วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

5 แชมป์ของ'ช้างศึก' บทพิสูจน์เบอร์1อาเซียน

5 แชมป์ของ'ช้างศึก' บทพิสูจน์เบอร์1อาเซียน

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวที่ ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา

 ทีมชาติไทยสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอาเซียน ด้วยการเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ แชมเปียนชิพ หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนมากที่สุด

และนี่คือเรื่องราวความสำเร็จทั้ง 5 ครั้งของนักเตะทีมชาติไทย เพื่อตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียน ก่อนมุ่งหน้าสู้เป้าหมายต่อไป คือการยกระดับ “ช้างศึก” สู่ระดับเอเชียในอนาคต

1996

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ครั้งแรก จัดขึ้นที่ สิงคโปร์ ระหว่าง 1-15 ก.ย. 2539 ในชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ไทเกอร์ คัพ” ตามชื่อสปอนเซอร์ ครั้งนั้น เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ขณะอายุ 23 ปี คือศูนย์หน้าตัวหลัก ขณะที่ ธวัชชัย สัจจกุล ต้องควบทั้งตำแหน่งผู้จัดการทีมและหัวหน้าผู้ฝึกสอน “ซิโก้” ยังรับบทเป็นฮีโร่ ผู้ยิงประตูชัยชี้ขาดผลตัดสินในนัดชิงชนะเลิศกับ มาเลเซีย ที่สนามกีฬาแห่งชาติ กัลลัง นับเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้หนแรกของทีมชาติไทยด้วย

ขณะที่ อัลเฟรดเนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ก็คว้าตำแหน่งดาวซัลโว ด้วยผลงาน 7 ประตู ส่วน ไซนัล อบิดิน เสือเฒ่าของมาเลเซีย เป็นเจ้าของรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของรายการ

2000

       หลังแพ้ต่อ เวียดนาม ถึง 0-3 ในรอบรองชนะเลิศ 1998 ทีมชาติไทย กลับมาทวงความสำเร็จในรายการนี้อีกครั้งในสองปีถัดมา หนนี้ ไทย รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพเอง ระหว่าง 5-18 พ.ย. โดยแบ่งจัดที่เชียงใหม่และสงขลา ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนย้ายมาเล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน ตั้งแต่รอบน็อคเอาท์เป็นต้นไป โดยเป็น อินโดนีเซีย ที่ผ่านเข้ามาพบกับ ไทย ในรอบชิงชนะเลิศ

       ผลการแข่งขันเป็น ไทย ที่นำโดย ปีเตอร์ วิธ จะเอาชนะไปขาดลอยถึง 4-1 จากแฮตทริกของ วรวุฒิ ศรีมะฆะ และอีกหนึ่งลูกจาก ทนงศักดิ์ ประจักกะตา โดย วรวุฒิ ยังคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของรายการ ร่วมกับ เกนดุท โดนี คริสติอาวาน ของอินโดนีเซีย ที่ 5 ประตู ขณะที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ยิงไป 4 ลูก ก็ได้รับรางวัล เอ็มวีพี ไปครองด้วย

2002

       ปี 2002 เป็นครั้งแรกที่ ไทเกอร์ คัพ จัดโดยใช้เจ้าภาพร่วม ระหว่าง อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 15-29 ธ.ค. 2545 โดยชาติเจ้าภาพร่วม จะรับหน้าที่จัดรอบแบ่งกลุ่ม ส่วนรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นที่สนาม เกโลรา บัง การ์โน หรือที่รู้จักกันในชื่อ เสนา ยัน ของอินโดนีเซีย

       แม้จะเริ่มต้นได้ไม่ดีนักในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ ปีเตอร์ วิธ ก็นำไทยผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จในฐานะรองแชมป์กลุ่มบี ก่อนเร่งฟอร์มถล่ม เวียดนาม 4-0 ในรอบตัดเชือก ส่วนนัดชิงชนะเลิศ แม้จะถูก อินโดนีเซีย เจ้าภาพตามตีเสมอเป็น 2-2 ทั้งที่ขึ้นนำก่อนถึงสองลูก แต่เกมดำเนินมาถึงการดวลจุดโทษ ไทย ก็ยังเบียดชนะไป 4-2 โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นมือสังหารคนเดียวของไทยที่ยิงพลาด ตำแหน่งดาวซัลโวครั้งนี้ ตกเป็นของ บัมบัง ปามุงกัส จากอินโดนีเซีย ส่วนผู้เล่นทรงคุณค่าได้แก่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น

2014

       นับแต่นั้น ไทย ก็ห่างเหินจากความสำเร็จในรายการนี้ นานถึง 12 ปี แม้จะได้เข้าชิงชนะเลิศถึง 3 จาก 4 ครั้ง แต่ก็พลาดไปหมด ในปี 2007 (แพ้ สิงคโปร์ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2) ปี 2008 (แพ้ เวียดนาม ด้วยสกอร์รวม 3-2) และปี 2012 (แพ้สิงคโปร์ ด้วยสกอร์รวม 3-2)

       ในปี 2014 ที่ สิงคโปร์ และ เวียดนาม รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ระหว่าง 22 พ.ย.-20 ธ.ค. โดยหนนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าภาพจะดูแลเฉพาะในส่วนกรุ๊ปสเตจ ส่วนรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ จะเล่นกันแบบเหย้า-เยือนแทน

       เกียรติศักดิ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลทีมชุดนี้ ตัดสินใจเน้นผู้เล่นจากทีมชุดยู-23 เป็นหลัก โดยไม่มีดาวดังอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน หรือ ดัสกร ทองเหลา แต่กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะ มาเลเซีย ด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-3 พร้อมเป็นทัวร์นาเมนท์แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่คว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าของรายการ ส่วน โมห์ด ซาฟิค ราฮิม ของมาเลเซีย เป็นดาวซัลโว ด้วยสถิติ 6 ประตู 

2016

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทาบสถิติของ ปีเตอร์ วิธ ในฐานะโค้ชที่สามารถนำทีมป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และเป็นคนเดียวที่ได้สัมผัสแชมป์รายการนี้ถึง 5 สมัยด้วยกัน (ในฐานะนักเตะ 3 สมัย และโค้ช 2 สมัย) ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ครั้งที่ 11 ที่เมียนมา และ ฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

ครั้งนี้ เกียรติศักดิ์ เลือกใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ต่อเนื่องจากรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกกับออสเตรเลีย พร้อมมอบหมายบทบาทกัปตันทีมให้ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ไม่เคยได้แชมป์รายการนี้มาก่อน และ “ช้างศึก” ในฐานะเต็งหนึ่งทำผลงานได้สมราคา ด้วยสถิติชนะ 100% ในรอบแรก และรอบรองชนะเลิศสองนัดกับ เมียนมา และแม้จะพลาดแพ้ อินโดนีเซีย 1-2 ในนัดแรก ก่อนแก้ตัวสำเร็จ ด้วยชัยชนะ 2-0 จาก สิโรจน์ ฉัตรทอง ดาวรุ่งดวงใหม่จากอุบล ยูเอ็มที ส่งผลให้ไทยเป็นแชมป์รายการนี้มากที่สุดที่ 5 สมัย พร้อมกวาดรางวัลครบทุกประเภท ตั้งแต่ แฟร์เพลย์, ดาวซัลโวของ ธีรศิลป์ แดงดา ขณะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็เป็นคนแรกที่ได้รางวัลเอ็มวีพีถึง 2 ครั้ง คือในปี 2014 กับ 2016