UBE ฟ้าหลังฝน! (วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564)

UBE ฟ้าหลังฝน! (วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564)

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ UBE ใน 4Q64 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ จากปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้นของเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง, แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค (organic cassava starch) และแป้งฟลาว (cassavaflour)

ซึ่งแทบจะชดเชยไปเกือบหมดกับปริมาณยอดขายที่ลดลงของเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมและแป้งมันสำปะหลังทั่วไป (native starch) โดยเราคาดว่าปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงจะฟื้นตัวขึ้น QoQ ใน 4Q64 เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นจากการที่ประเทศไทยผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและการคุมเข้มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่เดือนกันยายน นอกจากนี้ ผู้บริหารคาดว่าปริมาณยอดขายแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคจะเพิ่มขึ้นถึงกว่า 150% QoQ ใน 4Q64 เนื่องจากมีการเลื่อนส่งสินค้าจากใน 3Q64 และเรายังคาดว่าปริมาณยอดขายแป้งฟลาวของ UBE จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ QoQ หลังจากที่สายการผลิตแป้งฟลาวใหม่กำลังการผลิต 100 ตัน/วัน เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปลาย 2Q64 แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมจะลดลง QoQ เนื่องจากสถาการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยดีขึ้นใน 4Q64 ในขณะเดียวกันเรายังคาดว่าปริมาณยอดขายแป้งมันสำปะหลังทั่วไปจะลดลง QoQ ใน 4Q64 จากระดับที่สูงมากที่ 50,900 ตันใน 3Q64 จากความต้องการที่สูงในจีน

 

 

 

 

 

คาดว่า margin ของธุรกิจเอทานอลและแป้งมันสำปะหลังของ UBE จะดีขึ้นในปี 2565F

ผู้บริหารคาดว่า spread ของเอทานอลที่ผลิตจากมันสำปะหลังจะขยับขึ้นเล็กน้อย YoY ในปีหน้า
เนื่องจากคาดว่าราคาเอทานอลในปี 2565 จะยังยืนอยู่ในระดับสูงเกิน 25 บาท/ลิตร เพราะ i) ผลผลิตอ้อยในประเทศน่าจะอยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกับในปี 2564 และ ii) อุปสงค์น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ในขณะที่คาดว่าราคามันสำปะหลัง ซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบของ UBE จะลดลง YoY ในปี 2565 เนื่องจากคาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังในประเทศน่าจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า สำหรับธุรกิจแป้งมัมันสำปะหลัง เราคาดว่า margin จะเพิ่มขึ้น YoY ในปี 2565 หลังจากที่บริษัทช่วยเหลือลูกค้าด้วยการให้ส่วนลดราคาขายเพื่อชดเชยค่าระวางขนส่งในตลาดโลกที่แพง น่าจะสิ้นสุดลงใน 4Q64 นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าจะขายแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคและแป้งฟลาวเพิ่มขึ้นในปีหน้าเป็น 50,000-55,000 ตัน และ 10,000-15,000 ตัน ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มี margin สูงกว่าแป้งมันสำปะหลังทั่วไปอย่างมาก

 

Valuation & action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเป้าหมายปี 2565 ไว้ที่ 3.20 บาท อิงจาก P/E ที่ 23.0x เราเชื่อว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะออกมาดีใน 4Q64 และกำไรที่คาดว่าจะโตถึง 86% เป็น 543 ล้านบาทในปี 2565 ทั้งนี้กำไรสุทธิในงวด 9M64 คิดเป็น 70% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเราที่ 292 ล้านบาท

 

Risks

ความผันผวนของ margin ของเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง และปริมาณยอดขายของเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง รวมถึงคดีความในศาลปกครอง