"พล.อ.อุดมเดช" ผบ.ทบ. ยันไม่ปล่อย14นศ. ชี้ความผิดมีอยู่จริง ปล่อยปละละเลยไม่ได้ หวั่นบานปลายสู่หายนะ เล็งหาช่องใช้กม.เยาวชนผ่อนหนักเป็นเบา
แจงไม่ได้มองเป็นศัตรู เปรียบเหมือนลูกหลาน ฮึ่มกลุ่มโหนกระแส หวังสถานการณ์จุดติด ให้หยุดกระทำ วอน คณาจารย์ อย่าหนุน “ลูกศิษย์”เห็นผิดเป็นชอบ บอกรับได้มวลชนเชียงใหม่เคลื่อนไหวอยู่ในขอบเขต
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ท่าอากาศยานกรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัชมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนักศึกษา 14 คน ครบฝากขังผลัดแรกในวันที่ 7 ก.ค.นี้ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้มองนักศึกษาเป็นศัตรูหรืออะไร นักศึกษาก็เป็นลูกหลาน ตนเห็นภาพของแต่ละคน อายุก็อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องศึกษาเล่าเรียนและเป็นอนาคตที่ดีของชาติได้ต่อไป แต่การที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนักศึกษาจำนวน 14 คนนั้น เพราะมีการปฏิบัตินอกกรอบ มีส่วนที่ก่อให้เกิดความไม่สงบและขัดต่อกฎหมาย ต่อระเบียบที่ คสช.วางไว้เพื่อให้เกิดความสงบ โดยก่อนหน้านี้ก็เริ่มต้นด้วยการตักเตือนมาตามลำดับ แต่ก็ยังกระทำในสิ่งที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบ และความมั่นคงในอนาคต สุดท้ายปล่อยให้กฎหมายดำเนินการ โดยทางฝ่ายความมั่นคงได้มอบหมายให้ทางตำรวจไปดำเนินการ ภายใต้การกำกับการดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่รับคำสั่งมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จะปล่อยปละละเลยไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎหมายและคำสั่งของ คสช.ที่ได้ระบุไว้ ไม่เช่นนั้นปัญหาจะพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปนำไปสู่กลุ่มก้อนที่มากมาย และเกิดความไม่สงบ เราเห็นหายนะที่อยู่เบื้องหน้า คงไม่อยู่เฉยๆและปล่อยปละละเลยไป ตนมั่นใจว่าประชาชนเข้าใจดี แต่ไม่ได้แสดงออก จะมีแสดงออกก็เพียงบางกลุ่มที่เห็นว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษา จะเป็นตัวนำกลายเป็นประเด็นในสิ่งที่จะต่อต้านและต่อสู้รัฐบาล ขอยืนยันว่าทางรัฐบาลและ คสช. ไม่ได้มองเห็นประชาชนทุกกลุ่มเป็นศัตรู จึงไม่ได้ต่อสู้กับใคร เพียงแต่ต้องดูแลความสงบให้เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องในอนาคต สำหรับกรณีนักศึกษาทั้ง 14 คนที่ถูกควบคุมตัวนั้น ต้องปล่อยให้เป็นตามขั้นตอนตามกฎหมาย ทางตำรวจก็ต้องดำเนินการต่อไปเพื่อไปสู่ศาลทหาร การรวบรวมสำนวนต่างๆต้องดำเนินการต่อไป ทั้งนี้มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นมาพอสมควรแล้วต่อกรณีดังกล่าว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นักศึกษาทั้ง 14 คน แน่นอนว่าจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ด้วยความเป็นนักศึกษา เป็นเยาวชน ทางออกยังพอมี ในส่วนที่จะพิจารณาในกรณีที่เป็นเยาวชน โทษทัณฑ์ต่างๆก็คงไม่มากมายอะไร แต่เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย ตนไม่ขอก้าวล่วง แต่ในแง่มุมของกฎหมายสามารถพิจารณาได้จากการเป็นเยาวชนอยู่ได้บ้าง ตนคิดว่าทางฝ่ายกฎหมาย ตำรวจ และศาล ตลอดจนถึงผู้ควบคุมทางฝ่ายกฎหมาย คงจะมองกรณีนี้อยู่และเร่งคิดหาทางออกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามฐานความผิดมีอยู่จริง กลุ่มที่ต่อต้านก็โหนกระแสเข้ามา คณาจารย์ ครูบาอาจารย์ที่ดีๆ หลายท่านคิดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตนก็ทราบ ไม่อยากให้ทำอะไรที่รุนแรง ตนก็เชื่อว่าทางผู้ใหญ่ในรัฐบาลก็ฟังอยู่และหาหนทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา แต่จะให้ยกไปเสียเลยก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมาย บางท่านบริสุทธิ์ใจ บางท่านจะมีอะไรอยู่หรือเปล่า ตนก็ไม่แน่ใจ แต่หลายท่านที่มีชื่อออกมาแสดงความคิดเห็น ก็ย่อมรู้ว่าคิดเห็นอย่างไร แต่ตนขอว่า อะไรก็ตามที่จะเกิดความไม่สงบเรียบร้อยขอให้ช่วยกัน
“บางคนก็กระโดดเข้าสู่กระแส โหนไปตามกระแสนั้นๆ เชื่อว่าจะเป็นจุดหนึ่งที่จะทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย หรือรัฐบาลกระเพื่อม ขอให้หยุด ขอเถอะครับ ครูบาอาจารย์ ผมก็เคารพรัก เจอกันภายนอกก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทาย ไม่ได้เป็นศัตรูกัน บางอย่างท่านเอาไปให้ข้อคิดเห็นสนับสนุน จนทำให้คิดว่าสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งดี ซึ่งมันไม่ใช่เวลานี้ มีอยู่ท่านหนึ่งพูดผ่านสื่อโดยเปรียบเทียบว่า หมอกำลังจะผ่าตัดคนไข้ และมีคนไปดึงมีดผ่าตัดของคุฯหมอออกมา ไม่ให้คนป่วยพ้นจากโรคภัย เทียบกันสถานการณ์ตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่มีคนไปยื้อไว้ ขออย่าสนับสนุนเลย ให้รัฐบาลมีเวลา มีโอกาสทำงานต่อไป อีกไม่นานจะมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ นำไปสู่การเลือกตั้ง ทุกคนอยากไปถึงตรงนั้นทั้งหมด นายกฯเอง ตำรวจ ทหาร” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวตาม 14 นักศึกษาที่ถูกควบคุมตัวเริ่มลามไปในจังหวัดทางภาคเหนือและอีสาน จะรับมืออย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีที่ จ.เชียงใหม่ ที่มีส่วนหนึ่งสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษา 14 คน ประมาณ 30-40 คน รวมกับมวลชนในพื้นที่อีกเท่าตัวกลายเป็น 100 กว่าคน ก็ผสมปนเปกันไป แต่ยังดีว่ายังรับฟังเจ้าหน้าที่ที่ไปขอร้องว่า สามารถแสดงออกได้ แต่ให้อยู่ในห้วงเวลาที่เหมาะสม เขาก็แยกย้ายกันไป ตนก็อยากให้ช่วยกัน แสดงออกให้อยู่ในกรอบพอที่จะรับได้ สามารถทำได้พอเหมาะพอควร แต่ถ้าเป็นการแสดงออกที่มากเกินไปเหมือนในช่วงที่ผ่านมา เช่นไปเขียน หรือนำสิ่งต่างๆไปปิดรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แสดงมารยาทไม่ดี ก็ต้องเข้าไปสู่กฎหมาย นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ที่เห็นว่าการดำเนินการต่างที่กลุ่มนักศึกษากระทำ จะทำให้เกิดความไม่สงบ ก็ได้แสงสัญลักษณ์โดยการติดกระดาษให้ยุติ ขอร้องให้หยุดเคลื่อนไหว ก็ถือเป็นเรื่องดี ซึ่งตนก็ไม่อยากให้คน 2 กลุ่มนี้มาสู่การปะทะทางความคิดเห็น แต่อยากให้นักศึกษาที่เคลื่อนไหว ได้รับทราบความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ด้วยว่าคิดเห็นอย่างไรต่อการกระทำดังกล่าว




