การรบเพิ่มความรุนแรงตามคาด อาจต้องเริ่มระวังราคาน้ำมัน-ถ่านหิน

การรบเพิ่มความรุนแรงตามคาด อาจต้องเริ่มระวังราคาน้ำมัน-ถ่านหิน

ติดตามความคืบหน้าในการเจรจา หลังรัสเซียเริ่มมีไพ่ในมือ การรบช่วงที่ผ่านมาเพิ่มความรุนแรงขึ้นตามคาด โดยรัสเซียประสบความสำเร็จในการบุกเข้าเมืองขนาดใหญ่ทางใต้อย่าง เคอร์ซอน

และล่าสุดสามารถควบคุมพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ชาโปริซเซีย ที่เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ทำให้เริ่มมีไพ่ในมือที่เป็นแต้มต่อในการเจรจา ทำให้เรามองการเจรจาในรอบที่ 2 วันนี้ มีความเป็นไปได้ของการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นอย่างหยุดยิง หรือสงบศึก โดยที่รัสเซียสามารถรักษาดินแดนบางส่วนทางตะวันออกของแม่น้ำดนีเปอร์ได้ 

ราคาน้ำมันอ่อนตัวจากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ราคาน้ำมันดิบเริ่มอ่อนตัวลงหลัง ราฟาเอล มาริเอโน กรอสซี ผู้อำนวยการสำหนักงานพลังงานปรมาณูสากล (IAEA) เตรียมเดินทางไปอิหร่าน ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณถึงแนวโน้มความคืบหน้าข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่อาจเปิดทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้ จากกำลังการผลิต 2.4 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2564 อาจเพิ่มเป็น 3.8 ล้านบาร์เรล/วัน หากมีการยกเลิกคว่ำบาตร สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนอาจต้องเริ่มระมัดระวังว่าความผันผวนเชิงบวกของราคาน้ำมันจาถความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจเริ่มลดระดับลง รวมถึงอุปทานน้ำมันจากอิหร่าน (หากมีการยกเลิกคว่ำบาตร) อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบและโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน ชะลอตัวลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า
 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง การเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ บวกต่อ CK, STEC, ITD, UNIQ 2) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นกลุ่มที่มักจะเคลื่อนไหวได้ดีในภาวะเงินเฟ้อ อีกทั้ง valuation ต่ำ และปันผลสูง ทำให้มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของ LH, SPALI, AP, SC, ASW 3) กลุ่มบันเทิง งบโฆษณาที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ บวกต่อ ONEE, BEC, WORK, MONO 4) หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค อาทิ WFX, CV, UBE, RAM, IND, MAKRO, CPALL, JAS, BCP, AJ, PTL, PJW, III, TNP 5) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, TU, GFPT, TWPC, KSL, TMILL 6) ค่าระวางเรือ PSL, TTA

ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัวในกรอบ 1,680-1,700 วันนี้ตลาดอาจย่อจากความคืบหน้า ในการรุกของรัสเซีย และราคาน้ำมันดิบที่ชะลอ แต่ยังประเมินบรรยากาศลงทุน จะทยอยปรับดีขึ้น กลยุทธ์ยังเน้นเลือกเก็งกำไรรายตัวโดยเลือกหุ้นที่ยังมีความน่าสนใจในเชิงของ valuation และมีทิศทางการเติบโตของกำไรเป็นบวก //หุ้นแนะนำ: ONEE*, TRUE*, IND*, TMILL*

แนวรับ: 1,680 / แนวต้าน : 1,700-1,720 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

 

ประเด็นการลงทุน

MSCI-FTSE ถอดรัสเซีย – MSCI  และ FTSE ถอดหุ้นรัสเซียจากการคำนวณ มีผล 4 มี.ค. ด้วยวิธีการแบบ Zero price zero value ทำให้จะไม่มีการปรับน้ำหนัก หรือโยกย้ายเงินลงทุนไปยังประเทศอื่น จึงไม่ส่งผลบวกหรือลบต่อหุ้นไทยรวมถึงตลาดอื่นๆ

CPALL – ส่งสัญญาณไตรมาส 1/65 ยอดขายฟื้นรับมาตรการรัฐคลายล็อกเมือง กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวและกำลังซื้อผ่านช้อปดีมีคืน ลุยเปิดสาขาเพิ่ม 700 สาขาปีนี้ จัดงบลงทุน 11,000-12,000 ล้านบาท

ATP30 – ตั้งเป้ารายได้ปี 65 โต 25% ตามจำนวนรถบริการ รุกเจาะฐานลูกค้าปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า ฟากผู้บริหารเปยอยู่ระหว่างเจรจารับงานเพิ่ม พร้อมทุ่มงบ 300 ล้านบาท ซื้อรถบริการเพิ่มอีก 100 คัน จากปี 2564 ที่ 588 คัน

BEM – เดินหน้าสร้าง New S-curve เล็งชิงมอเติร์เวย์ 3 สายทาง รอความชัดเจน กทพ. เสนอ ครม.อนุมัติสร้าง Double Deck ทั้งยังรอ รฟม.เรียกเจรจาว่าจ้างงานเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้พร้อมเดินหน้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม

Opportunity day –4 มี.ค. BAM, JUBILE, WHAUP, WHA, FORTH, NSL, AGE, HFT, CENTEL, BA, SKN, PTT, SONIC, SUTHA // 7 มี.ค. ALLY, SFT, MICRO, ORI, TTA, MINT, JMART+SINGER, JMT, J, SYNEX, BJC, MC// 8 มี.ค. KUN, EGCO, ILINK, CNT, BPP, BANPU, SSC, SEAFCO, ITEL, JR, GUNKUL, SMD, SICT, TOP // 9 มี.ค. TPBI, JWD, TACC, HARN, AIT, PLANB, PT, PJW, HUMAN, TNITY, PYLON, CRD, PROSPECT

Cash balance – หุ้นที่มีโอกาสติด Cash balance ได้แก่ ETC, SDC

 

ประเด็นติดตาม: 4 มี.ค. – TH CPI เดือน ก.พ., US Employment Report

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)