วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

หายนะทางเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา

นักเศรษฐศาสตร์ชาวเวเนซูเอลาระบุปีหน้ายิ่งขาดแคลนสินค้าเหล่านี้มากขึ้น และมีโอกาสที่จะเกิดการจลาจลและปล้นสะดมภ์

การตัดสินใจคงกำลังผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปค อาจช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดของซาอุดิอาระเบียไว้ได้ แต่สำหรับเวเนซุเอลาแล้ว นี่อาจไม่ต่างจากหายนะทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเวเนฯส่งออกน้ำมันในสัดส่วน 95% ของการส่งออกโดยรวม และเมื่อรวมกับก๊าซธรรมชาติแล้ว ก็มีสัดส่วน 25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี

แน่นอนกว่า การที่ราคาน้ำมันร่วงลงมาอยู่ราว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ย่อมสะเทือนเสถียรภาพทางการเมือง และอาจเกิดความวุ่นวายในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอันดับ 10 ของโลกแห่งนี้ได้ ดังจะเห็นได้จากการที่มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังเงินเฟ้อของประเทศทะยานขึ้นไปถึง 60% และสกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่า ทำให้นำเข้าสินค้าจากภายนอกแพงขึ้น จนประเทศขาดแคลนของใช้พื้นฐานอย่าง กระดาษชำระ และยาสีฟัน ไม่เพียงเท่านั้น กองทุนเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ยังคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาในปีหน้าจะหดตัวลง 1%

"โฮสเซลิเน บิเอรา" ซึ่งยึดอาชีพหมอ บอกว่า สินค้าพื้นฐานหาแทบไม่ได้เลย แม้แต่อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ อย่างเช่น ผ้ากอส หรือ ยาแก้ไข้ และบางทีก็ต้องส่งคนไข้ไปโรงพยาบาลอื่นอีกหลายต่อ เพราะไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ จึงรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศอย่างมาก

ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชาวเวเนซูเอลา "นายอันเคล การ์เซีย บันช์ส" บอกว่า ปีหน้าจะยิ่งขาดแคลนสินค้าเหล่านี้มากขึ้น และมีโอกาสที่จะเกิดการจลาจล รวมทั้งการปล้นสะดมภ์อย่างป่าเถื่อนในประเทศ

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลเวเนซุเอลา จะบริหารงานผิดพลาดมานานหลายปี แต่ยังสามารถนำรายได้จากการขายน้ำมันมาอุดหนุนนโยบายประชานิยมหลายอย่าง แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบลดลงจาก 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ความจริงหลายอย่างเผยออกมา และประชาชนไม่พอใจอย่างมาก เพราะเกรงว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลอาจจะตัดสวัสดิการหลายอย่าง ที่เคยจัดสรรให้

นักวิเคราะห์คนหนึ่งจากบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ให้ความเห็นว่า ราคาน้ำมันที่จะทำให้งบประมาณของเวเนซุเอลาสมดุล ต้องอยู่ที่ระดับราคา 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ นักวิเคราะห์ความเสี่ยงการเมืองระดับอาวุโส จากสถาบันไอเอชเอส นายดิเอโก โมยา-โอกัมโปส มองว่า ราคาน้ำมันที่ร่วงอย่างมากขนาดนี้ ทำให้เวเนซุเอลาแทบหมดตัว ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลจะยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเมืองหลวงและหัวเมืองสำคัญๆ คนจำนวนมากจะออกมาปิดถนน และจะเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม

แม้ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นายนิโกลัส มาดูโร จะแถลงผ่านโทรทัศน์แสดงความมั่นใจต่อประชาชนว่า การที่โอเปคคงกำลังการผลิตน้ำมัน จะไม่กระทบกับการจัดสรรสวัสดิการให้แก่ประชาชน แต่ผลสำรวจล่าสุดก็บ่งชี้ว่า คะแนนนิยมของนายมาดูโร อยู่ในระดับต่ำสุดตั้งแต่ดำรงตำแหน่งมา

นายบันช์ส เสริมว่า เศรษฐกิจเริ่มมีผลต่อการเมือง และน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวเนซุเอลาในอีกไม่นานนี้