“เศรษฐา” สั่ง “สภาพัฒน์” ศึกษา “เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี” หนุนค้าชายแดน

“เศรษฐา” สั่ง “สภาพัฒน์” ศึกษา “เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี” หนุนค้าชายแดน

“เศรษฐา” สั่ง “สภาพัฒน์” เร่งศึกษา “เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี” เพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน พร้อมสั่งกระทรวงท่องเที่ยวเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว หลังนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 3 แต่การใช้จ่ายต่อหัวไม่มาก พร้อมสั่งแก้ปัญหาที่ทำกิน และแก้ภัยแล้ง

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด แจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรับทราบ เรื่อง สืบเนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ขอมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการและได้มอบหมายจำนวน 4 เรื่อง ซึ่งได้มีการนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้

1.การเตรียมความพร้อมของจังหวัดกาญจนบุรีในการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการค้าชายแดน จึงขอให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือ “สภาพัฒน์” ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในจังหวัดกาญจนบุรีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

“เศรษฐา” สั่ง “สภาพัฒน์” ศึกษา “เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี” หนุนค้าชายแดน

ทั้งนี้จังหวัดกาญจนบุรีมีพรมแดนที่ติดกับเมียนมาและมีด่านการค้าจุดผ่านแดนที่ด่านเจดีย์สามองค์ และด่านผ่านแดนชั่วคราวบ้านพุน้ำร้อน ซึ่งในอดีตมีเป้าหมายที่จะเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรหลังจากที่มีการร่วมกับเมียนมาในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในเมียนมา แต่ปัจจุบันสถานะโครงการไม่มีความคืบหน้าจึงทำให้การพัฒนาด่านชายแดนบ้านพุน้ำร้อนล่าช้าลงด้วย

2.การยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี โดยที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัด ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ อีกทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีระยะเวลาพำนักสั้นหรือไม่พักค้างคืนในพื้นที่ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวของนักท่องเที่ยวในจังหวัดนี้ค่อนข้างต่ำ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหน่วยงานหลักเร่งประสานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมตลอดถึงภาคเอกชน

เพื่อกำหนดแนวทาง มาตรการร่วมกันในการดำเนินการส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีให้มีความหลากหลาย น่าสนใจ และมีความต่อเนื่อง เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและใช้เวลาพักค้างคืนในพื้นที่นานขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการใช้จ่ายต่าง ๆ สูงมากขึ้นด้วย

 

3.การแก้ไขปัญหาการจัดสรรที่ดินทำกินในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้ประชาชนได้มีกรรมสิทธิ์ ในที่ดินทำกินเป็นของตนเองและครอบครัวอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว จึงขอให้กระทรวงกลาโหม (กองบัญชาการกองทัพไทย) เป็นหน่วยงานหลักเร่งประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐทับซ้อนกันและปัญหาการนำพื้นที่ของรัฐในจังหวัดกาญจนบุรีที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน บรรลุผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

“เศรษฐา” สั่ง “สภาพัฒน์” ศึกษา “เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี” หนุนค้าชายแดน

และ 4. การผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ไปยังพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในจังหวัดกาญจนบุรีให้ทั่วถึงและเหมาะสมกับสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป