สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่

กำเนิด “เทวดานพเคราะห์” 9 เทพแห่งเจ้าเรือนชะตามนุษย์ เชิญร่วมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ ฉลอง "ประเพณีสงกรานต์" ส่งเทวดาเก่า รับเทวดาใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับศักราชใหม่ เทศกาลสงกรานต์ 2567 ปีใหม่ไทย

KEY

POINTS

  • อ่านกำเนิด “เทวดานพเคราะห์” 9 เทพประจำวันผู้ปกปักรักษาชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย คู่มิตร คู่ศัตรู กำลังพระเคราะห์ ก่อนไปสรงน้ำ
  • การได้มีโอกาสสรงน้ำขอพร “เทวดานพเคราะห์” ช่วงปีใหม่ไทย หรือ “เทศกาลสงกรานต์” ถือว่านำสิริมงคลมาสู่ชีวิตรับศักราชใหม่ตามประเพณีปีใหม่ไทย
  • กรมศิลปากร สืบสานประเพณีสงกรานต์ เชิญประชาชนร่วม "สรงน้ำพระธาตุ – เทวดานพเคราะห์" เสริมสิริมงคล เสริมกำลังเทวดาประจำวันเกิด 12-14 เม.ย.2567 
     

ตามบันทึกโบราณดั้งเดิม ประเพณีสงกรานต์ หรือ “ประเพณีปีใหม่ของไทย” กำหนดให้มีถึง 3 วันด้วยกัน โดยวันแรกของประเพณีสงกรานต์เป็นวันที่ “พระอาทิตย์” ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ การเคลื่อนของ “พระอาทิตย์” จากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษเป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนจากปีเก่าสู่ปีใหม่ของไทย

วันถัดมาเรียก วันเนา เนา แปลว่า “อยู่” เนื่องจากพระอาทิตย์ต้องใช้เวลาเคลื่อนตัว ดังนั้นในวันที่สองจึงเชื่อว่าพระอาทิตย์ยังอยู่คาบเกี่ยวระหว่างราศีมีนกับราศีเมษ

วันที่สามหรือวันสุดท้ายของประเพณีสงกรานต์จึงเรียก วันเถลิงศก วันเริ่มต้นปีใหม่ หรือ “วันขึ้นปีใหม่” เพราะพระอาทิตย์ย้ายราศีสมบูรณ์แล้ว

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ การสรงน้ำพระพุทธรูปในประเพณีสงกรานต์ของไทย

ปัจจุบันปฏิทินไทยกำหนดให้วันที่ 13 – 15 เมษายนของทุกปี เป็น เทศกาลสงกรานต์ หรือ ‘ประเพณีสงกรานต์’ 

พิธีกรรมเนื่องในประเพณีสงกรานต์ หรือ “เทศกาลสงกรานต์” ใช้ น้ำ เป็นหลัก เป็นนัยของการชำระล้างให้จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส และเพื่อผ่อนคลายความร้อน ได้แก่ การสรงน้ำพระพุทธรูป เจดียสถาน พระสงฆ์, รดน้ำ-ทำบุญอัฐิ เป็นการแสดงความรำลึกถึงบรรพบุรุษ, รดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ และการรดน้ำให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระธาตุ ในพระกรัณฑ์

เนื่องใน เทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2567 กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรม สรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย 

โดยอัญเชิญ พระธาตุ ในพระกรัณฑ์ (ตลับหรือผอบ) ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์สำคัญซึ่งประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี 

พร้อมด้วย เทวดานพเคราะห์ จำนวน 9 องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตายตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร 

เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ “สงกรานต์” หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะ “เจ้านาย” ก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่า-รับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ เทวดานพเคราะห์

ทั้งนี้ เทวดานพเคราะห์ มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือ พระสุริยเทพ (พระอาทิตย์) ซึ่งมีเทพบริวารอีก 8 องค์ รวมเป็น 9 องค์

เทพทั้ง 9 องค์ ได้รับการนับถือว่าเป็นเทพที่ปกปักรักษาชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย การได้มีโอกาสสรงน้ำขอพร “เทวดานพเคราะห์” ช่วงปีใหม่ จึงถือว่านำสิริมงคลมาสู่ชีวิตอีกหนึ่งปี

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระอาทิตย์

พระอาทิตย์ 

เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระอิศวรทรงใช้ ราชสีห์ 6 ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ก่อเกิดเป็น พระอาทิตย์ เทพนพเคราะห์ลักษณะเป็นบุรุษ ผิวกายสีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์

  • เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร 
  • สัญลักษณ์เลข 1 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 6

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระจันทร์

พระจันทร์

พระอิศวรทรงสร้างจาก เทพธิดา 15 นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระจันทร์ เป็นบุรุษเทพรูปงาม ผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ  ประจำอยู่ทิศตะวันออก 

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร อาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก

  • เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี
  • สัญลักษณ์เลข 2  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 15

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระอังคาร

พระอังคาร 

พระอิศวรทรงสร้างจาก กระบือ 8 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤต ได้บุรุษผิวสีทองแดง ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน 

  • เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์
  • สัญลักษณ์เลข 3  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 8

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระพุธ (วันพุธกลางวัน)

พระพุธ 

พระอิศวรทรงใช้ ช้าง 17 เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้บุรุษมีผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ 

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุมรอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย 

  • เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู
  • สัญลักษณ์เลข 4  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 17

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระพฤหัสบดี 

พระพฤหัสบดี 

พระอิศวรทรงสร้างจาก ฤษี 19 ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ได้พระพฤหัสบดี มีผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก 

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี

  • เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์
  • สัญลักษณ์เลข 5 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 19 

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระศุกร์

พระศุกร์

พระอิศวรทรงสร้างจาก โค 21 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤต ได้พระศุกร์ เทพผิวกายสีฟ้า ทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท และเป็นครูของเหล่ายักษ์ 

  • เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์
  • สัญลักษณ์เลข 6 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 21

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระเสาร์

พระเสาร์

พระอิศวรทรงสร้างจาก เสือ 10 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้พระเสาร์ ผิวกายดำคล้ำแดง ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม

  • เป็นมิตรกับพระราหู และเป็นศัตรูกับพระศุกร์
  • สัญลักษณ์เลข 7 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 10

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระราหู (วันพุธกลางคืน)

พระราหู 

พระอิศวรทรงสร้างจาก หัวกะโหลก 12 กะโหลก (บางตำราว่าผีโขมด 12 ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระราหู กายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตก

เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทาง ลุ่มหลงมัวเมา 

  • เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธ
  • สัญลักษณ์เลข 8 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 12

 

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ พระเกตุ

พระเกตุ

พระอิศวรทรงสร้างจาก พญานาค 9 ตัว กายสีทองคำ ทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา (เปลวไฟ)  

บ้างว่าพระเกตุเกิดจากส่วนหางของ ‘พระราหู’ ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธ จึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี 

  • สัญลักษณ์คือเลข 9 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 9

สรงน้ำพระธาตุ - เทวดานพเคราะห์ ในประเพณีสงกรานต์ นำพาสิริมงคลรับศักราชใหม่ กรมศิลปากรเชิญร่วม สรงน้ำพระธาตุ – เทวดานพเคราะห์ พ.ศ.2567

กำลังพระเคราะห์ หรือเรียกอีกอย่างว่า “กำลังวัน” คือ เลขที่กำหนดไว้ประจำวัน มีที่มาจากจำนวนปีที่เทวดาพระเคราะห์เสวยอายุตามคัมภีร์มหาทักษา ประกอบด้วย วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ(กลางวัน) วันพุธกลางคืน(พระราหู) วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ เลขกำลังของวันทั้งแปด รวมกันได้ 108 ซึ่งเป็นเลขมงคล ส่วนพระเกตุเป็นการเพิ่มเข้ามาเป็นดาวพระเคราะห์ดวงที่ 9 ในภายหลัง 

ทั้งนี้ “กำลังวัน” มักใช้เป็น จำนวนครั้ง ในการทำกิจกรรมมงคลในวันนั้นๆ อาทิ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อถึงช่วงสำคัญ ได้มีการยิงปืนกองแก้วจินดา จำนวน 21 นัด ตามกำลังวันศุกร์ เนื่องจากวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 ตรงกับวันศุกร์

เนื่องใน ประเพณีสงกรานต์ 2567 กรมศิลปากรจัดให้ประชาชนได้ร่วม สรงน้ำพระธาตุ – เทวดานพเคราะห์ ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ วันที่ 12-14 เมษายน 2567 เวลา 09.00-16.00 น.