วอนรัฐให้ 'ของขวัญวันเด็ก' กลุ่มเด็ก G ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน

วอนรัฐให้ 'ของขวัญวันเด็ก' กลุ่มเด็ก G ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน

องค์กรเครือข่ายด้านชาติพันธุ์และสถานะบุคคลฯ​ วอนรัฐให้ "ของขวัญวันเด็ก" กับกลุ่มเด็ก G นร.ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข ลดเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิต สกัดโรคไร้พรมแดน

องค์กรเครือข่ายด้านชา

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะเจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่กิจกรรมนับเราด้วยคน เรียนรู้ด้วยใจก้าวไปพร้อมกัน ที่จ.เชียงใหม่ และจ.เชียงราย โดยร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 11 ม.ค.

นายวิวัฒน์ ตามี่ มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ (พชช.) กล่าวว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2563 มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ องค์การแพลน อินเตอรเนชั่นแนล อิงค์ ประเทศไทย มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิแอ๊ดดร้าไทยแลนด์ มูลนิธิภิวัฒน์สาธารณสุขไทย เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ เครือข่ายโรงเรียนชายแดน ได้ร่วมเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการเพิ่มกลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิเข้าสู่กองทุนให้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ (เด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G) ครั้งที่ 3 เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เป็นของขวัญให้กับเด็กที่ไร้สิทธิ จำนวนกว่า 90,000 คน

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ขอเสนอให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขตามที่กำหนดไว้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การฟื้นฟู และการควบคุมป้องกันโรคกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ (นักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นด้วยตัวอักษร (G)) เพิ่มเติมครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป โดยขอให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. เร่งดำเนินการให้สิทธิ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขแก่เด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นด้วยตัวอักษร (G) ที่ผ่านการคัดกรองข้อมูลแล้วไม่ได้ซ้ำซ้อนกับกลุ่มเด็กที่เคยได้รับสิทธิไปแล้วในอดีต 2.ขอให้กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายขายบัตรประกันสุขภาพในราคาถูกให้แก่กลุ่มเด็กนักเรียน กลุ่ม G ที่ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิ(คืนสิทธิ) และกลุ่มคนต่างด้าวอื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข ถ้วนหน้า และยังเป็นการป้องกัน ควบคุมโรคระบาด และแก้ไขปัญหาหรือแบ่งเบาภาระหนี้สินให้แก่หน่วยบริการ โดยขอให้อนุมัติในหลักการในการให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขแก่เด็กนักเรียนในสถานศึกษาภาครัฐสังกัดอื่น และขอนุมัติเงินอุดหนุนจากสำนักงบประมาณประจำปี 2563 สำหรับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิกลุ่มใหม่เพิ่มเติม ครั้งที่ 3 จำนวน 90,640 คน

ด้านนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาพประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G หรือ เด็กรหัส G ซึ่งหมายถึงเด็กที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยที่อยู่ในระบบการศึกษาของไทย แม้สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้แต่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขได้ทำให้เด็กรหัส G กว่า 90,000 คน ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางสุขภาพต่อทั้งเด็กไทย และเด็กรหัส G เอง เพราะโรคนั้น “ไร้พรมแดน” สามารถติดต่อและแพร่กระจายได้แม้เด็กคนนั้นจะมีสถานะทางทะเบียนหรือไม่

“เพื่อให้เด็กรหัส​ G​ ได้เข้าถึงการมีสุขภาวะ​ สสส.จึงสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการสำรวจข้อมูลสถานการณ์ พัฒนาความรู้ เชื่อมประสานหน่วยงานต่างๆ และการสนับสนุนนวัตกรรมในพื้นที่นำร่องเพื่อทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ได้แก่​ 1.การพัฒนาและพิสูจน์สิทธิสุขภาพ 2.การเข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและละเอียดอ่อนต่อมิติชาติพันธุ์​ เช่น​ ล่ามชุมชน​ สื่อสุขภาพภาษาชาติพันธุ์ 3.การศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม​ต่อพัฒนาการของเด็กรหัส​ G 4.ส่งเสริมความเข้มแข็งและการตระหนักในคุณค่าตัวเอง​ และการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กรหัส G และเครือข่ายผู้ปกครองให้สามารถดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น รวมถึงการรวมกลุ่ม ทำกิจกรรมที่​สร้างสรรค์โดยอาศัยมิติทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือ​ สอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพ เช่น อนามัยเจริญพันธุ์ เหล้า บุหรี่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเครือข่ายพี่น้องชาติพันธุ์อย่างยั่งยืน”นางภรณี ภู่ประเสริฐ กล่าว