“ดาว์พงษ์” เล็งดึงเด็กนอกระบบเข้าสู่สายอาชีพมากขึ้น สั่งสอศ.-สพฐ.หารือกำหนดสัดส่วนเด็ก ประสานขอ มจพ.ร่วมพัฒนาอาชีวะสู่ความเป็นเลิศ
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ร่วมกับนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม และ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รง.)และได้ข้อสรุปว่าจะกำหนดกรอบการทำงานทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนสายอาชีพให้ตรงกับกลุ่มสาขาที่รัฐบาลกำหนดและตรงกับความต้องการของประเทศ
โดยที่ประชุมวางกรอบการทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพทั้งอาชีวศึกษาภาครัฐและอาชีวศึกษาเอกชน ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ไว้ 2 แนวทาง คือ 1.สร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา พร้อมแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพ และ 2.ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หารือกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการกำหนดสัดส่วนผู้เรียนสายสามัญและสายอาชีพหากเป็นไปได้ต้องการให้อยู่ในสัดส่วน 50:50
“ผมมองว่าการกำหนดสัดส่วนผู้เรียนจะทำให้เราสามารถวัดผลการยกระดับสายอาชีพได้จริง เพราะเท่าที่ทราบขณะนี้สัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ 30 และสายสามัญ 70 แต่ก็เข้าใจว่าการวัดจำนวนเพิ่มขึ้นของผู้เรียนสายอาชีพอย่างเดียวคงทำไม่ได้ เนื่องจากปัจจุบันเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาน้อยลงทุกปี อีกทั้งอัตราการเกิดก็ลดน้อยลงด้วย แต่ก็ตั้งเป้าไว้ในใจว่าในอนาคตอยากให้สัดส่วนผู้เรียนสายสามัญและอาชีพเป็น 50:50 ดังนั้นสิ่งที่จะทำได้คือวางเป้าหมายดึงเด็กที่อยู่นอกระบบไปแล้วกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาในสายอาชีพให้ได้” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ได้มอบการให้ สอศ.ไปหาแนวทางส่งเสริมอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศ โดยอาจจะเชิญมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) ซึ่งมีหลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ เทคนิคไทย-เยอรมัน เปิดสอนระดับ ปวช.มาเป็นต้นแบบการพัฒนา สามารถทำได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ นำโมเดลของมทร.พระนครมาใช้กับวิทยาลัยอาชีวะ และ 2.ให้ มทร.พระนครมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยดังกล่าวมีการบริหารจัดการไว้อย่างดีเยี่ยม




