จับสัญญาณ ‘ทองคำ’พุ่ง สัปดาห์นี้ลุ้น‘ออลไทม์ไฮ’ต่อ

จับสัญญาณ ‘ทองคำ’พุ่ง  สัปดาห์นี้ลุ้น‘ออลไทม์ไฮ’ต่อ

ขณะนี้  “ราคาทองไทย” ทำจุดสูงสุด (All Time High)  ที่ระดับ 35,300 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว! เรียกว่าแตะ 35,000 บาท เป็นจุดสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ตลาดคาดการณ์คงกันว่า “ราคาทองไทย” อยู่ในลักษณะ "แนวโน้มทิศทางขาขึ้นอย่างสมบูรณ์"

ขณะนี้ “ราคาทองไทย” ทำจุดสูงสุด (All Time High) ที่ระดับ 35,300 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว! เรียกว่าแตะ 35,000 บาท เป็นจุดสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ตลาดคาดการณ์คงกันว่า “ราคาทอง” อยู่ในลักษณะ "แนวโน้มทิศทางขาขึ้นอย่างสมบูรณ์"

วานนี้ (4 มี.ค.) ณ 16.30 น. ปรับขึ้น 2 ครั้ง ขึ้นครั้งละ 50 บาท ในช่วงเวลา 09.03 น. และ 11.02 น. ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ All time high ของทองคำแท่งในประเทศบริเวณ 35,300 บาท  

 

จับสัญญาณ ‘ทองคำ’พุ่ง  สัปดาห์นี้ลุ้น‘ออลไทม์ไฮ’ต่อ

หลังจากเมื่อวันเสาร์ (2 มี.ค.) ราคาทองคำ พุ่งพรวดเดียว 400 บาท บริเวณ 35,200 บาท “สมาคมค้าทองคำ” สัปดาห์ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวระหว่าง 34,500-35,200 บาท ราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 35,200 บาท เพิ่มขึ้น 650 บาท เปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 34,550 บาท)  

“กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ” ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก (MTS) คาดว่า สัปดาห์นี้ (4-8 มี.ค.) ราคาทองไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ แต่อาจจะมีแกว่งตัวขึ้นหรือลงแถวบริเวณ 35,500 บาท ด้านราคาทองคำตลาดโลกสามารถ Break out ทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 2,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ทองคำตลาดโลกเข้าสู่แนวโน้มทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และน่าจะมีโอกาสเห็นทองคำตลาดโลกแตะระดับ 2,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในสัปดาห์นี้ในระยะสั้นๆ 

ขณะที่ ระยะกลาง-ระยะยาว มองว่า “ราคาทองคำ” ยังคงเป็นทิศทางขาขึ้นต่อ ปัจจัยหลักหนุนราคาทองคำสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ซึ่งต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแออาจทำให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าตาม และหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ต่อ

“จิติพล พฤกษาเมธานันท์” ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการลงทุน มองในสัปดาห์นี้ “ทองคำต่างประเทศ” มีโอกาสลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ มองกรอบ 2,050-2,125 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

ประเด็นหลัก คือเรื่อง “การเมืองสหรัฐ Super Tuesday” หรือวันที่จะมีการจัดเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันพร้อมกันในหลายๆ รัฐ เพื่อโหวตเลือกผู้แทนพรรค (Delegate) ราว 1 ใน 3 ที่จะไปออกเสียงเลือกตัวแทนผู้สมัครชิงประธานาธิบดีในการประชุมใหญ่ของแต่ละพรรค 

ถ้าเป็นการกลับมาชิงตำแหน่งของ “ทรัมป์-ไบเดน” อาจไม่มีแรงหนุนด้านมุมมองเศรษฐกิจ เป็นลบกับดอลลาร์ ส่วนวันศุกร์จับตาการจ้างงานสหรัฐ คาดลดความร้อนแรงเหลือต่ำกว่า 2 แสนตำแหน่ง เป็นลบกับดอลลาร์เช่นกัน

ส่วนราคาทองในประเทศระยะสั้น 1-2 สัปดาห์นี้ มองแนวต้านจากการที่สกุลเงินเอเชียแข็งค่าพร้อมกับทองคำกรอบ 34,000-36,000 บาท จากเงินบาทอาจแข็งค่าระยะสั้นลงไปที่ระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงหนุนสกุลเงินเอเชียฟื้นตัวจากการประชุมสองสภาของจีนที่เริ่มต้นสัปดาห์นี้

“สิทธา เซ่งไพเราะ” Associate Director ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ มองทองคำปรับตัวขึ้นแรงช่วงปลายสัปดาห์ก่อน จากเงินเอเชียมีทิศทางชะลอตัว ดัชนี ISM Manufacturing PM เดือน ก.พ. ออกมาต่ำกว่าคาดอยู่ในโซนหดตัว หนุนเฟดปรับดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวลง และ Dollar Index อ่อนค่าเล็กน้อย คาดหนุนทองคำขยับขึ้นต่อระยะสั้นสัปดาห์นี้ 

โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนทองคำในกรอบ 3-6 เดือนข้างหน้า  2,070-2,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากปัจจัยสนับสนัน ดังนี้ 

1.สิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นและเริ่มขาลงรอบใหม่ปีนี้ คาดเฟดจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยลงในช่วงกลางปี ซึ่งราคาทองคำมักปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง 

2.แนวโน้ม Dollar index คาดจะทรงตัวอาจไม่ได้มีทิศทางแข็งค่าต่อจากระดับนี้มาก หลังตลาดเริ่มปรับความคาดหวังการลดดอกเบี้ยจนใกล้เคียงกับ Fed Dot Plot มากขึ้น 3.เป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงพอร์ต หากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางกลับมาเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หรือหากเกิดเศรษฐกิจถดถอย