เวิลด์แบงก์เตือนราคาอาหารทั่วโลกพุ่ง

31 พฤษภาคม 2557
1717

ธนาคารโลกชี้ราคาอาหารทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ เหตุความต้องการอาหารสูงขึ้นของจีน ฝนแล้งในสหรัฐและความไม่สงบในยูเครน

ธนาคารโลก รายงานว่า ราคาอาหารในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 4% ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยราคาข้าวสาลีและข้าวโพดปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 18% และ 12% ตามลำดับ ส่งผลให้ราคาอาหารในตลาดโลกเดือน เม.ย.ปีนี้ ต่ำกว่าปีก่อนเพียง 2.0% และยังต่ำกว่าช่วงที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในเดือน ส.ค.ปี 2555 อยู่ 16%

นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโลก กล่าวว่า แม้ปีที่ผ่านมาผลผลิตมีความอุดมสมบูรณ์และมีการวางแผนต่อเนื่องในการเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารเพื่อรักษาระดับการกักตุนสำหรับปีนี้ แต่ราคาอาหารยังคงปรับขึ้น มีสาเหตุหลักมาจากความแห้งแล้งต่อเนื่องหลายฤดูกาลในสหรัฐและความต้องการอาหารทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นมากโดยเฉพาะจากจีน

ขณะที่ยูเครนซึ่งเป็นผู้ผลิตธัญญาหารและน้ำตาลรายใหญ่ในยุโรปตะวันออกและเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีอันดับ 6 ของโลก ประกาศว่า ราคาข้าวสาลีและข้าวโพดในประเทศจะพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 37% ส่วนหนึ่งมาจากสกุลเงินของยูเครนอ่อนค่าลงมาก ทำให้ราคาข้าวสาลีโดยรวมของโลกทะยานขึ้น 18% ในทุกๆ ไตรมาส ในรายงานยังระบุว่า ราคาไม่เคยเพิ่มสูงขึ้นแบบนี้มาก่อนนับตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2555

นอกจากนี้ ราคาข้าวโพดทั่วโลกยังปรับขึ้น 12% อันเนื่องมาจากยูเครนซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกประสบปัญหาราคาข้าวโพดในประเทศพุ่งถึง 73% เพราะการเพาะปลูกที่ล่าช้าและราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ความตึงเครียดทางการเมืองของยูเครนที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลต่อการส่งออก แต่อาจกระทบต่อการผลิตและการค้าในอนาคตหากปัญหาความไร้เสถียรภาพยังคงเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ประเทศอื่นๆ ที่มีความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจก็เกิดกรณีเช่นเดียวกัน อย่างเช่นที่อาร์เจนตินา ราคาข้าวสาลีปรับสูงขึ้นถึง 70% เทียบกับปีที่ผ่านมาเช่นกัน ทั้งนี้ราคาน้ำตาลและน้ำมันถั่วเหลืองทั่วโลกยังเพิ่มขึ้น 13% และ 6% ในไตรมาสนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแสดงความวิตกว่า ราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอาจนำไปสู่เหตุจลาจล ความวุ่นวายทางสังคมและเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ดำเนินนโยบายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาอาหารแพงขึ้น ข้อมูลของธนาคารโลกพบว่า เกิดเหตุจลาจลเนื่องจากอาหาร 51 ครั้งใน 37 ประเทศนับตั้งแต่ปี 50 เป็นต้นมา โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุจากปัญหาราคาอาหารแพง

แชร์ข่าว :
Tags: