'โดรน'วิธีใหม่นักโทษส่งมือถือ-ยาเข้าคุก

ใช้ "โดรน" บวก "กูเกิ้ลแม็พ" ส่งยา-มือถือ ค่ามือถือในเรือนจำพุ่ง เขาบินเครื่องละ 2-2.5ล้าน ค่าโทรนาทีละ2พันบ.
รองปลัด ยธ.แถลงผลกวาดล้างคุกรอบ 6 เดือน ยึดมือถือ 6,700 เครื่อง ซิมการ์ด ยาเสพติด สั่งฟันเจ้าหน้าที่มีเอี่ยวไปแล้วกว่า 100 ราย เจ้าหน้าที่กรมคุกสรุปวิธีการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำ เผยมีตั้งแต่เหวี่ยงเบ็ดยันไฮเทค แนวโน้มใช้ "โดรน" บวก "กูเกิ้ลแม็พ" ส่งยา-มือถือ ส่วนมูลค่ามือถือในเรือนจำพุ่ง เขาบินเครื่องละ 2-2.5 ล้าน ค่าโทรนาทีละ 2,000 บาท ขณะที่สุราแฝงไปกับขวดน้ำปลา
วานนี้ (17 ธ.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการเร่งรัดปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำในช่วง 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.- 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นและสกัดกั้นสิ่งของต้องห้ามที่ลอบส่งเข้าไปในเรือนจำได้หลายประเภท ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 6,703 เครื่อง ซิมการ์ด 1,280 ชิ้น ยาบ้า 24,767 เม็ด ยาไอซ์ 2,839 กรัม และกัญชา 6 กรัม รวมถึงอุปกรณ์ดัดแปลงต่างๆ
รองปลัด ยธ. กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดจำนวน 19 ราย ไล่ออกแล้ว 8 ราย ตั้งกรรมการสอบสวนและมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จำนวน 10 ราย และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง 10 ราย
ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำมี 10 ราย มีคำสั่งไล่ออก 1 ราย ตั้งกรรมการสอบสวนและให้ออกจากราชการไว้ก่อน 3 ราย ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง 1 ราย รวมทั้งมีคำสั่งย้ายข้าราชการที่กระทำผิด 59 ราย ในจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 9 ราย เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ 6 ราย และเกี่ยวข้องกับสิ่งของต้องห้ามอื่น 44 ราย
เผยสารพัดวิธีส่งของเข้าเรือนจำ
ภายหลังการแถลงข่าว นายชาญเชาวน์ ได้รับฟังรายงานพฤติการณ์เครือข่ายผู้ต้องขังที่พยายามคิดค้นวิธีการส่งยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเรือนจำ อาทิ การมัดยาเสพติดและโทรศัพท์แล้วโยนเข้าเรือนจำ ระยะหวังผล 150 เมตร การมัดยาเสพติดกับลูกธนูยิงเข้าเรือนจำ การเหวี่ยงยาเสพติดจากคันเบ็ดตกปลาข้ามกำแพงเรือนจำ การยิงปืนหนังสติ๊ก ระยะหวังผล 250 เมตร
ส่วนผู้ที่ถูกคุมขังมาเป็นเวลานานยังพยายามสร้างเครือข่ายแบ่งแยกหน้าที่กันทำงาน โดยมีผู้รับหน้าที่เก็บโทรศัพท์มือถือ ทำหน้าที่เป็นผู้โทรศัพท์เข้าออก ซึ่งตัวการรายสำคัญจะเกี่ยวข้องเพียงการรับโทรศัพท์เท่านั้น ไม่ถือโทรศัพท์เอง
ส่วนวิธีการใช้งาน มีการดัดแปลงสายสมอลล์ทอล์คให้มีความยาวตั้งแต่ 30 เมตร หรือ 50 เมตร ไปจนถึง 200 เมตร โดยผู้ทำหน้าที่เก็บโทรศัพท์อาจถูกขังอยู่ที่ชั้น 1 แต่จะโยงสายสมอลล์ทอล์คลัดเลาะไปถึงเรือนนอนชั้น 4 โดยคาดกันว่า สมอลล์ทอล์คที่ยึดได้จากเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี มีความยาวที่สุด
ราคาพื้นที่ไม่ถูกตัดสัญญาหลักแสน
นอกจากนี้ เครือข่ายผู้ต้องขังที่ให้บริการโทรศัพท์ในเรือนจำ ยังมีความพยายามค้นหาพื้นที่ที่เครื่องตัดสัญญาณไม่ครอบคลุม เพื่อขอย้ายเรือนนอนไปยังจุดดังกล่าว โดยราคาที่นอนอยู่ในหลัก 100,000 - 200,000 บาท
ในเขาบินมือถือเครื่องละ2.5ล้าน
สำหรับราคาโทรศัพท์มือถือที่ภายนอกซื้อขายกันในราคาถูก หรือประเภทซื้อ 1 แถม 1 นั้น หากนำเข้ามาจำหน่ายในเรือนจำกลางเขาบิน จะมีราคาสูงถึง 2 - 2.5 ล้านบาท โดยหลังได้รับโทรศัพท์เครือข่ายผู้ต้องขังจะต้องโอนเงินจ่ายค่าโทรศัพท์เพื่อขอรหัสปลดล็อกเครื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังกลุ่มอื่นนำโทรศัพท์ไปใช้โดยไม่จ่ายเงิน ส่งผลให้ค่าโทรศัพท์ ทั้งการโทรออกและรับสายในเรือนจำมีอัตราที่สูงถึงนาทีละ 2,000 บาท
ส่วนโทรศัพท์ผ่านระบบดาวเทียมที่ผู้ต้องขังสั่งซื้อเข้ามาเพื่อเลี่ยงระบบตัดสัญญาณพบว่า วิธีการใช้งานยุ่งยาก ปัจจุบันการจู่โจมจึงไม่พบการลักลอบนำเข้าอีก
แนวโน้มใช้โดรนส่งของข้ามกำแพงคุก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรือนจำต้องระมัดระวังคือ แนวโน้มการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำแบบใหม่ คือ การใช้โดรนบินสำรวจเรือนจำเพื่อค้นหาพื้นที่ในการส่งโทรศัพท์และยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการใช้โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่น กูเกิ้ลแมพ กำหนดพิกัดส่งยาเสพติดและโทรศัพท์ได้อย่างแม่นยำ โดยการขึ้นบินของโดรน 1 ครั้ง สามารถส่งโทรศัพท์มือถือได้มากถึง 3 เครื่อง
นอกจากนี้ยังมีการลักลอบนำสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลักลอบส่งเข้าไปในโรงครัว โดยเหล้าแดงจะบรรจุไปในขวดน้ำปลา ส่วนวอดก้าจะบรรจุในขวดน้ำส้มสายชู







