดท้ายพบอาวุธปืน ซึ่งในตอนแรกคิดว่าเป็นอาวุธปืนจริงตามคำให้การของคนร้าย แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสิ่งเทียมอาวุธ ซึ่งคล้ายกับอาวุธปืนจริง ลักษณะเป็นอาก้า 1 กระบอก และอาวุธปืนกล

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบแกลลอนน้ำมันขนาด 5 ลิตร ซึ่งทางกลุ่มคนร้ายได้ใช้ในการเผารถยนต์ของผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ก่อนจะนำกลับมาเก็บไว้ที่บ้านหลังดังกล่าวอีกด้วย

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวอีกว่า ส่วนอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่วันแรกที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอาวุธปืนของผู้ใหญ่เอง ส่วนผู้ต้องสงสัยที่คุมตัวมาในขณะนี้เป็นหนึ่งในทีมก่อเหตุ และเป็นบุคคลที่ค่อนข้างสนิทกับหัวหน้าชุดก่อเหตุ โดยจุดที่นำมาชี้นั้นเป็นบ้านของผู้ต้องสงสัยรายนี้ อย่างไรก็ตามรายละเอียดต่างๆ จะแถลงให้ทราบในช่วงบ่ายของวันนี้ (16 ก.ค.)

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง