พิพัฒน์ ยอดพฤติการ

ประธานสถาบันไทยพัฒน์ : คอลัมน์ Sustainpreneur : Email : sustainpreneur@gmail.com

11 มีนาคม 2561
858

6 ทิศทาง CSR ปี 61

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถาบันไทยพัฒน์ ได้ทำการประมวลและแถลงแนวโน้ม CSR ปี พ.ศ.2561

พร้อมนำเสนอแนวคิดในการดูแลมณฑลแห่งความยั่งยืน หรือ Sphere of Sustainability ของกิจการ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจในการวางกลยุทธ์องค์กรที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของกิจการ ให้สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนในระดับสากล

ในรอบปี 2561 องค์กรธุรกิจและหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน และตระหนักถึงการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ จะได้พบกับประเด็นใหม่ๆ ที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กร ใน 6 ทิศทางสำคัญ ดังนี้

 1.New CG Code

จากการสร้างความเชื่อมั่น (Building Confidence) สู่การสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (Creating Sustainable Value)

ปี 2561 จะเป็นปีที่แนวคิดหลักขององค์กรในเรื่องการกำกับดูแลกิจการ จะเปลี่ยนผ่านจากการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน ที่เน้นประโยชน์ของกลุ่มผู้ถือหุ้นเป็นหลัก ไปสู่การสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างยั่งยืน ที่เน้นประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่าย ซึ่งทำให้บริษัทจดทะเบียนต้องเพิ่มน้ำหนักความสำคัญในปัจจัยที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยน ทั้งความเข้าใจของคณะกรรมการในบริบทธุรกิจ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โอกาสและความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการ เป็นต้น

 2.First ESG Code

ก้าวสู่ธรรมาภิบาลการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการลงทุน (Investment Chain)

หลักธรรมาภิบาลการลงทุน สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (Investment Governance Code: I Code) จะเพิ่มแรงผลักดันจากผู้มีส่วนร่วมในตลาด (Market Force) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ลงทุนสถาบัน ต่อกิจการที่เข้าไปลงทุน ให้มีการพิจารณาดำเนินการในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยผู้ลงทุนสถาบันสามารถผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไข หากกิจการนั้นมีประเด็นปัญหาในเรื่องดังกล่าวได้

 3.GRI First Standards

จากแนวทาง (Guidelines) สู่มาตรฐาน (Standards) การรายงานแห่งความยั่งยืน

นับจากกลางปี 2561 มาตรฐานการรายงานขององค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (Global Reporting Initiative: GRI) จะมีผลบังคับใช้กับองค์กรที่มีการจัดทำรายงานตามแนวทางของ GRI ทำให้องค์กรที่เคยมีการจัดทำรายงานตามแนวทาง GRI ในฉบับก่อนหน้า (ฉบับ G4) จะต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นการอ้างอิงตามมาตรฐาน GRI ตั้งแต่รอบการรายงานปี 2561 เป็นต้นไป

4.New SDG Business Blueprint

จากการสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือ (Partnership) สู่การพัฒนาการนำองค์กร (Leadership)

องค์กรธุรกิจที่นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ นอกจากจะมีการสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือ (Partnership) ในระดับห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อการขับเคลื่อน SDGs แล้ว ยังจะมีการพัฒนาการนำองค์กร (Leadership) ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อการบรรลุ SDGs ด้วย

 5.Shared Value Innovation

จากเสียงขานรับให้ประกอบการ (License to Operate) สู่เสียงขานรับให้เติบใหญ่ (License to Grow)

กิจการที่ต้องการได้รับ License to Grow จะมีการคิดค้นออกแบบนวัตกรรมคุณค่าร่วม (Shared Value Innovation) เพื่อส่งมอบประโยชน์ที่ทั้งธุรกิจและสังคมจะได้รับจากการขยายกิจการหรือการเติบโตของธุรกิจที่ดำเนินการอยู่อย่างเป็นแบบแผนมากขึ้น ทั้งการผนวกความมุ่งประสงค์ทางสังคมเข้ากับจุดยืนทางการแข่งขัน ขีดความสามารถที่มีในการตอบสนองต่อสิ่งที่สังคมต้องการ โครงสร้างการพัฒนานวัตกรรม การแสวงหาหุ้นส่วนการสร้างคุณค่าร่วมที่เหมาะสม และการวัดคุณค่าร่วมที่ส่งมอบ เป็นต้น

 6.Corporate Digizenship

จากภูมิทัศน์  (Landscape) สู่ดิจิทัศน์ (Digiscape) การดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ

ผู้ประกอบการที่เกี่ยวโยงกับห่วงโซ่ธุรกิจดิจิทัลทั้งทางตรงและทางอ้อม จะต้องแสดงให้เห็นถึงการประกอบธุรกิจที่มีความรับผิดชอบในความเป็นดิจิทัลของกิจการ หรือ Corporate Digizenship อาทิ การมีนโยบายและมาตรการในการป้องกันและรับมือกับภัยหรือความเสียหายทางดิจิทัล การรับประกันและการเยียวยาความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งการจัดทำแผนฉุกเฉินหรือแผนสำรองเพื่อบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ในกรณีที่มีอุบัติการณ์หรือวิกฤตจากเหตุดิจิทัลเกิดขึ้น

แชร์ข่าว :
Tags: