'อาร์ต พศุตม์' เคลื่อนไหวล่าสุดแชร์โพสต์ข้อคิด 'อย่ามัวแต่โทษคนอื่น'

'อาร์ต พศุตม์' เคลื่อนไหวล่าสุดแชร์โพสต์ข้อคิด 'อย่ามัวแต่โทษคนอื่น'

'อาร์ต พศุตม์' เคลื่อนไหวโพสต์ข้อคิด ถ้ามัวแต่โทษคนอื่น แล้วเมื่อไรจะเห็นความผิดพลาดของตัวเอง หลัง 'หมอก้อง' ออกมาเปิดใจเป็นคนที่อีกฝ่ายพูดถึง

หลังจากที่ 'หมอก้อง สรวิชญ์' ได้ออกมาเปิดใจยอมรับว่าตนเป็นคนที่ 'อาร์ต พศุตม์' พูดถึงในประเด็นดราม่าแทงข้างหลัง คอยปัดแข้งปัดขา ซึ่ง"หมอก้อง"ได้ชี้แจงว่าน่าจะเป็นเพราะบุคคลที่สามที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน เราทั้งสองคนตกเป็นเหยื่อกันทั้งคู่ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้เคลียร์ใจกัน นั้น 

 

 

ล่าสุดวันนี้ (13 กันยายน 2566) นักแสดงชื่อดัง 'อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม' ได้เคลื่อนไหวด้วยการแชร์ข้อคิดเตือนใจผ่านเฟซบุ๊ก 'Art Phasut' พร้อมระบุข้อความว่า 

 

'ก็อบมาครับอ่านแล้วชอบ ให้พวกชอบโยนความผิดให้คนอื่น' 

'อ่านยาวหน่อย แต่มันจริงนะ ถ้ามัวแต่โทษคนอื่น แล้วเมื่อไรถึงจะเห็น 'ความผิดพลาด' ของตัวเอง 

We are quick to see others faults, but are blind to our own. เรามองเห็นความผิดพลาดของคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว แต่กลับทำเป็นมองไม่เห็นเมื่อเป็นความผิดของตนเอง 

คล้ายกับสำนวนที่ว่า 'ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา.. ความผิดตัวเราเท่าเส้นผม' 

คนที่ชอบโทษคนอื่น หรือชอบโทษเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว ลึกๆ แล้วเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ อีโก้สูง เพราะความจริงแล้วการที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ ล้วนมาจากการกระทำของเรา การกระทำของคนอื่นและปัจจัยต่างๆ อีกมากมาย ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ มันไม่ได้เกิดจากเราหรือใครเพียงคนเดียว แต่พวกเขาก็เลือกที่จะมองข้าม 'ความผิดพลาดของตัวเอง' แล้วไปเพ่งโทษที่คนอื่นแทน เพราะมันง่ายนอกจากจะเป็นการผลักความรับผิดชอบไปแล้ว ยังทำให้เขารู้สึกผิดต่อตัวเองน้อยลงอีกด้วย

 

 

หลายครั้งที่เรารู้สึกโกรธมากเมื่อโดนคนอื่นเอาเปรียบ แต่พอเราเป็นฝ่ายได้เปรียบเอง กลับรู้สึกเฉยๆ แล้วมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยซะงั้น เพราะลึกๆ ในใจของเราก็แอบเข้าข้างตัวเองอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ทำให้บางทีเราก็มองความผิดของตัวเองเป็นเรื่องเล็กๆ 

ไม่ได้บอกว่าให้เอาแต่โทษตัวเอง หรือก่นด่าตัวเองซ้ำๆ เมื่อเกิดเรื่องผิดพลาดนะ เพราะแบบนั้นมันก็ไม่ช่วยอะไรเหมือนกัน
นอกจากจะทำให้รู้สึกแย่ไปกว่าเก่า 

แต่อยากให้ #ย้อนมองการกระทำของตัวเองดูบ้าง ลองหาสาเหตุว่าการกระทำอะไรของเราที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นนั้น?

-เราต้องกล้าพอที่จะยอมรับความจริง
-กล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง
-กล้าที่จะขอโทษออกไปอย่างจริงใจแล้วแก้ไขให้มันถูกต้อง

ทุกคนล้วนมีเหตุผลมาซัพพอร์ตการกระทำของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งเหตุผลของเเต่ละคนมันเป็นเรื่องปัจเจค สิ่งที่สำคัญกว่าเหตุผลในการลงมือทำก็คือ มันเกิดผลกระทบอะไรจากการกระทำนั้นมากกว่า เพราะเหตุผลที่เราทำมันอาจจะดีสำหรับเรา
แต่มันอาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่นก็ได้ไง

ดังนั้นควรมองเรื่องส่วนรวมเป็นหลักก่อน #พยายามลดอีโก้ของตัวเองลงบ้าง เราจะไม่มีวันพัฒนาหรือก้าวไปข้างหน้าได้เลย
ถ้าไม่สามารถยอมรับและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองได้

สิ่งสำคัญคือ 'เราไปแก้ไขที่คนอื่นไม่ได้' เราทำได้แค่ตระหนักรู้แล้วแก้ไขที่ตัวเองแทน ถ้าการกระทำของคนอื่นมันเป็นพิษต่อเรามากๆ ก็คงต้องพยายามถอยห่างออกมา 

-เลิกกล่าวโทษคนอื่น 
-เลิกโทษสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นอย่างใจหวัง
-เลิกโทษดินฟ้าอากาศหรือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
-เลิกโทษตัวเอง

แล้วมาหาทางแก้ไข&พัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นกันเถอะ ทุกอย่างอยู่ที่มุมมองและวิธีการคิดของเราทั้งนั้น' 

พร้อมติดแฮชแท็ก #การโทษคนอื่น #psychologicalprojection #เกลาไปพร้อมกัน #เกลานิสัยอันตราย