กรธ.เปิดร่างแรกพ.ร.บ.พรรคการเมือง129มาตราไม่เซ็ตซีโร่

7 ธันวาคม 2559
6,547

กรธ.เปิดร่างแรกพ.ร.บ.พรรคการเมือง 10 หมวด 129 มาตรา ไม่เซ็ตซีโร่พรรค ตั้งกก.สรรหาผู้สมัคร เพิ่มตัวแทนสาขา-จังหวัดร่วม

ที่รัฐสภาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดงานแถลงเปิดเผยร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นร่างที่กรธ.พิจารณาเบื้องต้น เพื่อเผยแพร่ต่อผู้เกี่ยวข้องและประชาชนเพื่อประกอบการรับฟังความคิดเห็น

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวสรุปสาระสำคัญว่า เนื้อหาเหล่านี้ ยังปรับได้ตราบที่ยังไม่ได้ส่งให้สนช.พิจารณากฎหมายพรรคการเมืองคือ1ใน4กฎหมายสำคัญ สำหรับเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง กรธ.มุ่งหวังให้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือของประชาชน แม้ที่ผ่านมานักการเมืองจะตีปลาหน้าไซ ว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องการบีบพรรคให้ขาดอิสระการทำงาน ง่อยเปลี้ยเสียขาจนทำอะไรได้ แต่กรธ.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันพิจารณาเนื้อหาฉบับนี้ด้วยว่าเป็นจริงดังที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

สาระสำคัญที่ กรธ. อยากให้เห็นคือในมาตรา23 การดำเนินงานกิจการของพรรคต้องมีกิจกรรมตามที่กำหนด 4 ข้อถ้าขัดศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจในการยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคนั้นได้

นายอุดม กล่าวต่อ ว่าจุดเริ่มต้นการเกิดพรรคการเมือง ต้องเริ่มจากการรวบรวมคนให้ได้500คนเรียกว่า สมาชิกผู้ก่อตั้งพรรคการเมือง มีเงินลงทุนประเดิมอย่างน้อยคนละ 2,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อทำให้อย่างน้อยทุนประเดิมพรรค จะมี1ล้านบาท โดยรายนามการจ่ายเงินจะต้องมีบัญชีเปิดเผยจดทะเบียนกับนายทะเบียนพรรคการเมืองที่เปลี่ยนมาให้เลขาฯกกต.ดำรงตำแหน่งแทนของเดิมที่กำหนดให้เป็นประธานกกต. มีการประกาศให้รับทราบทั่วกันในราชกิจจานุเบกษา

จากนั้นภายในปีแรก จะต้องมีการหาสมาชิกให้ได้ 5,000 คน และภายใน4ปีจะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 20,000 คน กำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสาขาพรรคอย่างน้อย 1 สาขาพรรคต่อภาคและต้องมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่อย่างน้อย 500 คน ขณะที่ในระดับจังหวัดให้มีการตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดกี่คนก็ได้สำหรับจังหวัดที่มีสมาชิกอย่างน้อย 100 คน

ส่วนกลไกทั้งหมดคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัดจะรับผิดชอบการจัดกิจกรรมทุกอย่างของพรรค และที่สำคัญคือการสรรหาคนลงสมัครส.ส.แทนที่ของเดิมที่เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคเพียงอย่างเดียว จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง มีโครงสร้างประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่ง และอีกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือกรรมการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจำจังหวัดเข้าร่วมเพื่อหาผู้สมัครลงเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ข้อห่วงใยที่กังวลว่าจะเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองเดิมนั้น ยืนยันว่ากรธ.ไม่มีความคิดดังกล่าว ทั้งอยากเห็นพรรคการเมืองเก่าบางพรรค ที่ดีอยู่แล้ว ช่วยเข้ามาจรรโลงสังคมการเมืองตามกติกาใหม่ที่เรากำหนด พรรคเก่าจะต้องเคลียร์บัญชีสมาชิกเดิมไม่ให้ซ้ำซ้อนพรรคอื่นต้องระดมหาสมาชิกให้ได้ 5,000 คน ภายในปีแรกตามที่กำหนดเหมือนพรรคใหม่ ซึ่งพรรคใหญ่คงไม่มีปัญหาแต่พรรคเล็กคงต้องทำงานเหนื่อยหน่อยถัดมาก็ต้องเคลียร์เงินพรรคเดิมก็สามารถกันเงินก้อนนึงมาตั้งบัญชีทุนประเดิมพรรคอย่างน้อย 1 ล้านบาท

นายอุดม กล่าวต่อว่า เรายืดหยุ่นอย่างเต็มที่แต่หากใครทำไม่ได้ก็ต้องขอห้ามว่างั้นอย่าเพิ่งลงสมัครรับเลือกตั้งหลายคนกังวลว่าการเคลียร์สมาชิกและบัญชีอาจเปิดช่องให้มีการไปหานายทุนพรรคได้อีกก็ต้องระวังเพราะหากบัญชีสมาชิกและการเงินพรรคที่แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคไม่ถูกต้องก็จะต้องได้รับโทษในเรื่องของการเงินพรรคส่วนหนึ่ง จะมาการช่วยเหลือตัวเองเช่นค่าบำรุงสมาชิกส่วนการบริจาคของประชาชนหรือนิติบุคคลก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้และอีกส่วนจะมาจากการได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนของกกต.ที่ส่วนใหญ่ก็มาจากงบประมาณของรัฐจ่ายสมทบตามสัดส่วนคะแนน

ที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายมองกันว่าพรรคเล็ก จะอยู่ลำบากใช่หรือไม่ ตนมองว่าถ้าพรรคเล็กอยู่กันเป็นกุฎิเป็นสภากาแฟคุยเรื่องการเมืองก็ไปตั้งเป็นกลุ่มหรือชมรมก็ได้ เพราะการจะส่งผู้สมัครหรือนำแนวคิดทางการเมืองไปสู่การบริหารประเทศ จำเป็นต้องมีกำลังหรือองคาพยพที่ใหญ่พอสมควร ดังนั้นสิ่งที่กรธ.กำหนดใหม่นี้ก็ เพื่อต้องการให้พรรคเล็กทำงานมวลชนให้คนที่มีความคิดทางการเมืองชวนพรรคชวนพวกมาร่วมอุดมการณ์ทำงานด้วยความคิด ไม่ใช่รอให้คนเข้ามาร่วมเอง

ขณะที่นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กล่าวว่าในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ กรธ.จะเตรียมจัดงานเเถลงข่าวนำร่างไปชี้เเจงกับผู้เข้าร่วมงานทุกฝ่ายรวมถึงพรรคการเมืองที่สโมสรสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จึงอยากขอเชิญพรรคการเมืองร่วมเเสดงความเห็น หากมีข้อเสนอเเนะใดมาจะได้มีเวลาปรับแก้ไขร่างก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยพรรคการเมืองฉบับเบี้องต้นของกรธ.เพื่อเผยแพร่ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนเพื่อประกอบการรับฟังความคิดเห็น มีจำนวนทั้งหมด 10 หมวดและ1บทเฉพาะกาลจำนวน 129 มาตรา

  • 1/1
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง