รัฐบาลกระตุ้นแบงก์พาณิชย์ปล่อยกู้เอสเอ็มอีหน้าใหม่ หวังสร้างจุดเปลี่ยนให้เกิดธุรกิจแข่งขันกับกระแสโล
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามการปฏิบัติและความคืบหน้าของนโยบายสำหรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ policy loan มาโดยตลอด ซึ่งพบว่ามีผู้ประกอบการสนใจรับการสนับสนุนจำนวนมาก ยอดการขอรับเงินกู้ปัจจุบันประมาณ 40,000 ล้านบาท จากที่ตั้งไว้ 50,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดที่น่าพอใจ
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายซึ่งพบว่า การปล่อยกู้จำนวนหนึ่ง ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มลูกค้าเก่าของธนาคาร ไม่กระจายไปสู่ ผู้ประกอบการหน้าใหม่ ๆ ที่อยากจะเริ่มธุรกิจ รวมทั้งการพิจารณาปล่อยกู้ยังมีเงื่อนไขหลายประการ เช่น ต้องเป็นบริษัทที่เปิดมาไม่น้อยกว่า 2 ปี ต้องไม่มีผลการดำเนินงานขาดทุน ติดต่อกัน 2 ปี ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้อาจไม่เปิดโอกาสให้เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ หรือ ช่วยการฟื้นฟูผู้ประกอบการที่กำลังอยู่ในภาวะลำบาก
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯ เข้าใจดีว่า ทุกธนาคารมีแนวทางการวิเคราะห์เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของแต่ละธนาคาร อย่างไรก็ตาม อยากขอให้ธนาคารพานิชย์ทุกแห่งให้ความสำคัญกับเจตนารมย์ของนโยบายนี้ด้วย ที่ต้องการให้เกิดความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่จะแข่งขันกับกระแสการเปลี่ยนของโลกได้ การอนุมัติสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีศักยภาพดี สุดท้ายก็อาจจะกลับมาเป็นลูกค้าของธนาคารในระยะยาว
นายกฯอยากให้ช่วยกันทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดมีไอเดีย ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ ที่อาจไม่เคยมีในประเทศไทย สร้างงานสร้างรายได้เข้าประเทศ ดังนั้นการยึดติดกับแนวปฏิบัติเดิม ๆ เสียทั้งหมด น่าจะไม่เป็นผลดีและไม่ตรงต่อเจตนารมย์ของนโยบายนี้ จึงอยากให้ธนาคารออมสิน และธนาคารพานิชย์ทุกแห่งร่วมมือกัน ใช้โอกาสที่รัฐบาลหนุนเต็มที่ด้วยนโยบายดอกเบี้ยต่ำนี้ ช่วยกันพลิกฟื้นและพลิกโฉมหน้า SME ของประเทศไทยด้วยกัน









