background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

Dreams (Sex, Love) จากนอร์เวย์คว้ารางวัล ‘หมีทองคำ’ จากเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025 พร้อมเจาะลึกผลรางวัลทุกสาขา

จัดงานกันไปเสร็จสิ้นแล้ว กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเบอร์ลิน ครั้งที่ 75 ประจำปี 2025 ระหว่างวันที่ 13-23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยในปีนี้ก็มีหนังนานาชาติเข้าร่วมประกวดชิงรางวัล ‘หมีทองคำ’ เป็นจำนวนรวม 19 เรื่อง และสามารถคว้ารางวัลในสายทางการไปได้ ในค่ำคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ไปเป็นจำนวน 8 เรื่อง ด้วยกัน

โดยคณะกรรมการที่ร่วมตัดสินรางวัลประจำปีนี้ ก็ประกอบไปด้วย ผู้กำกับ Maria Schrader จากเยอรมนี Nabil Ayouch จากโมร็อกโก Rodrigo Moreno จากอาร์เจนตินา ผู้ออกแบบเสื้อผ้า Bina Daigeler จากเยอรมนี นักแสดงหญิง Fan Bingbing จากจีน นักเขียน/นักวิจารณ์ Amy Nicholson จากสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้กำกับ Todd Haynes จากสหรัฐอเมริกา รับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

ผลรางวัลสาขาต่าง ๆ ประจำปีนี้ ก็ได้แก่

รางวัลด้านเทคนิคยอดเยี่ยม สำหรับทีมงานสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่อง The Ice Tower ของผู้กำกับหญิง Lucile Hadžihalilovic จากฝรั่งเศส ซึ่งได้ Marion Cotillard มารับบทบาทเป็น Cristina นักแสดงหญิงรุ่นใหญ่ซึ่งกำลังจะได้เล่นในหนังเทพนิยายเรื่อง The Snow Queen (1844) ของ Hans Christian Andersen

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

ตามท้องเรื่องจะเป็นช่วงปี 1970s มีเด็กสาวกำพร้า ณ สถานอุปถัมภ์นาม Jeanne เป็นตัวละครเดินเรื่องหลัก เธอแอบหนีเข้าเมืองมาหลบพำนักอยู่ในกองถ่ายหนังเรื่องนี้ กระทั่งมีโอกาสได้พบ Cristina ต่างฝ่ายต่างรู้สึกถูกชะตา จน Jeanne สามารถมาร่วมเล่นเป็นตัวละครเด่นประกบคู่กับนางเอกดังสมความตั้งใจของฝ่าย Cristina!

จากเนื้อหาในเทพนิยายพาฝันอย่าง The Snow Queen ผู้กำกับ Lucile Hadžihalilovic ได้พลิกอีกมุมด้านให้เห็นว่า ชะตากรรมแท้จริงของ ‘ราชินีหิมะ’ ที่พวกเราเคยประทับใจกันมาจากหนังเรื่อง Frozen (2013) มันไม่เห็นจะมีอะไรสวยงามตามที่ animation เรื่องดังนี้ตีแผ่ไว้

แต่ภาวะภายในของตัวละครแต่ละรายมันช่างดำทะมึนไปด้วยตัณหาราคะที่ออกจะน่ากลัวจะตาย สมจะเป็นเทพนิยายตระกูลสยองขวัญสั่นประสาท ซึ่งผู้กำกับก็รังสรรค์บรรยากาศให้หนังเรื่อง The Ice Tower มีกลิ่นอายที่ละม้ายคล้ายหนังเลือดสาดแนว Giallo โดยเฉพาะของผู้กำกับ Dario Argento อย่างไรอย่างนั้นกันเลย!

 

รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ตกเป็นของหนังตลกสติแตกเรื่อง Kontinental’25 ของผู้กำกับโรมาเนีย Radu Jude เมื่อจ่าศาลสตรี ดันไปตะเพิดไล่ที่ชายเร่รอนคนจรหมอนหมิ่น ในดินแดนทรานซิลวาเนีย จนสุดท้ายเขาก็เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย!

จ่าศาลหญิงรายนั้นจึงมีอันต้องวิตกกังวลด้วยความรู้สึกผิด จิตตกว่าตนเองได้กระทำอะไรรุนแรงเกินไปไหม หรือทั้งหมดนี้ควรจะโบ้ยความผิดไปให้ความล้มเหลวด้านระบบสวัสดิการของรัฐบาล หรือสันดานไม่รู้จักหาการหางานของคนไร้บ้านรายนั้น?

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

หนังถ่ายทำกันแบบบ้าน ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย ฉายฉากที่จ่าศาลหญิงหาที่พึ่งพิงทางใจด้วยการนั่งปรับทุกข์ระบาย กับทั้งเพื่อนสาว ลูกศิษย์หนุ่มชาวไรเดอร์ ไปจนถึงบาทหลวงช่างเพ้อ นำเสนอข้อถกเถียงต่าง ๆ อย่างยาวนาน แต่ดูเหมือนนงคราญจะไม่เคยรับฟังคำแนะนำของใคร ๆ เพราะมัวแต่กลุ้มอกกลุ้มใจ และไม่ว่าจะสนทนาปราศรัยอยู่กับใคร ก็ไม่เห็นจะเจอหนทางในการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาอารมณ์ขมขื่น

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

สำหรับรางวัลด้านการแสดง เทศกาลเบอร์ลินเองก็ปฏิรูปสาขารางวัลแซงหน้าที่อื่น ๆ หลังความลื่นไหลด้านเพศสภาพทำให้ไม่สามารถแยกเพศนักแสดงหญิงและชายได้อีกต่อไป จึงต้องปรับหมวดเสียใหม่เป็นการแสดงในบทนำและบทสมทบแทน

สำหรับรางวัลนักแสดงในบทสมทบยอดเยี่ยมประจำปีนี้ ก็ได้แก่ Andrew Scott ในบท Richard Rodgers นักประพันธ์ละครเพลงชื่อดังแห่ง Broadway เจ้าของท่วงทำนองอันไพเราะจากละครเพลงเรื่อง Oklahoma! (1943) จากภาพยนตร์เรื่อง Blue Moon ของผู้กำกับ Richard Linklater ซึ่งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงหลังรอบปฐมทัศน์ของละครเพลงเรื่องดังกล่าว ณ ค่ำคืนของวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1943 ที่ Sardi’s Bar โดยมี Ethan Hawke รับบทนำเป็น Lorenz Hart นักประพันธ์เนื้อเพลง ที่มาร่วมแสดงความยินดี

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

หนังเล่าเรื่องราวแบบ real time ตลอดระยะเวลา 100 นาที ที่เกิดขึ้น ณ ปาร์ตี้แห่งนั้น ให้ความสำคัญกับทั้ง unity of place และ unity of time ติดตามตัวละครอยู่ในบาร์แห่งนั้น นักแสดงจึงต้องถ่ายทอดทุกมิติของตัวละครภายในระยะเวลาอันสั้น แม้ว่าหนังจะเลือกเล่าด้วย shot สั้น ๆ แทนที่จะถ่ายทำแบบ take เดียวยิงยาว ซึ่งน่าจะเข้ากับเนื้อหาที่ Richard Linklater ต้องการจะเล่ามากกว่า

 

ส่วนรางวัลด้านการแสดงในบทนำ ก็ได้แก่ Rose Byrne ในบท Linda มารดาผู้กำลังภาวะสติแตกจากหนังเรื่อง If I Had Legs I’d Kick You กำกับโดย Mary Bronstein ซึ่งก็เป็นชัยชนะที่ไม่น่าประหลาดใจ เพราะ Rose Byrne ได้แบกหนังเอาไว้ทั้งเรื่องจริง ๆ

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

เธอรับบทเป็นหญิงผู้กำลังเผชิญวิกฤติแต่เพียงลำพัง หลังสามีของเธอได้หายตัวไป ทิ้งไว้เพียงบุตรสาวตัวน้อยที่สุขภาพไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่ Linda จึงต้องใช้เวลาแทบทั้งหมดคอยดูแลและเยียวยาทายาท ทั้ง ๆ ที่จะต้องเจอแต่เรื่องป่วนประสาท เช่น เพดานที่บ้านทะลุพัง จนต้องอุ้มลูกขึ้นข้างเบาะนั่งไปหาเช่าโรงแรมบุโรทั่งพักนอนเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมอาการลูกสาวก็แจ้งเตือนเธอไม่หยุดหย่อน มีแต่เรื่องที่ทำให้เธอต้องอ่อนอกอ่อนใจจนสติเธอทานทนไม่ไหวแทบจะขาดผึงในทุกวินาที

และถึงแม้ว่าบทหนังจะยังมีช่องโหว่ว่าสุดท้ายแล้ว Linda ‘หลอน’ จากการมโน หรือเธอกำลังพยายามโกหก แต่ Rose Byrne ก็แสดงอาการจิตตระหนกขั้นรุนแรงออกมาได้อย่างน่าสะพรึง ‘ทำถึง’ จนคณะกรรมการต้องยกรางวัลให้ไปกับการแสดงที่น่าจะบ้าคลั่งที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ!

 

รางวัลหมีเงินสำหรับผู้กำกับยอดเยี่ยม ตกเป็นของผู้กำกับ Huo Meng จากผลงานเรื่อง Living the Land จากจีนแผ่นดินใหญ่ เล่าถึงการรุกคืบของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในช่วงตั้งไข่แห่งยุคดิจิทัล ณ ดินแดนชนบทของจีน เมื่อปี 1991

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

หนังฉายภาพชีวิตชุมชน โดยมีหนุ่มน้อยจอมซน Chuang เป็นศูนย์กลางของเรื่อง ถ่ายภาพแบบ panorama เลื่อนไหลอย่างต่อเนื่อง ส่องสีสันวัฒนธรรมประจำเมืองในแต่ละห้วงฤดู ของผู้คนที่ไล่ลำดับนับได้ถึงสี่รุ่น Living the Land จึงให้ภาพสังคมชนบทยุคปลายแอนะล็อกที่แสนอบอุ่น ต่างจากหนังจีนเรื่องอื่น ๆ ที่เราเคยคุ้นจากฝีมือของผู้กำกับระดับรุ่นพี่

 

รางวัลหมีเงิน Jury Prize ขวัญใจคณะกรรมการ ได้แก่ หนังขาวดำจากอาร์เจนตินาเรื่อง The Message ของ Iván Fund เล่าเรื่องราวการเดินทางอันอบอุ่นของครอบครัวที่ประกอบไปด้วยพ่อแม่และบุตรีบุญธรรมที่มีพลังอำนาจพิเศษในการติดต่อสื่อสารกับสิงสาราสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้! พวกเขาจึงประกอบอาชีพเป็นแม่หมอขอพยากรณ์ทำนาย ถ่ายทอดภาพนิมิตในอนาคตด้วยการขับรถบ้านตระเวนไปให้บริการแก่ชาวบ้านที่ต้องการที่พึ่งทางใจ แลกกับรายได้โดยอาศัยญาณในการสื่อสารของน้องหนู

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

หนังตั้งใจพาเราไปดูความเป็นอยู่ของครอบครัวจำเป็นนี้ ซึ่งแม้ว่าเนื้อเรื่องจะแลดูมีความอภินิหารแฟนตาซี แต่เอาเข้าจริง ๆ หนังก็มีลีลาแบบสัจนิยมผสมความมหัศจรรย์แบบ magical realism ผ่านงานด้านภาพอันขรึมและขลัง ดูเป็นหนังที่แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ ในสายประกวดจนได้รับรางวัล Jury Prize ไปในที่สุด

 

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศ หรือรางวัลหมีเงิน Grand Jury Prize ประจำเทศกาลในปีนี้ ก็ตกเป็นของหนังจากบราซิลเรื่อง The Blue Trail ของผู้กำกับ Gabriel Mascaro

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

หนังเล่าถึงนโยบายสังคมสูงวัยฉบับใหม่ของรัฐบาล ออกมาตรการให้คนชราย้ายบ้านมาอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน เพื่อบรรเทาภาระของเยาวชนและคนหนุ่มสาว จะได้ไม่ต้องเอาเวลามา take care ดูแลคนแก่รุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ชีวิตมีแต่การรอคอยความตาย

แต่คุณยาย Tereza วัย 77 ปี จะไม่ขอดำเนินตามกุศโลบายนี้ โดยชีวิตนี้เธอฝันจะได้ลองนั่งเครื่องบินดูสักครั้ง แต่ความตั้งใจต้องล้มพังเมื่อเธอยังต้องพึ่งบุตรสาวในการซื้อตั๋วโดยสาร เธอจึงต้องเปลี่ยนแผนด้วยการหันไปลองเรือตามลำธารกิ่งก้านของแม่น้ำแอมะซอน ตะลอน ๆ ไปจนกลายหนัง comedy สกุลใหม่ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่า ‘Boat Movie’!

 

มาถึงรางวัลใหญ่ที่สุดประจำเทศกาล นั่นก็คือรางวัลหมีทองคำ หรือ Golden Bear ผลรางวัลในปีนี้ ได้แก่หนังนอร์เวย์เรื่อง Dreams (Sex, Love) ของผู้กำกับ Dag Johan Haugerud หนึ่งในชุดงานไตรภาคเล่าเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ และความหฤหรรษ์ทางเพศของผู้คนร่วมสมัย

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ BERLIN FILM FESTIVAL 2025

 

Sex-Dreams-Love ซึ่งทั้งหมดได้ออกฉายในนอร์เวย์ไปเมื่อปีกลายแล้ว โดยเรื่อง Dreams (Sex, Love) ขอรอฉายรอบ International Premiere ในสายประกวดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเบอร์ลินในปี 2025 ซึ่งก็ต้องนับว่าคุ้มค่ากับการรอคอย เพราะหนังสามารถคว้ารางวัลใหญ่ไปได้ในที่สุด

Dreams (Sex, Love) เรื่องที่สองของชุด เป็นหนังรัก Sapphic ระหว่างสตรีกับสตรี เมื่อ Johanne หญิงวัยรุ่นวัย 17 ปีกำลัง ‘คลั่งรัก’ ครูสาวผิวสีของตน จนต้องตามหาที่อยู่ไปยืนเคาะก๊อก ๆ หน้าประตูบ้าน มารยาว่ามีปัญหาด้านภาระการเรียนหนังสือหนังหา ก่อนที่จะได้เห็นกับตาว่าครูสาวคนนี้มีคู่รักที่เป็นผู้หญิงอยู่เป็นตัวเป็นตน Johanne เลยต้องกลายเป็นคนอกหัก ระบายอาการช้ำรักด้วยการเขียนเป็นนิยายออกมา

เมื่อมารดาและอัยยิกาของเธอได้เห็น ก็หาทางช่วยเข็นให้ได้พิมพ์เป็นเล่ม เติมเต็มความอาภัพอับโชคทางใจ ให้ Johanne ประสบความสำเร็จในแวดวงวรรณกรรมแทน!

 

 

หนังพยายามเล่าด้วย mood & tone อันแสนอ่อนโยน โหนประเด็นกลุ่มคน LGBTQ+ ด้วยทัศนคติที่มองทุกอย่างด้วยความสร้างสรรค์จรรโลง โยงให้เห็นว่า ‘ครอบครัว’ มีบทบาทสำคัญเพียงไหนสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเนื้อหาที่มีความร่วมสมัยจนชนะใจคณะกรรมการตัดสินรางวัลในปีนี้ไปได้ในที่สุด