ขับขี่อย่างปลอดภัยบนท้องถนนยุโรป

ผลการสำรวจพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของคนอังกฤษเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า
ชาวเมืองผู้ดีเกือบ 900,000 คน เคยถูกสั่งให้จ่ายค่าปรับสำหรับความผิดขณะขับรถยนต์ในต่างประเทศในช่วงวันหยุดพักผ่อน
โดยนักท่องเที่ยว 1 ใน 12 คน เคยถูกจับขณะขับรถยนต์ของตัวเองข้อหาละเมิดกฎบนท้องถนนระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ
ผลการสำรวจดังกล่าวกระตุ้นให้ทางกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษต้องออกคำเตือนสำหรับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษให้ศึกษากฎหมายบนท้องถนนของประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปก่อนออกเดินทาง
การสำรวจดังกล่าวทำขึ้นในช่วงที่มีการถกเถียงกันถึงกฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่ชื่อ EU Directive ที่จะทำให้ตำรวจในยุโรปประเทศอื่นมีอำนาจติดตามผู้ขับขี่ชาวอังกฤษที่ทำผิดกฎหมายบนท้องถนน ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาติประเทศอื่นที่มาเที่ยวอังกฤษมักจะลอยนวลจากความผิดแบบเดียวกัน
มาร์ค ซิมมอนส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องง่ายที่จะเสี่ยงต่อการทำผิดหรือไม่ระมัดระวังตัวตอนที่ไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด แต่มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะตระหนักถึงกฎหมายและขนบธรรมเนียมของท้องถิ่นก่อนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว
“กฎหมายและขนบธรรมเนียมของประเทศต่างๆ มีความแตกต่างกันไป เราต้องการให้คนสนุกสนานกับวันหยุด ดังนั้นเราจึงแนะนำให้พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อม” มาร์คกล่าว
วิคตอเรีย วอลตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ของบริษัท NFU Mutual ในประเทศอังกฤษ กล่าวว่า แต่ละประเทศในทวีปยุโรปมีกฎระเบียบหรือข้อห้ามต่างๆ บนท้องถนนแตกต่างกัน
กฎหมายบนท้องถนนที่บังคับใช้ในประเทศต่างๆ ในยุโรปที่ควรรู้ คือ
สเปน: ผู้ขับขี่ต้องเสียค่าปรับหากสวมรองเท้าแตะขับรถและห้ามใช้แฮนด์ฟรีแบบ DIY ขณะกำลังขับรถ
ฝรั่งเศส: ผู้ขับขี่อาจต้องเสียค่าปรับสูงถึง 1,200 ยูโร หรือกว่า 50,000 บาท หากมีการใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียมหรือ Satellite Navigation System (Sat Nav) กับจุดที่มีกล้องตรวจจับความเร็วเปิดใช้งานอยู่และยังบังคับให้ผู้ขับขี่ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจแบบ DIY ติดไว้ในรถด้วย
เยอรมนี: การหยุดหรือจอดรถบนถนนทางด่วนพิเศษหรือออโตบาห์นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแม้น้ำมันรถจะหมดถังก็ตาม
อิตาลี: บังคับให้จอดรถในทิศทางเดียวกับการจราจรบนถนนและกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่สวมแว่นตาต้องมีแว่นตาสำรองไว้ในรถหนึ่งอัน
รัสเซียและเบลารุส: ผู้ขับขี่จะถูกปรับทันทีหากขับรถยนต์ที่สกปรก
ไซปรัส: ห้ามบีบแตรใกล้โรงพยาบาล
เดนมาร์ก: บังคับให้ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบใต้ท้องรถเพื่อดูว่ามีเด็กซ่อนอยู่หรือไม่ก่อนขับรถออกไปทุกครั้ง
ลักเซมเบิร์ก: บังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องมีที่ปัดน้ำฝนที่กระจกหน้ารถไม่เว้นแม้แต่รถยนต์ที่ไม่มีกระจกหน้ารถ
ประเทศในสแกนดิเนเวีย: เป็นภูมิภาคแรกที่บังคับให้มีการเปิดไฟหน้ารถยนต์ในเวลากลางวัน
วิคตอเรีย บอกว่า ผู้ขับขี่ยังเสี่ยงที่จะถูกเรียกค่าปรับหากขับรถยนต์โดยไม่ทำประกันภัยบุคคลที่สามขั้นต่ำตามที่กำหนด ซึ่งมีการบังคับใช้ทั่วยุโรป เธอจึงแนะนำให้พลเมืองอังกฤษตรวจสอบนโยบายการประกันภัยเพื่อให้แน่ใจว่าการประกันจะครอบคลุมทั่วทวีปยุโรป โดยเฉพาะคนที่วางแผนเดินทางด้วยการขับรถยนต์ด้วยตัวเองไปยังยุโรป เพราะนโยบายประกันภัยบางอย่างไม่ครอบคลุมความเสียหายตามมาตรฐาน
กฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่มีชื่อว่า EU Directive เป็นระเบียบที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกอียูจะต้องนำไปกำหนดหรือออกเป็นกฎหมายภายในประเทศของตน กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้าหลังจากที่ศาลยุติธรรมแห่งยุโรปตัดสินว่าการเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามระเบียบอียูของอังกฤษเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ประเทศในยุโรปสามารถเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขับขี่รถยนต์ที่สำนักงานใบขับขี่รถยนต์ของอังกฤษได้เพื่อเรียกให้มาเสียค่าปรับ ในขณะที่ปัจจุบันการเรียกค่าปรับจากผู้ขับขี่จะทำได้ก็ต่อเมื่อถูกตำรวจเรียกให้จอด
ประเทศอังกฤษต่อสู้ประเด็นนี้โดยอ้างว่าทางสำนักงานใบขับขี่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศได้ทันทีรวมถึงค่าใช้จ่ายของการประมวลผลค่าปรับ แต่ศาลยุโรปก็ตัดสินให้อังกฤษต้องปฏิบัติตามกฎของยุโรป
...............................
ที่มา เว็บไซต์ เดลี่ เมล




