กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมประชุมเอฟทีเอไทย-ปากีสถาน เดือน ม.ค. 2559 หวังใช้เป็นประตูการค้าสู่ 50 ประเทศมุสลิม
น.ส.ศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในเดือน ม.ค.59 ไทยจะเดินทางไปยังปากีสถาน เพื่อเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ปากีสถาน หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศ ได้มีการเจรจากันไปครั้งแรกเมื่อเดือนก.ย. 58 ที่กรุงเทพฯ โดยจะติดตามความคืบหน้าการเจรจาเปิดเสรีด้านการค้าสินค้า ที่ต้องเจรจาให้เสร็จก่อนภายในกลางปี 60 จากนั้นจะเริ่มเจรจาในประเด็นอื่นๆ ทั้งการค้าบริการ การลงทุน รวมถึงประเด็นอื่นๆ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา และการแข่งขัน เป็นต้น
ทั้งนี้ การทำเอฟทีเอไม่เพียงแต่ช่วยให้สินค้าไทยเจาะตลาดปากีสถาน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 6 ของโลก มีประชากรประมาณ 200 ล้านคน แต่ยังใช้ปากีสถานเป็นประตูการค้าไปสู่ภาคตะวันตกของจีน เอเชียกลาง ภูมิภาคตะวันออกกลาง และประเทศมุสลิมที่มีกว่า 50 ประเทศในกลุ่มประเทศในองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 2,000 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรโลก จึงเป็นโอกาสของสินค้าฮาลาลของไทย
“การทำเอฟทีเอไทย-ปากีสถาน จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้ง 2 ประเทศ เพราะจะช่วยขจัดอุปสรรคทางการค้าทั้งในรูปแบบภาษีและไม่ใช่ภาษี เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้มีโอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าของไทย และเพิ่มโอกาสในการลงทุนระหว่างกันได้มากขึ้น โดยปัจจุบันไทยและปากีสถานมีการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันเป็นอย่างมากซึ่งมีนักลงทุนไทย ได้แก่ บริษัท สยามซีเมนต์, บริษัท ไทยยูรีเทน เคมีคัลอินดัสเตรียล, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี. ปากีสถาน) ได้เข้าไปลงทุนในปากีสถานแล้ว และหากมีการเจรจาเอฟทีเอสำเร็จ ก็จะยิ่งช่วยเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกันให้ขยายตัวได้มากยิ่งขึ้น” น.ส.ศิรินารถ กล่าว









