'พิธา' ตอกรัฐบาล ทำให้คนในประเทศมืดมน-หมดหวัง ลั่นนายกฯแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

'พิธา' ตอกรัฐบาล ทำให้คนในประเทศมืดมน-หมดหวัง ลั่นนายกฯแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

"พิธา" ตอกรัฐบาล ทำให้คนในประเทศมืดมน - หมดหวัง ลั่นนายกฯแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มองใช้ ม.116 ไม่สมเหตุผล นำไปสู่การขยายความขัดแย้งไปในวงกว้าง

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.63 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวต่อที่ประชุมสภาฯว่า ถือว่าการประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในประเทศไทย ซึ่งไม่มีครั้งไหนหนักหนาเท่าครั้งนี้ ซึ่งปัจจัยสำคัญคือวิกฤตภาวะผู้นำ หลายครั้งเปรียบเทียบสถาการณ์ต้มยำกุ้ง 2540 แต่ปี 2540 ยังมีระบบโครงสร้างการเมืองทีดี และมียังมีรัฐธรรญเป็นประชาธิปไตยในระดับหนึ่ง ซึ่งต่างจากปัจจุบันมีระบบการเมืองที่แข็งตัวนิ่งเฉย ไม่สามารถแก้ไขสถาการณ์ที่รุนแรง และมีรัฐบาลที่อ่อนแอ รุนแรงยิ่งกว่าต้มยำกุ้งที่ไม่รู้ว่าวิกฤตนั่นจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ซึ่งการชุมนุมในครั้งนี้ไม่ใช่ความคิดที่ต่างกับระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ แต่เป็นการคิดต่างระหว่างคนมีหวังและคนสิ้นหวัง และตนประเมินว่าภาวะเศษฐกิจแย่ที่สุดในอาเซียน

ซึ่งนายพิธา ตั้งคำถามว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์นั้นทำไร ในภาวะเช่นนี้แต่รัฐบาลกลับเกิดภาวะใส่เกียร์ว่าง รัฐบาลใจเย็นหรือเลือดเย็น พร้อมกับมองว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยิ่งแก้ต้องยิ่งฟื้นตัว แต่ผลรับคือความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังลดต่ำลง สะท้อนว่าประชาชนไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่รัฐบาลทำ ราชการยังคอรัปชั่นซ้ำเติมสถาการณ์

นอกจากนี้ นายพิธา ยังมองว่า การบริหารราชการของนายกรัฐมนตรี 5 ปีแรก ในการบริหารไม่มีฝ่ายค้าน และไม่มีการตรวจสอบ พร้อมกับยังมีงบประมาณที่สูงกว่า 25 ล้านล้านบาท แต่ผลงานเศรษฐกิจยังรั้งท้าย ซึ่งการบริหารงาน 5 ปี เป็นเวลามากพอที่จะวางรากฐานของประเทศด้วยซ้ำ และการบริหารงานของรัฐบาลทำให้คนในประเทศพบกับความมืดมนหมดหวัง แรงบีบครั้นและกดดันจะสูงขึ้น แก้ไขปัญหาความมั่นใจไม่ได้ ปัญหาเศรษฐกิจก็จะแก้ไม่ได้ ทำให้ประเทศเกิดทางตัน นายกรัฐมนตรีไม่มีภาวะผู้นำทำให้การเมืองบิดเบียนที่สุด และรัฐธรรมนูญปี 2560 นั้นยังออกแบบมาเพื่อการจัดตั้งของพรรคของรัฐบาล แต่ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดกลับไม่ได้ตั้งรัฐบาล และรัฐบาลผสมไม่มีเอกภาพ ต่างคนต่างมีนโยบาย ไร้ทิศทางไม่มีอนาคต

159962780972

ทั้งนี้ยังมองว่า การใช้ มาตรา 116 ไม่สมเหตุผล และจะขยายความขัดแย้งไปในวงกว้าง และผลออกมาจะเป็นการยั่วยุทำให้ประชาชนโกรธ และตั้งคำถามว่ารัฐจะต้องจับอีกกี่คน จนจะรู้ว่าไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย และขณะนี้ประชาชนรับประหารไม่ได้แล้ว จะหันกระบอกปืนเข้าหาประชาชนอีกหรือไม่ และจะยอมให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากอีกหรือไม่ ตนอยากให้นายกคิดได้ และไม่กลับไปสู่จุดนั้นเอง

นอกจากนี้นายพิธา ยังระบุอีกว่า ระบบราชการไทยมีระบบอุปถัมภ์ ล้าหลังไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน นวมไปถึงระบบการศึกษาไทยล้าหลังไม่เคยเปลี่ยนแปลง สอนไม่ต่างจากเดิม บ่มเพาะระบบอำนาจนิยม ทั้งกดระเบียบล้าหลัง ความล้าหลังกดทับยาวนานทำให้นักเรียนต้องการปลดแอกตัวเองออกจากระบบห่วยแตกแบบนี้

หากปฏิรูปการเมืองตั้งแต่ 6 ปี ก่อน จะไม่เกิดการชุม และ 6 ปีที่ผ่านมานับได้ว่าหาได้ยากใครจะคงอำนาจได้ยาวนาน เป็นเรื่องดีที่ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า แต่พิสูจน์แล้วว่าได้ผู้นำไร้วิสัยทัศน์ ได้ผู้นำที่แย่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา และใจความล้มเหลวนั้นอยู่ที่นายก รัฐมนตรี