กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันไม่ให้มีธุรกิจนอมินีในไทย พร้อมกำหนดมาตรการป้องปรามเข้มงวดทั้งก่อนและหลังเป็นนิติบุคคล
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งธุรกิจซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกระจายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ของประเทศไทยและดำเนินธุรกิจลักษณะปิดบังอำพรางให้คนไทยออกหน้าหรือถือหุ้นแทน หรือนอมินีนั้น กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการป้องปรามปัญหาดังกล่าวทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล
ทั้งนี้ กำหนดให้การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุนไม่ถึงร้อยละ 50 ต้องแสดงเอกสารที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นคนไทยที่ร่วมลงทุน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการร่วมลงทุนจากคนไทยด้วย และภายหลังการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลแล้วจะมีการจัดทำข้อมูลรายชื่อนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนในลักษณะธุรกิจที่ต้องสงสัยหรือน่าเชื่อว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับคนต่างด้าวไว้เพื่อกำหนดเป็นกลุ่มเสี่ยงและติดตามการดำเนินธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมามีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทั้งธุรกิจนำเที่ยวและที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมทั้งธุรกิจให้เช่า ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และตัวแทนนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
นางสาวผ่องพรรณ กล่าวว่า ตลอดปี 2558 กรมฯ ได้ร่วมมือและทำงานใกล้ชิดกับกรมการท่องเที่ยวและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยร่วมกันแก้ไขปัญหานอมินีในธุรกิจท่องเที่ยวพร้อมเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากทั้ง 3 หน่วยงาน และผนึกกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันในจังหวัดที่เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ และภูเก็ต หากพบว่ามีธุรกิจที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำความผิดนอมินีจะส่งเรื่องให้ดีเอสไอ สืบสวนต่อไป และยังส่งให้กรมสรรพากรดำเนินการขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
สำหรับปี 2559 ทั้ง 3 หน่วยงานยังคงร่วมกันตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ต้องตรวจสอบอีก 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจขายของที่ระลึก ขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ขายตรง และบริการที่สนับสนุนการศึกษา โดยลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่ม 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ เพชรบุรี (ชะอำ) ตราด และเชียงราย ล่าสุดกรมฯ พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันไปแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) เบื้องต้นพบว่าธุรกิจมีพฤติกรรมน่าจะเข้าข่ายเป็นนอมินี 2 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก และมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัญหานอมินีส่วนหนึ่งเกิดจากคนไทยที่รู้เห็นเป็นใจคอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างชาติ จึงขอเตือนคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ทั้งที่จงใจหรืออาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยหวังแค่ประโยชน์ตอบแทนส่วนตน ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศชาติ เพียงเพื่อเอื้อให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยและหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ คนต่างด้าวที่ให้คนไทยถือหุ้นแทนและกรรมการบริษัทที่ตรวจสอบพบความผิดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000 – 50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน ซึ่งขอย้ำว่าจะส่งดำเนินคดีจนถึงที่สุดทุกราย





