"อาคม" รมว.คมนาคม เตรียมตั้งทีมตรวจสอบงบก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ที่อาจสูงถึง 5.3 แสนลบ. จากผลการศึกษาเดิมที่ 3-4 แสนลบ.
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีหลังจากลงพื้นที่สำรวจแนวเส้นทางและออกแบบรายละเอียดที่จีนดำเนินการก่อนหน้านี้และมีการเสนอวงเงินก่อสร้างรถไฟไทย-จีนเส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย และเส้นทางแก่งคอย-มาบตาพุด โดยมีมูลค่าโครงการสูงถึง 530,000 ล้านบาท ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าสูงเกินไป เนื่องจากผลศึกษาเดิมของไทยอยู่ที่ประมาณ 300,000-400,000 ล้านบาท ว่า มูลค่าโครงการที่จีนเสนอกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะตั้งทีมวิศวกรตรวจสอบรายการว่าต้นทุนแต่ละรายการเท่าใด จึงยังสรุปไม่ได้ว่ามูลค่าโครงการรถไฟไทย-จีนอยู่ที่ 530,000 ล้านบาท และเมื่อผลศึกษาเสร็จมูลค่าโครงการจะลดลงกว่านี้
ส่วนต้นทุนการก่อสร้างที่สูงส่วนหนึ่งมาจากการที่จีนระบุว่าค่าแรงขั้นต่ำที่จ่ายอยู่ที่ 800 บาทนั้น นายอาคม กล่าวว่า เมื่อมีการก่อสร้างในไทยการจ่ายค่าตอบแทนเป็นค่าแรงขั้นต่ำต้องยึดตามกฎหมายไทย ซึ่งไม่น่าจะสูงถึง 800 บาท ขณะที่ปัญหาอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่ได้ข้อยุติที่กรณีจีนกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ร้อยละ 2.5 แต่ไทยยืนยันอัตราดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 2 นั้น ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเจรจาต่อไป ซึ่งในการประชุมครั้งที่ 10 ที่ปักกิ่งจะมีการหารือถึงประเด็นดังกล่าวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นอัตราดอกเบี้ยไทยยืนยันว่าต้องไม่เกินร้อยละ 2 หากจีนยืนยันจะคิดอัตราเดิมการเจรจาครั้งที่ 10 ไทยจะยืนยันว่าอาจจะใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ ซึ่งเชื่อว่าสภาพคล่องที่มีในระบบเศรษฐกิจกับมูลค่าโครงการดังกล่าวน่าจะเพียงพอ ส่วนการพัฒนาแนวเส้นทางที่ยังมีปัญหาในส่วนของโครงการความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นจะส่งออกระบบรถไฟชินคันเซ็นมาก่อสร้างในไทย แต่ญี่ปุ่นยืนยันว่างานก่อสร้างระบบจะต้องแยกระบบรางออกจากระบบรถไฟอื่น ซึ่งส่งผลกระทบกับงานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อที่ไทยออกแบบและเตรียมงานก่อสร้างแล้ว รวมถึงสถานีควบคุมการเดินรถกลางที่เชียงรากน้อย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวก่อสร้างในไทยการกำหนดระบบควบคุมการเดินรถต่าง ๆ จะต้องยึดแนวทางที่ฝ่ายไทยกำหนด เชื่อว่าการเจรจาในอนาคตจะได้ข้อยุติโดยเร็ว





