'อังคณา'ทวงถามความคืบหน้าคดีทนายสมชาย

'อังคณา'ทวงถามความคืบหน้าคดีทนายสมชาย

"อังคณา นีละไพจิตร"ทวงถามความคืบหน้าคดี"ทนายสมชาย"หลังถูกอุ้มหายนาน 11 ปี หวังดีเอสไอสอบสวนต่อเนื่องแม้ไม่พบศพ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยานายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอทราบความคืบหน้าการสอบสวนคดีและขอให้เปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนคดีการหายตัวไปของนายสมชาย โดยนางอังคณา กล่าวว่า ต้องการให้ดีเอสไอเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนเดิมที่มี พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้าแม้จะใช้เวลาสอบสวนมานานเป็น 10 ปี และจะครบ 11 ปี ในวันที่ 12 มี.ค. เหมือนกับไม่เต็มใจทำคดี

ทำให้ตนไม่เชื่อมั่นในการทำงาน นอกจากนี้ทราบว่าดีเอสไอไม่มีการประชุมคดีดังกล่าวมาหลายปีแล้ว พยานบางรายถูกข่มขู่ บางรายหายสาบสูญ รวมถึงจำเลยที่เป็นตำรวจคือพ.ต.ท.เงิน ทองสุก ก็หายตัวไประหว่างประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าคดีดังกล่าวมีพยานหลักฐานจำนวนมาก หากดีเอสไอเดินหน้าทำคดีจริงจะสามารถคลี่คลายคดีได้แน่นอน ที่ผ่านมาได้รับเงินเยียวยาจากรัฐ เพราะเชื่อว่าเป็นกรณีที่ถูกบังคับให้สูญหายโดยเจ้าหน้ารัฐจริง และได้รับการคุ้มครองพยาน

นางอังคณา กล่าวภายหลังการเข้าพบอธิบดีดีเอสไอว่า ดีเอสไอรับจะพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนตัวหัวน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งคาดว่าจะเรียกประชุมอีกครั้งหลังไม่มีการประชุมพนักงานสอบสวนมานานหลายปี การขอเปลี่ยนหัวหน้าชุดสอบสวนเป็นการใช้สิทธิในฐานะผู้เสียหาย กรณีไม่มั่นใจการทำงานของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ จากการพูดคุยดีเอสไอยอมรับว่าทำคดีด้วยความยากลำบาก เพราะเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งการไม่มีศพทำให้ไม่สามารถทำเป็นคดีฆ่าได้ ซึ่งตนเสนอว่าไม่ควรยึดติดกับศพ แต่ควรเน้นตรวจสอบจากพยานหลักฐานแวดล้อม

เช่น ข้อมูลการโทรศัพท์ว่าหลังถูกนำตัวไปแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตนคาดหวังให้มีการสรุปสำนวนขึ้นสู่การพิจารณาของศาลให้ได้ ส่วนกรณีที่เคยมีข่าวว่าสำนวนคดีดังกล่าวหายไปนั้น ได้รับการชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนสำนวนคดีไม่เคยสูญหาย อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) ตนจะไปยืนแสดงสัญลักษณ์รำลึกในจุดที่นายสมชายถูกอุ้มหายไปเนื่องในวันครบรอบ 11 ปี โดยถือเป็นครั้งแรกที่ตนจะไปยืนในที่เกิดเหตุซึ่งตลอด 11 ปีที่ผ่านมายังไม่สามารถทำใจกลับไปยืนในจุดดังกล่าวได้เลย