ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย 'ภาพถ่าย'

ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย 'ภาพถ่าย'

รู้จักประวัติ 'เจมส์ นาคท์เวย์' ช่างภาพสารคดีสงครามมืออันดับต้นๆ ของโลก ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย 'ภาพถ่าย' ก่อนไปชม James Nachtwey : Memoria นิทรรศการภาพถ่ายสงครามจากพื้นที่ความขัดแย้งหลายแห่งของโลก ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

James Nachtwey (เจมส์ นาคท์เวย์) คือหนึ่งในช่างภาพสารคดีสงครามที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก เขาเกิดที่เมืองซีราคิวส์ (Syracuse) นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปเติบโตในแมสซาชูเซตส์ จบการศึกษาจาก Dartmouth College ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะและรัฐศาสตร์ ปัจจุบันอายุ 75 ปี

เจมส์ นาคเวย์ เริ่มต้นอาชีพช่างภาพเมื่อปีพ.ศ.2519 กับ Albuquerque Journal หนังสือพิมพ์รายใหญ่ที่สุดในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ก่อนจะย้ายมาอยู่นิวยอร์ก

ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย \'ภาพถ่าย\' เวียดนาม, ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง, 2012 : หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยโดนฝนเหลืองสมัยสงคราม ทำให้กำเนิดทารก 2 คนที่มีภาวะร่างกายและสติปัญญาบกพร่อง ในภาพกำลังช่วยลูกสาวขยับแขนออกกำลังกาย
ภาพถ่ายโดยเจมส์ นาคท์เวย์

การถ่ายภาพของเจมส์ได้รับอิทธิพลจากงานของช่างภาพนิ่งในช่วงสงครามเวียดนามและความประทับใจในพลังของภาพถ่ายที่สามารถสื่อสารความฉับไวของเหตุการณ์

เจมส์ตัดสินใจเริ่มทำงานเป็นช่างภาพอิสระในปีพ.ศ.2524 และเดินทางไปทำงานในต่างประเทศครั้งแรกที่ไอร์แลนด์เหนือ เพื่อนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่

ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย \'ภาพถ่าย\' โซมาเลีย, ไบโดอา, 1992 : ทุกวันในตอนเช้า ศพทั้งหมดจะถูกขนย้ายไปยังหลุมฝังศพรวม โดยรถโดยสารเก่าๆ ที่แทบจะหมดสภาพ
 

ผลงานการถ่ายภาพครั้งนั้นนำเขาสู่การเดินทางรอบโลก ทั้งในแอฟริกาใต้ ละตินอเมริกา รัสเซีย ยุโรปตะวันออก เวียดนาม อัฟกานิสถาน เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำ ภาพที่เขาบันทึกในสถานที่เหล่านั้นปรากฏในสิ่งพิมพ์ระดับนานาชาติ อาทิ National Geographic, Life, Time, El País และ L'Express

จากนั้นจึงทำงานเป็นช่างภาพให้กับนิตยสาร TIME ระหว่างปีพ.ศ.2527-2561

ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย \'ภาพถ่าย\' เจมส์ นาคท์เวย์ กับนิทรรศการ James Nachtwey : Memoria ที่กรุงเทพฯ

พ.ศ.2546 เจมส์ นาคเวย์ ได้รับบาดเจ็บจากลูกระเบิดระหว่างทำงานที่นครแบกแดดให้กับนิตยสาร TIME เพื่อบันทึกภาพการบุกอิรักโดยสหรัฐอเมริกา 

ในเหตุการณ์นั้นมีทหารสองนายได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับผู้สื่อข่าวของนิตยสาร TIME ส่วนตัวเขายังสามารถถ่ายภาพการช่วยชีวิตโดยแพทย์สนามได้หลายภาพก่อนที่จะหมดสติ 

เจมส์ได้รักษาตัวในโรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกาจนหายดี หลังจากนั้นได้เดินทางมาบันทึกภาพโศกนาฏกรรมจากคลื่นยักษ์สึนามิที่ถล่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547

ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย \'ภาพถ่าย\' นิทรรศการ  James Nachtwey : Memoria ที่หอศิลป์ กทม.

เป็นโอกาสพิเศษจริงๆ เมื่อ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ด้วยการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมกันจัด นิทรรศการ James Nachtwey : Memoria รวมผลงานภาพถ่ายสงครามและภัยพิบัติตลอดชีวิตการทำงานเป็นช่างภาพข่าวและสงครามกว่า 42 ปี ของ เจมส์ นาคท์เวย์ จำนวน 126 ภาพ

จัดแสดงระหว่างวันที่ 5 กันยายน - 26 พฤศจิกายน 2566 (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เข้าชมฟรี

ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย \'ภาพถ่าย\'

ซดูาน, ดาร์ฟูร์, 2004 : แม่คนหนึ่งกำลังปลอบลูกที่เข้ารับการดูแลในศูนย์การแพทย์ จัดตั้งโดยองค์การแพทย์ไร้พรมแดน

ประวัติ James Nachtwey ผู้ตีแผ่ความวิกลจริตของสงครามด้วย \'ภาพถ่าย\' ยูเครน, บุชา, 2022 : เหล่าผู้เสียชีวิตโดยฝีมือทหารรัสเซียที่ถอยทัพออกไป ถูกเก็บมารวมไว้ที่สุสานประจำเมืองเพื่อหาทางระบุตัวตน
 

นิทรรศการ James Nachtwey : Memoria แสดงถึงความทรงจำในการทำงานกว่า 4 ทศวรรษในฐานะ ช่างภาพสงคราม ผู้เสี่ยงชีวิตเพื่อบันทึกภาพความบ้าคลั่งของสงคราม ภาวะวิกฤติและความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างแสนเข็ญ

แม้เขาได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผู้สังเกตุการณ์โลกอยู่หลายครั้ง และเห็นเพื่อนร่วมงานถูกยิงเสียชีวิต แต่ เจมส์ นาคท์เวย์ ยังคงคว้ากล้องออกสู่สนามรบเพื่อบอกเล่าช่วงเวลาอันมืดมนของชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่ถูกทำลายล้างอย่างไร้เหตุผลจากความวิกลจริตของสงคราม ตลอดจนภัยพิบัติจากความแห้งแล้ง ความอดอยาก และโรคภัยไข้เจ็บ

ผลงานทั้งหมด.. เขาเรียนรู้การถ่ายภาพด้วยตนเอง