"แดเนียล รัสเซล" พบ "พล.อ.ประยุทธ์" หารือความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ชูเป็นสมบัติล้ำค่า รับสื่อมะกัน ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับไทย
ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดโอกาสให้ นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสนำคณะผู้แทนสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมหารือยุทธศาสตร์ไทย-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 5 โดยมี นายกลิน ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย
โดยเวลา 12.45น. ภายหลังการหารือ พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพบกันในวันนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันความสัมพันธ์ ไทย-สหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ต้องการมีความร่วมมือกับไทยที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นในทุกมิติและทุกระดับ
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต้อนรับ ผู้ช่วยรัฐมนตรีแดเนียล รัสเซล สู่ประเทศไทยเป็นครั้งที่สองของปีนี้ ซึ่งสหรัฐฯได้เน้นย้ำว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้มายาวนานและต้องการกระชับความสัมพันธ์กับไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น โดยก่อนการเดินทางเยือนในภูมิภาคนี้ นายแดเนียลได้พบหารือกับประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งได้เล่าถึงการพบหารือกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและทราบถึงสถานการณ์ในประเทศไทยที่มีความซับซ้อน โดยประธานาธิบดีโอมาบาได้ย้ำว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯและต้องการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความร่วมมือด้านความมั่นคง ด้านสาธารณสุข ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตลอดจน ความร่วมมือเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีได้ย้ำคำเชิญนายกรัฐมนตรีในการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนวาระพิเศษ ที่แคลิฟอร์เนีย และการเข้าร่วมการประชุม Nuclear Summit ที่สหรัฐฯเป็นเจ้าภาพในช่วงต้นปีหน้าด้วย
โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ย้ำถึงเจตนารมณ์ที่สำคัญในการบริหารประเทศ โดยรักษาสมดุลระหว่าง หนึ่ง ระบอบประชาธิปไตยและการคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสอง ความมีเสถียรภาพและความมั่นคงของชาติ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นวงจรปัญหาทางการเมืองเดิม โดยย้ำว่า เป้าหมายหลักของรัฐบาลคือการปฏิรูปที่หยั่งรากลึกและนำไปสู่ประชาธิปไตยที่แข็งแรง มีรัฐบาลที่โปร่งใส มีหลักนิติธรรม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทยทุกคน ทั้งนี้ ประชาธิปไตยเป็นมากกว่าเพียงการเลือกตั้ง สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เป็นการวางรากฐานให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่มั่นคง พร้อมเชื่อว่า สหรัฐฯ จะไม่นำมาตรฐานเดียวมาพิจารณาการดำเนินการของประเทศต่างๆที่มีระดับการพัฒนาที่ไม่เท่ากัน โดยหวังว่า การที่นายแดเนียล ได้พบหารือกับภาคส่วนและบุคคลต่างๆ จะได้รับข้อมูลจากทุกฝ่ายตามความเป็นจริงและได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศ
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า นายกฯ ระบุว่าไทยพร้อมสนับสนุนบทบาทสหรัฐฯ ในการทำให้ภูมิภาคนี้มีความเข้มแข็ง ขณะที่ไทยไม่ได้มองว่าเป็นผู้นำอาเซียน แต่จะทำหน้าที่ประสานประเทศต่างๆในอาเซียน ก้าวไปอย่างเข้มแข็ง และรู้สึกยินดีที่สหรัฐฯ กลับมาให้ความสำคัญประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หันกลับมาให้ความสำคัญประเทศไทย แม้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดโดยกฎหมายของสหรัฐฯเอง โดยสหรัฐฯยืนยันพร้อมเดินหน้าไปด้วยกันภายใต้ข้อจำกัด พยายามลดช่องว่างความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ที่อาจมีเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารมาเงื่อนไข อุปสรรค พร้อมกับบอกนายแดเนียลว่า
“จะเข้าใจสถานการณ์ประเทศไทยได้ ต้องย้อนกลับไปดูอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น จะทำให้เข้าใจปัจจุบัน มองอนาคตได้อย่างชัดเจน ขอให้มองประเทศไทย อย่ามองที่ตัวบุคคล ไม่ต้องเชื่อ แต่ขอให้ไปศึกษาเพิ่มเติม โดยนายกฯ ได้บอกว่าไทยได้ผ่านอะไรมาบ้าง ประการสำคัญเราไม่ได้ถอยห่างจากหลักประชาธิไตยเลย ซึ่งเราทำให้เห็นตัวอย่างแล้วว่า เรากำลังทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนคนไทยมีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง”
พล.ต.วีรชน กล่าวด้วยว่า โดยทางสหรัฐฯเองแสดงความเข้าใจ พร้อมบอกว่า เรื่องต่างๆ อย่างเรื่องของสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องที่อาจถูกนำไปประเด็นได้ ขอให้ประเทศไทยระมัดระวังเรื่องนี้นิดหนึ่ง ขณะที่นายกฯยืนยันว่า ระมัดระวังเรื่องนี้ แต่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เป็นข่าวต่างๆ ล้วนแต่มีเบื้องหน้า เบื้องหลังทั้งนั้น มันไม่ใช่พลังการเคลื่อนไหวที่บริสุทธิ์ มันมีเรื่องราว ต้องการจะให้สหรัฐฯมาสนใจ มากดดัน ให้ต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ มากดดัน ตรงนี้ นายกฯบอกว่าอยากให้มองหลายมุม อย่ามองมุมประชาธิปไตยมุมเดียว ในแง่มุมของเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศเราด้วย พยายามมองหลายๆมุม ก่อนจะประเมินอะไร ขอให้ใช้หลายมุมมอง โดยนายแดเนียล ได้กล่าวกับนายกฯ ว่า ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ มีความเข้าใจต่อสถานการณ์ในประเทศไทยมากขึ้น แต่ยอมรับว่า สาธารณชนทั่วไปและสื่อมวลชนสหรัฐฯ ยังขาดความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับประเทศไทย ในบางประเด็น อาทิ เรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิมนุษยชนและประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกนั้น รัฐบาลให้เสรีภาพสื่อและประชาชนในการแสดงออก ไม่ได้ปิดกั้น แต่ต้องไม่สร้างความขัดแย้งในสังคมเพิ่ม นอกจากนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการ ซึ่งสามารถแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนและการค้ามนุษย์นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เพียงฉบับเดียวเกี่ยวกับการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมีหลักเกณฑ์ว่า ถ้ามีผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ต้องมีการดำเนินการ 2 อย่างคือ ให้มีการพิสูจน์สัญชาติและส่งตัวกลับประเทศต้นทาง หรือ สองถ้าผู้ถูกจับกุมได้ มีหมายจับต้องนำส่งประเทศนั้นๆ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลกำลังเร่งแก้กฎหมายฉบับนี้อยู่ สำหรับประเด็นการค้ามนุษย์ รัฐบาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งทหารและตำรวจ ในขณะนี้มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากโดนจำกุมตัวอยู่ในเรือนจำ โดยไม่ได้รับการละเว้น
พล.ต.วีรชน กล่าวต่อว่า ในตอนท้าย นายแดเนียลฯ ได้แสดงความพอใจที่ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และจะรายงานผลการหารือที่เป็นประโยชน์ในวันนี้ ไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อให้สหรัฐฯ มีความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยมากขึ้น และยืนยันความต้องการที่จะร่วมมือกับประเทศไทย อย่างสร้างสรรค์ในระดับทวิภาคีและเวทีระหว่างประเทศต่อไป
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ทั้งนี้ นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เยือนประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 14-17 ธันวาคม 2558 ซึ่งนอกจากการหารือยุทธศาสตร์ไทย – สหรัฐฯ ครั้งที่ 5 (Strategic Dialogue) ที่กระทรวงการต่างประเทศแล้ว นายแดเนียล รัสเซล ยังมีกำหนดการพบหารือบุคคลสำคัญของรัฐบาล ภาคประชาสังคมและนักการเมืองจากพรรคต่าง ๆ รวมถึง จะเดินทางไปลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ด้วย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ด้านนายแดเนียล รัสเซล เปิดเผยภายหลังการเข้าพบว่า การพบปะกับพล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ เป็นไปด้วยดีโดยเป็นการหารือที่เน้นด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ทั้งบทบาทของไทยในภูมิภาคนี้ และในเวทีโลกรวมถึงความร่วมมือด้านต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศ ซึ่งมีการพูดคุยอย่างเปิดอกในเรื่องของความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ และหนทางในอนาคตข้างหน้า ทั้งยังได้ชี้แจงแนวคิดของสหรัฐที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสหรัฐ จึงอยากให้ไทยเฟื่องฟู มีความมั่นคงมากขึ้น และได้บอกไปยังพล.อ.ประยุทธ์ ว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้ความเคารพต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งวัฒนธรรมของไทย และให้ความสำคัญต่อ ด้านการค้าและเศรษฐกิจโดยเฉพาะความร่วมมือทางด้านความมั่นคง


