วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

กลยุทธ์'บีบีทีวี นิวมีเดีย'บูมดิจิทัลแพลตฟอร์ม'ช่อง7'

กลยุทธ์'บีบีทีวี นิวมีเดีย'บูมดิจิทัลแพลตฟอร์ม'ช่อง7'

ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ตลอดช่วง 2ปีที่ผ่าน จากการเริ่มออกอากาศทีวีดิจิทัล “ช่องใหม่”

 ผู้นำเรทติ้งฟรีทีวีรายเดิม "ช่อง7" เดินหน้ารุกตลาดและเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่แคมเปญ “ถึงใจ ถึงอารมณ์” ต่อเนื่องด้วย “คอนเทนเนอร์” หรือ“คัดแล้วคัดอีก” และ “ความสุขครบรส กดเบอร์เดียว 35” ที่เปิดตัวช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อรักษาฐานผู้ชมกลุ่มเดิมและขยายฐานกลุ่มคนเมือง ตอกย้ำผู้นำเรทติ้งฟรีทีวี  "จอหลัก"ตั้งแต่ยุคอนาล็อกถึงระบบดิจิทัล  

               พร้อมเดินเกมรุกต่อเนื่อง ในยุคสังคมออนไลน์ขยายตัวสูง ด้วยการพัฒนา"ดิจิทัล แพลตฟอร์ม" เพื่อตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมรับชมทีวีผ่าน "หน้าจออื่นๆ" (Second Screen)  

               จักรพันธ์ ลีละมาสวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีบีทีวี นิว มีเดีย จำกัด บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า "บีบีทีวี นิวมีเดีย" ได้รับนโยบายจากบริษัทแม่ช่อง7 ให้จัดตั้งเป็นบริษัทลูกตั้งแต่ปี 2550 เพื่อดูแลสื่อดิจิทัลของ ช่อง7

มาถึงวันนี้เป็นเวลา 9 ปีและก้าวสู่ปีที่ 10 ในปีนี้  

            โดยเริ่มเข้าสู่สื่อออนไลน์ ในยุคที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนราว 20% ของประชากรไทย แต่เป็นเทรนด์ที่ต้องขยับตัวเร็ว จากแนวโน้มต่างประเทศมาในทิศทางดังกล่าวและเชื่อว่าตลาดไทยจะไปในแนวทางเดียวกัน จากการวิเคราะห์ข้อมูลสื่อดิจิทัล พฤติกรรมผู้บริโภค และการเติบโตของตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ช่อง7 จึงมุ่งพัฒนาช่องทางการรับชมออนไลน์ที่ตอบโจทย์ผู้ชมที่ไม่สะดวกรับชมผ่านจอทีวี 

            "ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยปัจจุบันมีสัดส่วน 50% ของประชากร เป็นการตอกย้ำนโยบายรุกสื่อออนไลน์ของสถานีฟรีทีวีกลุ่มแรก เพื่อนำคอนเทนท์ช่อง7 ตอบโจทย์ผู้ชมในทุกช่องทาง" 

 

เว็บไซต์'ดูสด-ย้อนหลัง'

            จุดเริ่มต้นเข้าสู่ดิจิทัล แพลตฟอร์มในขณะนั้นเป็นยุคของ"เว็บไซต์" ซึ่งช่อง7 เชื่อว่าจะเป็นสื่อที่ "ทุกคน" เข้าถึงได้ในอนาคต ไม่ต่างจาก"สื่อทีวี" จากปัจจัยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายโทรคมนาคม

            ขณะนั้นจำนวนผู้ชมเว็บไซต์หลักของสถานี ch7.com ยังมีไม่มากนัก เป็นลักษณะการให้ข้อมูลผังออกอากาศ ข้อมูลละครที่ออนแอร์ ดารา นักแสดง  รายการข่าว กีฬา หลังจากบีบีทีวีเข้ามาดูแลสื่อออนไลน์ช่อง7 ด้วยเป้าหมายสนับสนุนให้ตัวเลขผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น จึงเพิ่มฟังก์ชั่นการให้บริการรับชมสดรูปแบบ "ไลฟ์ สตรีมมิ่ง"ในปี2551 พบว่าได้รับการตอบรับดีจากผู้ชม 

            จากนั้นเดินหน้าลงทุนระบบและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อต่อยอดรูปแบบการนำเสนอคอนเทนท์ในทุกช่องทาง โดยทางสถานีเริ่มเจรจาซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนท์ครอบคลุมสื่อออนไลน์พ่วงทีวี เพื่อนำมาออกอากาศผ่านดิจิทัล แพลตฟอร์ม

            พร้อมตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ชมที่พลาดการรับชมสดทั้งจอหลักและไลฟ์ สตรีมมิ่ง จึงพัฒนาเว็บไซต์ Bugaboo.tv ดูช่อง7 "ย้อนหลัง"ในปี 2555 รูปแบบอินเทอร์เน็ตทีวี เป็นช่องทางการรับชมรายการย้อนหลังของสถานีและคอนเทนท์อื่นๆ นอกจากช่อง7 โดยมีทั้งที่ผลิตรายการเองและเอ็กซ์คูลซีพ พาร์ทเนอร์ รวมทั้งเป็นอีกช่องทางสำคัญเสริมจอหลักทีวี กรณีถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาที่ต้องยิงสดหลายรายการหรือหลายแมตช์แข่งขันพร้อมกัน

            "ช่อง7 มีสื่อออนไลน์ที่รองรับการดูสดและดูย้อนหลัง  เรียกว่าเรามีทุกช่องทางตอบโจทย์การรับชมทีวีในยุคนี้ โดยไม่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มอื่น"

            ปัจจุบันเว็บไซต์ดูรายการสด ch7.com มีผู้เข้าชมกว่า 1.7 ล้านUIP/เดือน รวมกว่า 22 ล้านเพจวิว/เดือน  ส่วนเว็บไซต์ดูย้อนหลัง Bugaboo.tv มีผู้เข้าชมกว่า 2 ล้านUIP/เดือน รวมกว่า 30 ล้านเพจวิว/เดือน  โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกเดือนจากการเพิ่มคอนเทนท์ใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ถ่ายทอดสดกีฬาดังบางเดือนเพจวิวเพิ่มขึ้น 30-35 ล้านวิว

 

'3แอพ'ตอบโจทย์จอที่สอง

            ในยุคที่"สมาร์ทโฟน" กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและดูทีวีแบบ"ทุกที่ทุกเวลา"ของผู้ชมในยุคนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

            จักรพันธ์ กล่าวว่าช่วง 5 ปีก่อนผู้ชมเข้าเว็บไซต์ช่อง7 ผ่านเดสก์ท็อป 75% ปัจจุบันกว่า 60% ใช้งานผ่านมือถือ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหน้าเดิมและกลุ่มใหม่ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนและการขยายโครงข่ายมือถือในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสของสถานีที่จะเข้าถึงผู้ชมผ่านดิจิทัล แพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น  

             ที่ผ่านมาได้พัฒนา"แอพพลิเคชั่น" สำหรับชมคอนเทนท์ช่อง7 ตอบโจทย์การรับชม"จออื่นๆ" (Second Screen)  โดยมี 3 แอพหลัก คือ BBTV CH7 รูปแบบดูสด ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดกว่า  6.8 ล้านครั้ง ,แอพ Bugaboo.tv ดูช่อง7ย้อนหลังและคอนเทนท์อื่นๆ มียอดดาวน์โหลดกว่า 3 ล้านครั้ง  และแอพ DO 7 HD (ดู-เจ็ด-เอชดี) รูปแบบ Second Screen อินเตอร์แอ็คทีฟทีวี พัฒนาจากพฤติกรรมผู้ชมทีวีปัจจุบันที่สัดส่วนกว่า 77% เล่นมือถือหรือใช้งานจอที่สองพร้อมดูทีวีจอหลัก จึงเป็นเครื่องมือสร้างการเชื่อมโยงกับผู้ชม ทั้งลูกเล่นกดเช็คอินรายการที่กำลังชมทางช่อง7, ตอบคำถามขณะที่ละครหรือรายการกำลังออกอากาศเพื่อสะสมคะแนน แลกรับของรางวัล ถือเป็น"ลอยัลตี้ โปรแกรม"ของสถานีกับผู้ชม  

             แอพดูเจ็ด เอชดี เปิดตัวซีซันแรกปีก่อน มียอดดาวน์โหลด 2.5แสนครั้ง มียอดอินเตอร์แอคทีฟ 10 ล้านครั้ง ส่วนปีนี้เปิดตัวซีซัน2 วางเป้าหมายยอดดาวน์โหลดถึงสิ้นปีนี้ 1 ล้านครั้ง วางเป้าหมายยอดอินเตอร์แอคทีฟเพิ่มขึ้น 100%

          "การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มของช่อง7 ทุกรูปแบบทั้งดูสด ย้อนหลัง และจออื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตปัจจุบันของผู้ชมทีวี"

 

เสริมทัพคอนเทนท์ออนไลน์

            นอกจากภารกิจพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์มตอบโจทย์ผู้ชมช่อง7 ในทุกช่องทาง บีบีทีวียังเดินหน้าสร้าง "คอนเทนท์"ทั้งสื่อออฟไลน์ ป้อนช่อง7 และสื่อออนไลน์ ผ่าน Bugaboo.tv ทั้งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ด้วยเป้าหมายดึงผู้ชมให้ใช้เวลาอยู่กับสื่อดิจิทัลของสถานีนานขึ้น

            สำหรับรายการทางช่อง 7 มี 2 รายการ คือ "นอนดูหนัง" ทุกวันจันทร์ เวลา 1.10-1.40 น. และ "พรุ่งนี้ฉันจะลดความอ้วน" ทุกวันอังคาร เวลา 1.40-2.10 น. ส่วนรายการออนไลน์หลักๆจะเป็นรายการเกี่ยวกับอาหาร เทคโนโลยี ดราม่าซีรีส์ ซึ่งถือเป็นฐานผู้ชมแมสในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 

            การสร้างคอนเทนท์ออนไลน์ซีรีส์ "ชีวิต 800" ทั้ง 2 ตอนที่ผ่านมา โดยนำกระทู้ที่น่าสนใจจากพันทิปมาสร้างสรรค์เป็นซีรีส์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนสู้ชีวิตและมีกำลังใจในการใช้ชีวิต ได้ผลตอบรับดีจากผู้ชม มียอดกว่า 6 ล้านวิว และยังมีการรับชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

            ปัจจุบันบีบีทีวี นิวมีเดีย ถือเป็นสื่อครบวงจรทั้งผู้พัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์มให้ช่อง7 และผลิตคอนเทนท์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ 

 

ตอบโจทย์เรทติ้ง'มัลติสกรีน'

            พฤติกรรมการดูทีวีรูปแบบ "มัสติ สกรีน" ของผู้บริโภคในยุคนี้ รวมทั้งการพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์มของสื่อทีวีเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมในปัจจุบัน

            จักรพันธ์ กล่าวว่าทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีการรับชมทีวีและพฤติกรรมผู้ชมผ่านมัลติ สกรีน  บริษัทจึงให้ความสำคัญกับระบบการวัดประสิทธิภาพการใช้พื้นที่โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และการวัดเรทติ้งคอนเทนท์ในทุกจอของการรับชมยุคนี้

            ช่วง 2 ปีที่ผ่านมานีลเส็น ประเทศไทย ได้เริ่มบริการ"โททอล ออเดียนซ์" ด้วยการวัดเรทติ้งแคมเปญโฆษณาทั้งบนทีวีและออนไลน์ (Digital Ad Ratings) เพื่อสำรวจข้อมูลผู้ชมที่รับชมโฆษณาออนไลน์ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรวัดเรทติ้งโฆษณาออนไลน์กับนีลเส็นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการใช้บริษัทตัวกลางวัดผลและรายงานข้อมูลการรับชมโฆษณาให้ลูกค้าและแบรนด์ต่างๆ ในการวางแผนสื่อเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ ช่วยสร้างความมั่นใจใช้พื้นที่โฆษณากับดิจิทัล แพลตฟอร์มของช่อง7 มากขึ้น 

             ปีนี้นีลเส็น ได้ขยายบริการวัดเรทติ้ง "ทีวี คอนเทนท์"มัลติ สกรีน หรือ Digital Content Ratings (DCR)  ซึ่งเป็นการวัดความนิยมคอนเทนท์จากจออื่นๆ รวมกับจอทีวี เพื่อรายงานเป็นตัวเลขเรทติ้งผู้ชมระบบเดียวกัน  โดยช่อง7ได้ร่วมทำงานกับนีลเส็น ในการวัดเรทติ้งคอนเทนท์ทีวีดังกล่าวด้วยเช่นกัน  นีลเส็นจะเริ่มรายงานผลเรทติ้งคอนเทนท์ทีวี รูปแบบมัลติ สกรีนของช่อง7 ในเดือน ส.ค.นี้

            การวัดเรทติ้งทีวีมัลติ สกรีนในปีนี้ จะช่วยยืนยันคอนเทนท์ที่แข็งแกร่งช่อง7  ที่เข้าถึงผู้ชมได้"ทุกจอ"