วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'เล็งจัดระเบียบเสียภาษี ใส่รายได้ลงบัตรปชช.

"พล.อ.ประยุทธ์"เล็งจัดระเบียบข้อมูลเสียภาษี ใส่ข้อมูลรายได้ลงบัตรประชาชน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดเก็บรายได้ของรัฐที่ไม่เป็นไปตามเป้าจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือไม่ ว่า ภาษีอะไรก็ตามจะมีอัตราเพดานกำหนดอยู่ สมมติว่าถ้ามีรายได้จากการประกอบการเท่านั้นเท่านี้จะเสียเท่าไหร่ คำว่าเก็บภาษีไม่ตรงตามเป้าเพราะขายของไม่ได้ก็ทำให้รายได้ไม่เข้าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็ไม่สามารถเก็บภาษีได้ และคนไทยยังเข้าสู่ระบบภาษีน้อยมาก ประมาณ 30% ที่เหลือก็เป็นผู้มีรายได้น้อย จะให้เข้าสู่ระบบก็ไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้อยู่ระหว่างการหารือว่าจะทำอย่างไร เพราะเราไม่มีข้อมูลพื้นฐานที่ชัดเจนว่าคนที่มีรายได้น้อยเป็นใครบ้าง กำลังดูว่าจะต้องใส่ข้อมูลในบัตรประจำตัวด้วยหรือไม่เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลไว้ หากจะหางานในวันข้างหน้าจะรู้

ส่วนเรื่องภาษีที่ดิน นายกฯ กล่าวว่า เขาร่างเตรียมไว้ใช้วันหน้าหรือเมื่อสถานการณ์ทำได้ ถ้าวันหน้าเป็นอย่างนี้ก็ทำไม่ได้ ก็ออกไว้เถอะ ถ้าไม่ออกวันหน้าก็ออกไม่ได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาลดความเหลื่อมล้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จีดีพีของประเทศวันนี้ได้มาจากการส่งออกอย่างเดียว 70% แต่เมื่อประเทศหลักกำลังซื้อลดลง เพราะเศรษฐกิจรอบบ้านถามว่าใช่ความผิดของเราหรือไม่ ก็ไม่ใช่เพราะทั้งโลกเป็นแบบนี้และตลาดของเราก็แย่งกับคนอื่นเขาหมด ราคาสินค้าเราสูงกว่าเขา เพราะไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้จึงแข่งขันกับเขาไม่ได้ วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างแต่สินค้าที่จะไปขายคนอื่นเขาไม่ได้เตรียมการมาล่วงหน้า โดยในวันที่ 27 มี.ค.นี้ในการประชุมครม.สัญจรที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะนำเรื่องเกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ไปหารือเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ สำหรับตัวเลขที่เหลือ 30 % นั้น เป็นรายได้จากรัฐวิสาหกิจ การลงทุนในไฟฟ้า ประปา และธุรกิจอื่นๆ รัฐบาลได้ตั้งเป้าให้ได้ 2.5 แสนล้านบาท แต่การประเมินค่าใช้จ่ายต้องประเมินเกินรายได้ คือ 2.75 แสนล้านบาท แต่รายรับเราลดลงจึงมีผลต่อการตั้งงบประมาณที่ขาดดุล และต้องคิดว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้ อย่าไปกังวลตรงนี้ เพราะเศรษฐกิจตกกันทั้งโลก วันนี้ต้องทำให้เศรษฐกิจชุมชนอยู่ให้ได้และค้าขายกับประเทศรอบบ้านให้ได้มากที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยก็เข้าไปสู่กระบวนการที่ได้มาของเงินในแบบต่างๆ เช่น บ่อน การค้าขายของข้างทาง รถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีประมาณ 1 ใน 3 ของเงินที่หมุนเวียน แต่เมื่อทุกอย่างหยุดก็เหมือนแช่แข็งไว้ ทำอะไรได้ไม่มาก แต่ตนจะไม่ปล่อยเรื่องเหล่านี้ไปและจะหาทางแก้ต่อไป

เมื่อถามว่ากระบวนการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องภาษีของรัฐบาลถือว่าน้อยเกินไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ เขาคิดแบบเดิม วันนี้ยกตัวอย่าง เขาขึ้น 1% ของเงินหมื่นบาท กับ 1% ของ 100 ล้านบาทเท่ากันหรือไม่ ซึ่งตัวเลขของเปอร์เซ็นต์ของการเก็บเท่ากัน แต่จำนวนสินทรัพย์ไม่เท่ากัน อย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นธรรมแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าใครมีมากมีน้อย เรื่องที่ดินถ้าไม่ทำประโยชน์ก็จะเก็บเพิ่ม นี่เรียกว่าความเป็นธรรม

เมื่อถามว่าเมื่อเก็บภาษีที่ดินแล้วจะไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ คนละเรื่องกัน ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายของคนในประเทศที่จะซื้อของใช้และเก็บได้ทุกคน ทุกคนมีส่วนพัฒนาประเทศจากภาษีตรงนี้ แต่ภาษีอื่นๆเก็บได้ไม่ทั่วถึง บางคนเสียบางคนก็ไม่เสีย เราจึงพยายามทำให้เกิดความเป็นธรรมเพื่อให้มีเม็ดเงินมากขึ้นเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ตนถามบรรดาเจ้าสัวเขาก็ยินดีที่จะเสียภาษี และเก็บแล้วต้องบอกให้ชัดเจนว่าจะนำเงินไปทำอะไร ทั้งนี้การเก็บภาษีโรงเรือนจะให้ท้องถิ่นเป็นผู้เก็บและเดิมภาษีดังกล่าวเก็บได้น้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีกระบวนการตรวจสอบการจัดเก็บให้เกิดความโปร่งใสอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กำลังทำอยู่อีก 2 ปีถึงจะใช้เพราะไปออกประกาศใช้ปี 2560 และในช่วง 2 ปีนี้ ต้องไปสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและมีกลไกการตรวจสอบ ต้องทำกระบวนการเหล่านี้ให้แล้วเสร็จ

เมื่อถามว่านายกฯระบุว่าเศรษฐกิจจะมีเสถียรภาพถ้ารัฐบาลมั่นคง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมีปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อมีคนว่าทีมเศรษฐกิจ ก็ต้องไปดูเศรษฐกิจของเรามีปัญหาตรงไหน ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรและวันนี้เขาทำอะไรบ้าง ยอมรับว่าอาจจะมีการสร้างการรับรู้การเข้าใจไม่มากนัก ทั้งนี้จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมาก็ถือว่าโอเค ต้องถามว่าใครที่บอกว่ารายได้ตกต่ำ ส่วนใหญ่เป็นคนระดับล่าง แต่คนระดับกลางบอกว่าธรรมดา วันนี้เรากำลังเดินอยู่นโยบายระยะยาวจะเริ่มตั้งแต่วันนี้โดยสร้างความเข็มแข็งและขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับปรุงการลงทุน และส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี เราทำทั้งระบบมีแต่รัฐบาล