background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ปตท.รับรายได้ปีนี้ต่ำกว่า2.8ล้านล้านบาท

ปตท.รับรายได้ปีนี้ต่ำกว่า2.8ล้านล้านบาท

ปตท. ยอมรับรายได้ปีนี้ต่ำกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 2.8 ล้านล้านบาท เล็งซื้อกิจการธุรกิจต้นนำด้านพลังงาน ดันการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า บริษัทคาดรายได้ปีนี้ปรับตัวลดลงจากปี 2557 ที่มีรายได้ 2.8 ล้านล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50 เหรียญฯต่อบาร์เรล์ จากที่ปีก่อนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 เหรียญฯต่อบาร์เรล รวมถึงได้รับผลกระทบจากการปรับมาตรฐานบัญชีที่ทำให้รายได้ลดลง ประมาณ 10% เพราะการรวมงบการเงินของบริษัทย่อยเข้ามา โดยมีผลตั้งแต่งบการเงินไตรมาส 1/2558

บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวนความชัดเจนการลงทุนในอนาคต ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาธุรกิจถ่านหินว่าจะลงทุนต่อหรือขายธุรกิจออกไป ภายหลังราคาถ่านหินมีการปรับตัวลดลง โดยคาดว่าจะชัดเจนในเดือนม.ค. 2559 หากผลออกมาให้มีการลงทุนต่อเนื่อง ก็จะเป็นโอกาสที่จะเข้าไปซื้อกิจการได้ในราคาถูก ส่วนธุรกิจปาล์มมีความชัดเจนแล้วที่จะมีการขายออกไปทั้งหมด

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสเพื่อซื้อกิจการธุรกิจต้นน้ำทางด้านพลังงานเป็นหลัก เช่น ธุรกิจสำรวจและผลิต เพราะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงนั้น ทำให้บริษัทหลายแห่งมีปัญหาทางด้านเงินทุน จำเป็นที่ต้องขายกิจการออกมา ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทจะเข้าไปลงทุน แต่ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ทั้งนี้ยอมรับว่าธุรกิจเดิมที่บริษัทมีอยู่แล้วนั้น จะผลักดันการเติบโตให้กับบริษัทไม่ได้มาก การพัฒนาโครงการใหม่ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนา 3-4 ปี ดังนั้นการที่บริษัทจะเติบโตได้เร็วต้องอาศัยการซื้อกิจการ

ทั้งนี้ กลุ่มปตท.มีกระแสเงินสด 2 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมไว้รองรับการลงทุนท่อเส้นที่ 4 การขยายลงทุนเพิ่มในธุรกิจ LNG และลงทุนในบริษัทย่อยของปตท. และนำไปซื้อกิจการ ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างทำแผน 5 ปีข้างหน้า (59-63) เพื่อให้เหมาะสมกับทิศทางราคาน้ำมันที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าแผนจะเสร็จในเดือนธ.ค. นี้

"จากราคาน้ำมันที่มีความผันผวนนั้น ทำให้บริษัทต้องมีการทำแผนธุรกิจให้เหมาะสมกับทิศทางราคาน้ำมัน โดยจะทำเป็น 3 แบบ Best Case, Base Case , Worst Case เช่น ราคาน้ำมันอยู่ที่ 30 เหรียญ ทิศทางดำเนินธุรกิจจะเป็นอย่างไรแต่ถ้าหากราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 60 เหรียญ ก็จะมีการพิจารณาลงทุนโครงการที่ชะลอออกไป เพราะการลงทุนจะคุ้มค่าในการลงทุน"นายเทวินทร์ กล่าว

สำหรับราคาน้ำมันก็คาดว่าในช่วงระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ บวกลบ 50 เหรียญฯต่อบาร์เรลไปสักระยะ จนถึงปี 2559 และคาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญฯต่อบาร์เรลใน 3-5 ปีข้างหน้า จากปริมาณน้ำมันที่ออกมาในตลาดน่าจะปรับตัวลดลง

ส่วนความคืบหน้าในการแยกท่อก๊าซฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอครม.อนมัติ ซึ่งหากครม.อนุมัติแล้วจะใช้เวลาในการแยกท่อประมาณ 9 เดือน พร้อมตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดูแลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ ตนเองจะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประมาณ 3 ปี ซึ่งส่วนตัวตั้งเป้าที่จะได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใสจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)

สำหรับกรณีค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปตท.มากนัก เนื่องจากได้มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมกันนี้ บริษัทมีรายจ่ายเป็นสกุลดอลลาร์ก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็มีรายได้เป็นสกุลเงินดอลลาร์ด้วย ก่อให้เกิดการป้องกันความเสี่ยงโดยธรรมชาติ