"ชิงทองขอนแก่น" เข้าสู่วันที่ 2 เปิดเบาะแสล่าสุด เช็คกล้องวงจรปิดล่าทั่วเมือง

อัพเดทคดีดัง "ชิงทองขอนแก่น" เข้าสู่วันที่ 2 เปิดเบาะแสล่าสุด เช็คกล้องวงจรปิดล่าทั่วเมือง

ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 4 ยังคงเร่งไล่ล่าหาเบาะแสคนร้าย ที่ใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวชิงทองคำรูปพรรณ หรือเรียกง่ายๆ คดี "ชิงทองขอนแก่น" ในห้างเซ็นทรัล ขอนแก่น เข้าสู่วันที่ 2 แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบตัวคนร้าย ด้าน รอง ผบช.ภ.4 ยืนยันยังเดินหน้าล่าตัวต่อเต็มที่ แม้กล้องวงจรปิดตามเส้นที่คนร้ายหลบหนีจะสุดอยู่ที่สถานีรถไฟขอนแก่น โดยได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องตามเส้นทางใกล้เคียง

22 พฤศจิกายน 2564 พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบช.ภ.4) ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวเข้าชิงทองคำรูปพรรณของห้างทองกีรติ บนชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พลาซ่า ขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น เมื่อเวลาประมาณ 19.19 น. ของวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้คำรูปพรรณ (สร้อยข้อมือ) จำนวน 8 เส้น น้ำหนักรวม 24 บาท มูลค่า 7.2 แสนบาท

\"ชิงทองขอนแก่น\" เข้าสู่วันที่ 2 เปิดเบาะแสล่าสุด เช็คกล้องวงจรปิดล่าทั่วเมือง

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า คดีนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ทางชุดสืบสวนพอจะทราบเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีแล้วและอยู่ระหว่างการติดตามตัว

 โดยเบาะแสสุดท้ายที่พบคนร้ายคือ ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสถานีรถไฟขอนแก่น ซึ่งคนร้ายได้วิ่งผ่านกล้องไป ก่อนที่จะหายตัวไป โดยขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรัศมีใกล้เคียงกับสถานีรถไฟขอนแก่น เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย 

\"ชิงทองขอนแก่น\" เข้าสู่วันที่ 2 เปิดเบาะแสล่าสุด เช็คกล้องวงจรปิดล่าทั่วเมือง
 

จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่า ผู้ก่อเหตุยังมีเพียงคนเดียว แต่ยังไม่สามารถระบุกลุ่มอาชีพได้ว่าเป็นใคร แต่มั่นใจว่าคนร้ายยังคงอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองขอนแก่น โดยหากประชาชนที่พบเห็นผู้ต้องสงสัย ให้แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่ติดตามหาเบาะแสคนร้าย ระบุว่า ขณะนี้ได้มีการติดตามหาเบาะแสของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในรัศมีที่คนร้ายวิ่งไป โดยหากย้อนกลับไปดูช่วงเวลาก่อนที่คนร้ายจะก่อเหตุ พบว่า คนร้ายได้มาปรากฏตัวอยู่ในบริเวณสถานีรถไฟอยู่ครู่ใหญ่ๆ จนกระทั้งพลบค่ำ คนร้ายจึงได้เดินเข้าไปอยู่บริเวณร้านขายอาหารตามสั่งข้างถนนศรีจันทร์ ใกล้กับลานข้าวเหนียว 

โดยจุดนี้มีพยานให้ข้อมูลว่า คนร้ายที่แต่งกายตามภาพได้มายืนวนเวียนอยู่สักพักใหญ่ๆ ซึ่งพยานที่พบเห็นเข้าใจว่า เป็นช่างรับจ้างทาสีบ้าน เนื่องจากสวมเสื้อแขนยาว และใช้เสื้อมัดศีรษะแบบคลุมหน้าไว้จึงไม่คิดว่าจะเป็นคนร้ายที่จะเข้าไปก่อเหตุ