'จีแลนด์'ทุ่ม1.8หมื่นล.สร้างตึกสูงติด1ใน10ของโลก

15 ตุลาคม 2557
10,245

"จีแลนด์" ทุ่ม1.8หมื่นล้าน ผุดอภิมหาโปรเจคซูเปอร์ทาวเวอร์125ชั้น สูงที่สุดในอาเซียน ติด1ใน10ของโลก

นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รุ่นลายครามอย่าง "โยธิน บุญดีเจริญ" แลนด์ลอร์ด กุมบังเหียนบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) และยังมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกลุ่มรัตนรักษ์ นายทุนใหญ่ช่อง 7 ได้ออกมาประกาศแผนลงทุน 1.8 หมื่นล้าน พัฒนาโครงการ Super Tower ที่สุดแห่งความสูงระดับอาเซียน

นายโยธิน บุญดีเจริญ ประธานกรรมการ บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือจีแลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้เงินลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการ "Super Tower” ในบริเวณพื้นที่ของโครงการเดอะ แกรนด์ พระราม 9 พื้นที่ทั้งหมด 73 ไร่ บริเวณสี่แยกพระราม 9 โดยโครงการซูเปอร์ ทาวเวอร์ จะเป็นอาคารสูง 615 เมตร จำนวน 125 ชั้น ถือว่าเป็น "อาคารสูงที่สุดในอาเซียน" และเป็นอาคารสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

โครงการดังกล่าว เป็นอาคารสูงในรูปแบบมิกซ์ยูส มีพื้นที่ก่อสร้างรวมทั้งหมด 3.2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วย พื้นที่สำนักงานให้เช่า 9 หมื่นตารางเมตร ศูนย์ประชุม พื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร โรงแรมระดับ 6 ดาว จำนวน 260 ห้อง ภัตตาคาร และจุดชมวิวบนชั้นดาดฟ้า โดยจะเริ่มก่อสร้างปี 2558 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 ปีหรือปี 2563 คาดทั้งโครงการถึงจุดคุ้มทุนภายใน 12 ปี

สำหรับเหตุผลของการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐ ว่าจะสร้างการเติบโตเศรษฐกิจได้ ประกอบกับปลายปี 2558 จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอาเซียน จึงมั่นใจว่าในอนาคตประเทศไทย จะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง

ดึงรายได้อาคารโดยรอบก่อสร้าง

ส่วนเม็ดเงินใช้ในการลงทุนโครงการนี้ จะนำมาจากกู้สถาบันการเงิน 60 % และ 40% เป็นเงินลงทุนของบริษัทมาจากรายได้โครงการพัฒนาและเปิดขายไปแล้ว ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียม เบ็ล แกรนด์ พระราม 9 จำนวน 8 อาคาร เปิดขายไปแล้ว 7 อาคาร มียอดขายแล้วกว่า 90% รายได้จากค่าเช่าอาคารสำนักงาน จีแลนด์ ทาวเวอร์-เดอะไนน์ ทาวเวอร์ส -สำนักงานใหญ่ของยูนิลีเวอร์ ศูนย์ประชุมและห้องจัดเลี้ยง รวมทั้ง เซ็นทรัล พลาซ่าแกรนด์ พระราม 9 มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1.2 ล้านตารางเมตร สามารถรองรับผู้ใช้บริการสูงถึง 2-3 แสนคนต่อวัน โดยมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 1 แสนล้านบาท

“เราตั้งเป้าให้โครงการนี้ จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศ ที่เป็นทั้งศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของอาเซียน และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก” นายโยธิน กล่าว

โดยแนวคิดของการออกแบบโครงการนี้ จะเป็นรูปแบบอาคารประหยัดพลังงาน ภายใต้มาตรฐาน LEED ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการก่อสร้างได้รับความร่วมมือจากบริษัท SKIDMORE, OWINGS & MERRILL LLP (SOM) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญงานออกแบบและก่อสร้างอาคารสูงระดับโลกมาเป็นที่ปรึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องระบบป้องกันแผ่นดินไหว ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน

เดอะแกรนด์ฯก่อสร้างเสร็จกว่า 50%

ปัจจุบันโครงการเดอะแกรนด์ พระราม 9 ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 50% โดยโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแล้ว ได้แก่ 1.ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่าแกรนด์ พระราม9 2.คอนโดมิเนียม เบ็ล แกรนด์ พระราม 9 ปัจจุบันปิดการขายไปแล้ว 7 อาคาร ราคาขาย 5-30 ล้านบาท หรือประมาณ 9 หมื่น-1.2 แสนบาทบาทต่อตารางเมตร ส่วนอีก 1 อาคารจะเปิดขายภายในปลายปีนี้ จำนวน 250 ยูนิต ราคาขายไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นบาทต่อตารางเมตร

3.อาคารสำนักงานเดอะ ไนน์ ทาวเวอร์ส เป็นอาคารสำนักงานความสูง 36 ชั้น และ 34 ชั้น 4. อาคารสำนักงานจีแลนด์ ทาวเวอร์ ความสูง 26 ชั้น และ 36 ชั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2558 และปัจจุบันมีผู้เช่ากว่า 90% หลังจากเปิดขายพื้นที่มาประมาณ 6 เดือน 5. สำนักงานใหญ่ของยูนิลิเวอร์ เป็นอาคารสูง 12 ชั้น ระยะเวลาเช่า 20 ปี อัตราค่าเช่า 650 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน 6. โรงแรมหรู ระดับ 4 ดาว จำนวน 285 ห้อง บนพื้นที่ 33,977 ตารางเมตร โดยจีแลนด์บริหาร และ7. เดอะ ช็อปปส์ แกรนด์ พระราม 9 ซึ่งเป็นอาเขตชั้นใต้ดินของอาคารเดอะ ซูเปอร์ ทาวเวอร์ ที่ออกแบบให้ทุกอาคารทะลุถึงกันได้ จนถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเป็นโครงการแรกของประเทศไทยที่มีการเชื่อมตึกใต้ดิน

ปี 58 เปิด 3 โครงการใหม่

นายโยธิน กล่าวต่อถึงแผนการลงทุนในปี 2558 ว่า จะเปิดตัว 3 โครงการใหม่ รวมมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม ย่านหลักสี่ ใกล้โรงแรมมิราเคิล บนพื้นที่ 36 ไร่ สูง 16 ชั้น จำนวน 17 อาคาร ราคาขาย 7 หมื่นบาท/ตารางเมตรขึ้นไป มูลค่าโครงการรวม 6,000 ล้านบาท โครงการแกรนด์ คาแนล ดอนเมือง เฟส 2 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว ระดับราคา 7-8 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท และโครงการ คอนโดมิเนียม พื้นที่ติดกับโครงการแกรนด์ คาแนล ดอนเมือง เฟส 2 ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ เป็นอาคารสูง 16 ชั้น จำนวน 6-7 อาคาร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 โครงการอยู่ระหว่างการออกแบบ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ทั้งนี้จีแลนด์แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ โดยการลงทุนในโครงการ Super Tower ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่จะพัฒนาขึ้นย่านพระราม 9 จากโครงการอาคารสำนักงานให้เช่าเกรด B และอาคารศูนย์ประชุม และโครงการอาคารสำนักงานให้เช่าเกรด A มาเป็นโครงการอาคารสำนักงานระดับพรีเมี่ยมไฮเอนด์

โดยบริษัทจะเข้าทำรายการ ภายหลังจากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2558 ซึ่งกำหนดประชุมในวันที่ 15 ม.ค.2558 วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม 13 พ.ย. 2557

เล็งออกหุ้นกู้อีก 4 พันล้าน

คณะกรรมการบริษัทฯอนุมัติออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อรองรับกับแผนการลงทุนในอนาคตของบริษัทฯ

"รัตนรักษ์" ผู้ถือหุ้นอันดับ 2

ทั้งนี้จีแลนด์ เดิมชื่อบริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์และจำหน่ายเวลาโฆษณาในรายการโทรทัศน์ ต่อมาได้โอนกิจการทั้งหมด จากบริษัท แกรนด์ คาแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทใน "กลุ่มเจริญกฤษ" และการซื้อสินทรัพย์จาก "กลุ่มรัตนรักษ์" (กฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด -ช่อง 7) ซึ่งการเข้าทำรายการดังกล่าวถือเป็นการจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม (Backdoor Listing) ส่งผลให้บริษัทเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญจากธุรกิจมิเดียสู่อสังหาริมทรัพย์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2553

ทั้งนี้ข้อมูลผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด วันที่ 9 ธ.ค.2556 พบว่า กลุ่มบริษัท เจริญกฤษ เอ็นเตอร์ไพร้ส์ จำกัด ถือหุ้นเป็นอันดับ 1 รวมสัดส่วน 52.67 % ขณะที่ผู้ถือหุ้นอันดับสองคือ กลุ่มบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง7) ถือหุ้นรวม 27.49 %

สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างตระกูล "บุญดีเจริญ" กับ "รัตนรักษ์" เกิดขึ้นยาวนาน จากข้อมูลของกรรมการผู้บริหารของจีแลนด์ พบว่า ปัจจุบัน "โยธิน" ประธานกรรมการบริษัทเจริญกฤษ อินเตอร์ไพร้ส์ ในวัยกว่า 70 ปี ยังนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการ "บริษัทบีบีทีวี มาร์เก็ตติ้ง" (บริษัทในเครือช่อง 7)

สายสัมพันธ์บีแลนด์-บีทีเอส

ผ่านคำบอกเล่า ของ นางสาวรมณี บุญดีเจริญ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการจี แลนด์ ลูกสาวคนที่ 2 ของโยธิน เคยให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ครอบครัว บุญดีเจริญ กับ รัตนรักษ์ ทำงานร่วมกันตลอด สองครอบครัวรู้จักกันมานาน แม้ไม่ได้เป็นเครือญาติกัน

"อากง (เจ้าสัวกฤตย์ รัตนรักษ์) เคยพูดว่า ถ้าอยากทำตรงไหนก็บอก มีที่ดินอยู่แล้ว”

ราคาหุ้นจีแลนด์ร่วงเกือบ 7%

วานนี้ (14 ต.ค.) ราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 4.22 บาท และอ่อนตัวลงมาซื้อขายต่ำสุดที่ระดับ 3.68 บาท ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นมาปิดที่ระดับ 3.70 บาท ลดลง 0.26 บาท หรือ 6.57% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 540.26 ล้านบาท

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง