วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

'ประมนต์'รออุทธรณ์โต้'โตโยต้า'เลี่ยงภาษี

'ประมนต์'รออุทธรณ์โต้'โตโยต้า'เลี่ยงภาษี

"ประมนต์" โต้ข่าวโตโยต้าเลี่ยงภาษีนำเข้า 1.1 หมื่นล้าน แจงดำเนินการตามขั้นตอน ชี้คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

นายประมนต์ สุธีวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าบริษัทโตโยต้า หลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์รุ่นพรีอุส (prius) มูลค่ากว่า1.1 หมื่นล้านบาท โดยชี้แจงว่าบริษัทโตโยต้าได้นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นดังกล่าว เพื่อผลิตเป็นรถยนต์สำเร็จรูปรุ่นพรีอุสในประเทศ โดยรถยนต์สำเร็จรูปแต่ละคันจะมีชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนหนึ่ง และซื้อจากผู้ผลิตในประเทศ 32 ราย

โดยนำเข้าชิ้นส่วนดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งบริษัทได้สำแดงรายการสินค้า ประเภทพิกัด และอัตราอากรตามกฎหมายที่กำหนด และให้สิทธิลดอัตราอากรของสินค้าแต่ละชนิด เป็นการสำแดงประเภทพิกัด เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ เป็นไปตามข้อกฎหมายของศุลกากร ได้รับการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรแล้ว 245 ครั้ง แต่ต่อมากลับถูกเรียกให้เสียภาษีเพิ่มย้อนหลังมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวบริษัทโตโยต้า ได้ยื่นอุทธรณ์และได้ชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาการอุทธรณ์ไว้แล้วตั้งแต่วันที่4 ธ.ค.2556 และ 31 ก.ค.2557 โดยเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมศุลกากร โดยบริษัทหวังว่าจะได้รับการพิจารณาและได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อไป

"เรื่องที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ น่าจะเป็นประเด็นทางการเมืองที่ใช้เรื่องนี้โจมตีผม ในฐานะประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และประธานกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสปช. หากคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของผมทางการเมืองทั้งสองตำแหน่ง และกระทบไปถึงรัฐบาล ที่มีความตั้งใจในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น หรืออาจเป็นการปล่อยข่าวเพื่อหวังผลให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่กล้าที่จะวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว เพราะมีตัวเลขค่าภาษีอากรจำนวนสูงมาก กรณีที่มีการกล่าวหาผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ด้วยถ้อยคำหมิ่นประมาทตัวผม ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินคดีตามกฎหมายในคดีหมิ่นประมาทแล้ว" นายประมนต์กล่าว

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีการเรียกภาษีนำเข้าเพิ่มจากบริษัทโตโยต้า ขณะนี้บริษัทได้ยื่นอุทธรณ์ต่อกรมศุลกากรแล้ว โดยนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ และอยู่ระหว่างการเรียกข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จจะได้ส่งผลการพิจารณาเข้าคณะกรรมการอุทธรณ์ชุดใหญ่ต่อไป

สาเหตุที่ต้องเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มจากบริษัท เนื่องจากกรมฯพิจารณาเห็นว่าการนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถยนต์รุ่นพรีอุสของโตโยต้า เป็นการนำเข้าในลักษณะที่ควรสำแดงภาษีในรูปแบบของการนำเข้าทั้งคัน ขณะที่บริษัทสำแดงภาษีในรูปแบบชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ จะมีอัตราภาษีต่างกันมาก หากนำเข้าทั้งคันจะมีอัตราภาษี 80% ของมูลค่า แต่หากนำเข้าเฉพาะชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จะเสียในอัตรา 5-20% แล้วแต่ชนิดของส่วนประกอบ

"หากบริษัทมีหลักฐานชัดเจนว่า ชิ้นส่วนนำเข้านั้น นำมาเพื่อประกอบรถยนต์จริง จะให้ความเป็นธรรม แต่หากนำเข้าชิ้นส่วน เพื่อประกอบรถยนต์ได้ทั้งคัน ก็ต้องจัดเก็บภาษีตามเกณฑ์" นายสมชัย กล่าว