‘รีบอค’ผสาน‘แฟชั่น-ฟังก์ชัน’ชิงเจนฟิต

07 กรกฎาคม 2560
2,878

เทรนด์รักสุขภาพ และการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ๆ เป็นกลไกขับเคลื่อนตลาดสินค้ากีฬาเติบโตสูงสวนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อ!!  

โดยกลุ่มคนเหล่านี้พร้อม “จ่าย” สำหรับเสื้อผ้าและอุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆ ที่ไม่ได้มองเพียง “ฟังก์ชัน” แต่ตัดสินใจซื้อทันทีเมื่อ “แฟชั่น” โดนใจ  ยิ่งประเภทล้ำสมัย ผลิตจำนวนจำกัด ระดับราคาสูงแค่ไหน “ซัพพลาย”  ก็ไม่พอรองรับ “ดีมานด์” ที่มีล้นหลาม 

วิจักษ์ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยท็อปสปอร์ต จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้ากีฬาแบรนด์ “รีบอค” ฉายภาพการขยายตัวของสินค้ากีฬาว่า มาจากกระแส “กีฬาและการออกกำลังกาย“ ที่เรียกว่า ”ฟีเวอร์” ในผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกระดับ มีการเล่นกีฬาหลากหลายรูปแบบ  กระตุ้นการใช้จ่ายสินค้าทั้งชุดออกกำลังกาย รองเท้า และอุปกรณ์กีฬา เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนปีที่ผ่านมาตลาดสินค้ากีฬาขยายตัว 15% โดยรีบอคเติบโตสูงกว่าตลาด

 โดยเฉพาะกลุ่ม ฟิต เจนเนอเรชั่น (Fit Generation) ซึ่งเป็นผู้ที่มีแนวคิดและวางแผนการออกกำลังกายอย่างมีระบบ ยิ่งขยายตัวสูงจะมีผลต่อการเติบโตของตลาดสินค้ากีฬา จากพฤติกรรมการเลือกใช้อุปกรณ์จะให้ความสำคัญกับ “ฟังก์ชัน” แบบ “มืออาชีพ” ดังนั้น “นวัตกรรม” ของสินค้าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในทางเดียวกันของการพัฒนาสินค้า นวัตกรรม คือ การต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้โปรดักส์นั่นเอง 

 “คนออกกำลังกายเหมือนไปแต่งตัวประชันกัน!! ผู้หญิงมีแนวโน้มการซื้อมากกว่าผู้ชาย เช่น ซื้อหลายสี หลายแบบ นิยมมีอุปกรณ์ส่วนตัวมากกว่าใช้ที่ยิม หรือที่ฟิตเนส จัดไว้ให้ นับเป็นโอกาสธุรกิจที่สำคัญของสินค้ากีฬาต่างๆ รวมทั้งรีบอค”

นอกจากการเพิ่มขึ้นของฐานผู้ออกกำลังกายและนิยมกีฬาแล้วดึงดูด “คู่แข่ง” ทั้งหน้าเก่าและรายใหม่เข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันเพื่อช่วงชิง “ดีมานด์” ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะ “กลุ่มนักสะสม”  และ “กลุ่มวัยรุ่น”  ที่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายจากสินค้าเทคโนโลยีไอที มาให้ความสนใจสินค้าแฟชั่น อย่าง “รองเท้ากีฬา” มากขึ้น สะท้อนได้จากภาพการ “ต่อคิว” และการช่วงชิงสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันในแต่ละครั้งของบรรดาแบรนด์ต่างๆ นำออกสู่ตลาด

จะเห็นว่า มีทั้งโลคัลแบรนด์และอินเตอร์เนชั่นแนล อาทิ บอดี้โกลฟ ดีแอนด์พี ่ทิมเบอร์แลนด์ เอชแอนด์เอ็ม ที่มีการขยายไลน์สินค้ากีฬา เช่น รองเท้า ชุดกีฬา

แม้ตลาดมีการเข้าออกของผู้ประกอบการตลอดเวลา แต่เข้ามาแล้วก็ล้มหายตายจากไปไม่น้อย”

อย่างไรก็ดี แม้ตลาดแข่งขันรุนแรงแต่ผู้ประกอบการแต่ละรายมีจุดแข็งและเป็นผู้นำที่ชัดเจนในแต่ละเซ็กเมนท์ อาทิ ไนกี้ เป็นผู้นำในตลาดบาสเก็ตบอล อาดิดาส ผู้นำตลาดฟุตบอล ขณะที่รีบอค ครองตลาดฟิตเนส มวย และครอสฟิต  ขณะที่ในภาพรวมในเชิงมูลค่า ไนกี้ เป็นผู้นำตลาด ตามด้วย อาดิอาส อันเดอร์อาร์เมอร์ส และรีบอค

วิจักษ์ กล่าวต่อว่า รีบอค ประเทศไทยนับเป็นตลาดศักยภาพที่บริษัทแม่ให้ความสำคัญสูงจากการขยายตัวของฐานลูกค้า กำลังซื้อ และเทรนด์การออกกำลังกาย ส่งผลธุรกิจรีบอคไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ในภูมิภาครองจากอินโดนีเซีย

ภายในปี 2563 ตั้งเป้าหมายมีสาขาเพิ่ม “เท่าตัว” หรือ 20-22 สาขา จากปัจจุบันเปิดบริการ 11 สาขา โดยบริษัทวางแผนปี 2560-2561 จะเปิดร้านรีบอค 7 สาขา ขนาด150-200 ตร.ม. ลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 5 ล้านบาท

พร้อมเพิ่มสินค้าสำหรับผู้หญิงมากขึ้น ทั้งกลุ่มกีฬาแบบเดิม ฟิตเนส โยคะ และกลุ่มกีฬาต่อยมวย อุปกรณ์ต่อสู้ หรือ ไฟต์ช็อปโดยชุดออกกำลังกายเน้นจุดขายในเรื่องดีไซน์สไตล์แฟชั่น ลวดลาย และสีสันสดใส รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ถุงมือ เป้าล่อ นวม กระสอบทราย

ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาสำหรับการออกกำลังกาย  รีบอค จึงวางตำแหน่งทางการตลาดเป็นแบรนด์สำหรับผู้รักการออกกำลังกาย สินค้าหลักเน้นไปที่การออกกำลังกายทั้งแบบเทรนนิ่ง รันนิ่ง หรือตรงวัตถุประสงค์การออกกำลังกายประเภทต่างๆ เช่น รองเท้าที่ออกแบบสำหรับการเล่นครอสฟิต รองเท้าสำหรับการเต้นโดยเฉพาะ”

เป้าหมายของ “รีบอคต้องการก้าวสู่ Brand of Fitness หรือแบรนด์สำหรับผู้รักการออกกำลังกายอย่างแท้จริง เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำภาพครั้งนี้ ได้จัดทำแคมเปญ  Be More Human

โดยมี "ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา” เป็นแอมบาสเดอร์สำหรับประเทศไทย ทำหน้าที่ตัวแทนแบรนด์และสะท้อนความเป็น ฟิต เจนเนอเรชั่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหันมาออกกำลังกายและวางแผนอย่างจริงจัง มีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับการออกกำลังกายหรือกีฬา

แชร์ข่าว :
Tags: