‘ฤาษีเกศ’ เมืองหลวง ‘โยคะ’ โลก

19 เมษายน 2560 | โดย ณัชชา อรวีระกุล (แปลและเรียบเรียงจากซีเอ็นเอ็น)
4,078

เมืองฤาษีเกศ ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของอินเดีย แม้จะถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงโยคะของโลก” แต่ที่นี่ยังมีหลายสิ่งให้ทำมากกว่าท่องคาถาต่อเนื่องว่า “โอม ศานติ”

นอกจากเมืองฤาษีเกศจะเป็นเบ้าหลอมทางปัญญาของโลกแล้ว สถานที่แสวงบุญของชาวฮินดูอันสงบตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำคงคา ได้กลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อไม่นานมานี้

ต่อไปนี้คือเรื่องพื้นฐานที่คุณต้องทำเมื่อมาเยือนดินแดนโยคะแห่งนี้ ซึ่งอาจพบเห็นได้ภายในหลายสัปดาห์หรือเพียงไม่กี่วัน

สัมผัสชีวิตโยคี

ฤาษีเกศถือเป็นแหล่งรวมอาศรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ผ่อนคลายทางจิตวิญญาณ โดยกิจกรรมภายในอาศรมจะเริ่มต้นเวลา 5.00 น. เพื่อทำสมาธิ ตามด้วยโยคะรับอาทิตย์ยามเช้า จบด้วยโยคะชุดอื่น ๆ การสวดมนต์ อบรม และรับประทานอาหารร่วมกัน

อาศรมที่เป็นที่เคารพนับถือและมีความงดงามอย่าง “ปรามาทนิเกตัน” ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานโยคะนานาชาติเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ให้บริการห้องพักรวมแบบไม่มีอินเทอร์เน็ตในราคา 12 ดอลลาร์ (ราว 400 บาท) เท่านั้น แต่เครื่องทำความร้อนและน้ำร้อนเอาแน่เอานอนไม่ได้

บางแห่งยังเป็นศูนย์รวมโยคะ หรือมุ่งที่การทำสมาธิขั้นสูงขึ้น ถ้าหรูขึ้นมาอีกระดับก็จะมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำสวยสะดุดตาพร้อมสปาระดับพรีเมี่ยม

ขณะที่อาศรมส่วนใหญ่เปิดให้ผู้เล่นโยคะขาจรเข้าพักได้ โดยมีทั้งโทรทัศน์ติดช่องดาวเทียม อินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ คอยให้บริการ

เข้าร่วมพิธีคงคาอารตี

พิธีอารตีของศาสนาฮินดู มักจัดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำคงคาทุกช่วงเย็นยามอาทิตย์อัสดง ประโคมด้วยเสียงดนตรีและไฟ เพื่อบูชาสายน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ในฐานะที่เป็นมารดาของวัฒนธรรมฮินดู และเป็นเรื่องปกติที่คุณจะเห็นเปลวไฟพวยพุ่งจากระยะไกลที่กำลังเผาศพจนกลายเป็นขี้เถ้าก่อนนำไปโปรยลงสู่แม่น้ำ ซึ่งตามพิธีของชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณออกจากการเวียนว่ายตายเกิด

การแช่เท้าในแม่น้ำคงคาขณะโปรยดอกไม้ลงสู่น้ำเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีที่นี่ หรือจะลงไปอาบน้ำทั้งตัวก็ได้หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์เต็มรูปแบบ แต่ต้องระวังสายน้ำที่ไหลเชี่ยวและตะไคร่น้ำริมตลิ่งที่อาจทำให้ลื่นได้

การเที่ยว 1 วันในเมืองใกล้เคียงอย่าง หริญทวาร รัฐอุตตราขันธ์ อันเลืองชื่อ ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับพิธีอารตีซึ่งมีอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกน้อยกว่า แต่ต้องระวังร่างทรงมิจฉาชีพที่จะมาเที่ยวขอเงินบริจาคจากคุณด้วย

ร่วมขับร้อง-เล่นดนตรีเคอตัน

เมืองฤาษีเกศแห่งนี้ยังเป็นที่รวมวัดเล็กๆ เพื่อเป็นสถานที่ชั่วคราวให้นักดนตรีได้แสดงเคอตัน หรือการขับร้องร่วมกับเล่นเครื่องดนตรีพื้นเมือง เช่น ออร์แกน กลองทาบลา ขลุ่ย ฉาบ และเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่ให้ผู้เล่นรวมเป็นกลุ่มได้ การขับร้องดังกล่าวอาจกินเวลานานหลายชั่วโมง ทั้งยังเปิดให้ขาจรเข้ามาร่วมเล่นได้ (แต่ทางที่ดีควรขอร่วมเล่นโดยการพยักหน้าก่อน)

เยี่ยมชมอาศรม “เดอะ บีเทิลส์”

จริง ๆ แล้ว อาศรมแห่งนี้เป็นของมหาฤาษี มเหช โยคี ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการสอนเข้าฌานแบบโลกุตตระหรือฌานสำหรับผู้ต้องการหลุดพ้นให้กับศิลปินหลายคน แต่กลายเป็นเดอะ บีเทิลส์ที่ทำให้โยคีท่านนี้และเมืองฤาษีเกศมีชื่อเสียงโด่งดัง หลังพวกเขาไปเยือนอาศรมขนาด 35.41 ไร่แห่งนี้เมื่อปี 2511

นอกจากนี้ เมืองฤาษีเกศยังเพาะความคิดสร้างสรรค์ให้จอห์น เลนนอน และพอล แมคคาร์ตนีย์อีกด้วย แม้พวกเขาจะไม่ได้พบกับโยคีผู้ล่วงลับก็ตาม ทั้งคู่เขียนที่นี่กว่า 30 เพลง รวมถึงเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้ม “เดอะ ไวท์ อัลบั้ม” และยังมีอิทธิพลต่อจอร์จ แฮร์ริสัน มือกีตาร์วงสี่เต่าทอง ทั้งทางดนตรีและจิตวิญญาณ

อาศรมแห่งนี้ถูกทิ้งร้างนับตั้งแต่โยคีมหาฤาษีย้ายไปอยู่ที่ยุโรปช่วงทศวรรษที่ 70 แม้รัฐบาลอินเดียแทบไม่ฟื้นฟูสถานที่นี้เลย แต่อาศรมแห่งนี้ก็เปิดรับผู้มาเยือนอีกครั้งในปี 2558 โดยคิดค่าเข้าสำหรับต่างชาติเกือบ 9 ดอลลาร์ (ราว 313 บาท) ขณะที่คนอินเดียจ่าย 2 ดอลลาร์ (ราว 70 บาท)

ผจญภัยกลางแจ้ง

อุทยานแห่งชาติราชาจิซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมือง 90 นาที มีช้างกว่า 500 ตัว อีกทั้งยังมีเสือดำ เสือดาว กวาง หรือแม้กระทั่งตัวนิ่ม นอกจากนี้ อุทยานแห่งนี้ยังเป็น 1 ใน 48 เขตอนุรักษ์พันธุ์เสือของอินเดีย

ฤาษีเกศรายล้อมไปด้วยเส้นทางปีนเขาที่ท้าทาย ผสานเข้ากับการเดินป่าระยะสั้น ๆ ไปยังวัดหลายแห่งที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามในเมืองได้ หากชอบความผจญภัย ที่นี่ยังมีจุดสำหรับกระโดดบันจี้จัมป์จากหน้าผาดิ่งลงสู่แม่น้ำคงคาให้ลองเล่นเช่นกัน

ข้ามสะพานแขวน

ที่นี่มีสะพานให้คนเดินข้ามน้ำ 2 แห่ง ได้แก่ ลักษมัน จุฬา ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำ 18 เมตร ยาว 137 เมตรและกว้างเพียง 180 เซนติเมตร แม้จะถูกสร้างมาเพื่อให้คนเดิน แต่ก็ยังมีรถจักรยานยนต์และวัวสัญจรบนสะพานแห่งนี้จนสั่นไหวชวนหวาดเสียว ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือสะพาน ราม จุฬา ความยาว 228.6 เมตร แต่ความท้าทายไม่แพ้การผจญภัยเลยทีเดียว

แวะชิมริมทางก่อนเข้าเมือง

นักเดินทางจำนวนมากที่เดินทางไปฤาษีเกศโดยใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง จะไม่ได้สังเกตว่ามีตลาดริมถนนแห่งหนึ่งที่มีผู้คนจอแจ อยู่ห่างจากเมืองนี้เพียงไม่กี่นาที

นอกจากนี้ เมืองฤาษีเกศยังเป็นศูนย์รวมร้านอาหาร ร้านขนมหวาน แผงขายผักผลไม้ ร้านเครื่องกล และร้านเครื่องประดับ ซึ่งดูวุ่นวายตลอดสองฝั่งถนนหริญทวาร

ขอแนะนำให้แวะข้างทางแล้วลองชิมขนมหวานเฉพาะถิ่น เช่นเดียวกับขนมถั่วตัดตุ๊บตั๊บ แล้วคุณจะติดใจ

ยอมรับในสรรพสัตว์

ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอินเดีย สัตว์นานาชาติจะอาศัยอยู่รอบเมืองร่วมกับมนุษย์ รวมถึงแกะ วัว หมู และสุนัข ส่วนลิงมักจะขึ้นชื่อในเรื่องการแย่งชิงอาหารจากผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา หรือบุกห้องพักโรงแรม หากเห็นว่า มีหน้าต่างเปิดทิ้งไว้แม้จะมีคนอยู่ในห้องก็ตาม

ทางที่ดีที่สุดคืออยู่ห่างๆ ฝูงวานรเหล่านี้ไว้ แต่การให้อาหารเหลือแก่สุนัขแสนเชื่องก็ถือเป็นการสร้างกรรมดีไม่มากก็น้อย

เจ๊าะแจ๊ะตามร้านกาแฟ

ในฐานะที่เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารที่ไม่ใช่มังสวิรัติเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด ฉะนั้นการออกไปรับประทานอาหารข้างนอกเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจริงจัง ถึงจะมีร้านอาหารอยู่มากมายซึ่งไม่ค่อยบริการอาหารนานาชาติสักเท่าไรนัก แต่กลับเป็นร้านกาแฟที่ดูคึกคักเป็นพิเศษ

อย่างเช่นร้านเบเกอร์รี “พัมเพอร์นิกเกิล เยอรมัน” ใกล้กับสะพานลักษมัน จุฬา ไม่ได้ให้บริการเมนูขนมปังที่ทำจากข้าวไร่ แต่จะเสิร์ฟกาแฟรสชาติเยี่ยมคู่กับขนมหวานและอาหารด้วย

นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักจะมานั่งสังสรรค์ตามร้านกาแฟเหล่านี้ยาวนานกว่าอาหารมื้อหนึ่งเสียอีก เพราะมีบริการไวไฟฟรีและมีสัญญาณเสถียร เหมาะกับการแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ แลกบัญชีอินสตาแกรม (ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนอินเดียต้องมี) และเอาไว้ติดตามการเดินทางของกันและกัน

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

เพิ่มมาตรการเร่งลงทุนอีอีซี