ชัชวนันท์ สันธิเดช

ดีกรีแฟนพันธุ์แท้แห่งปี 2008 หัวข้อ สามก๊ก , นักลงทุนเน้นมูลค่า หรือ วีไอ และ นักเขียน ,นักแปลด้านการลงทุน และ ประวัติศาสตร์จีน

8 มกราคม 2562
2,809

ปีที่มืดมน

การปรับตัวลดลง 50 ครั้งของตลาด มีอยู่ 15 ครั้งที่ดัชนีร่วงลงมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์

ปี 2018 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นปีที่ไม่ดีเอาเสียเลยสำหรับตลาดหุ้นไทย โดยดัชนีปิดที่ 1,563.88 จุด ปรับตัวลดลงจากปีที่แล้วถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ ที่วิ่งห้อตะบึงมายาวนาน ก็ออกอาการ 'อ่อนแรง' และทำท่าว่าจะเข้าสู่ภาวะ 'ตลาดหมี' เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ

ผมบังเอิญได้ฟังคลิปสุนทรพจน์ของ ปีเตอร์ ลินช์ หนึ่งในผู้จัดการกองทุนที่เก่งที่สุดของโลกตลอดกาล เจ้าของผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้น 29 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จากการบริหารกองทุนเป็นเวลา 14 ปี โดยลินช์ไปพูดที่สมาคมผู้สื่อข่าวแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1994 แต่เนื้อหาที่เขาพูดในวันนั้นถือได้ว่าทรงคุณค่า และเหมาะกับช่วงเวลาปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง จึงขอสรุปความส่วนหนึ่งมาให้ได้อ่านกัน ณ ที่นี้

ลินช์บอกว่า นักลงทุนทุกคนควรศึกษาประวัติศาสตร์ เพราะเราสามารถเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ได้อย่างมากมาย ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ตลาดหุ้นจะลงเสมอ และลงบ่อยมาก ในช่วงเวลา 93 ปีที่ผ่านมา (นับจนถึงปี 1994) ตลาดลงหนักๆ มาแล้ว 50 ครั้ง แต่ละครั้งลง 10 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น

พูดอีกอย่างก็คือ ในเวลาไม่ถึงสองปี ตลาดจะลง 10 เปอร์เซ็นต์หรือยิ่งกว่านั้นสักครั้งหนึ่ง สภาวะเช่นนี้เรียกว่า 'correction' แปลเป็นไทยคือ 'การแก้ไข' แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นศัพท์สวยๆ ที่คิดขึ้นมาเพื่อใช้แทนคำว่า 'การเสียเงินอย่างรวดเร็ว' ต่างหาก

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ ในการปรับตัวลดลง 50 ครั้งของตลาด มีอยู่ 15 ครั้งที่ดัชนีร่วงลงมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่า ทุกๆ 6 ปี ตลาดจะลงมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ หรือที่เรียกกันว่า 'ตลาดหมี' หนึ่งครั้ง

ลินช์ชี้ชัดว่า ถ้าคุณทนสภาวะเช่นนี้ไม่ไหว คุณก็ไม่ควรถือหุ้นเลย

ผู้จัดการกองทุนในตำนานเน้นย้ำว่า อย่างไรเสีย ตลาดหุ้นต้อง 'ลง' แน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร และจะลงหนักขนาดไหน เขาจึงแนะว่า เราต้องมองเรื่องเหล่านี้เป็นความปรกติธรรมดา และรู้จักฉกฉวยประโยชน์จากมัน ในเวลาที่หุ้นลงหนัก หากเอางบการเงินของบริษัทออกมาตรวจสอบและไม่พบปัญหาอะไร กิจการยังดำเนินไปได้ตามปกติ นั่นแหละคือโอกาสซื้อ ไม่ใช่เวลาที่จะขายหุ้นทิ้ง

ทุกวันนี้ ลินช์เกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตกับครอบครัวด้วยความสงบสุข แต่คำพูดของเขาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ยังกึกก้องสะท้อนความเป็นจริงของตลาดหลักทรัพย์ไม่มีผิดเพี้ยน หลังสุนทรพจน์ครั้งนั้น ตลาดสหรัฐฯ เจอกับความผันผวนอย่างหนักอีกหลายครา ทั้งฟองสบู่ด็อทคอมและวิกฤตการเงินปี 2008 ซึ่งล้วนแล้วแต่สาหัสสากรรจ์ ก่อนจะพลิกฟื้นเป็นตลาดกระทิง กลายเป็น 'ฟ้าหลังฝน' จนถึงปัจจุบัน

ในเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาเยอะ หากเราถอยออกมาหนึ่งก้าวและ 'มองภาพใหญ่' เหมือนที่ลินช์สอน เราจะไม่ตื่นตระหนก และจัดการกับมันได้อย่างถูกต้อง

จงจำเอาไว้ว่า 'ปีที่สดใส' สอนอะไรเราน้อยมาก “ปีที่มืดมน” เช่นนี้ต่างหาก ที่จะตัดสินคุณภาพความเป็นนักลงทุน และผลตอบแทนของเราในระยะยาว

แชร์ข่าว :
Tags: